นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้ผลผลิตทุเรียนภาคใต้เริ่มทยอยออกสู่ตลาดแล้วตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป และจะเริ่มออกมากในช่วงเดือนกรกฎาคม อยู่ที่ประมาณ 225,584ตัน ซึ่งเป็นช่วงที่ทุเรียนภาคตะวันออกกำลังจะหมดฤดูกาล สำหรับภาพรวมทุเรียน 14 จังหวัดภาคใต้ในปีนี้ พบว่ามีเนื้อที่ยืนต้น 910,380 ไร่ เนื้อที่ให้ผล 664,982 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 1,132 กิโลกรัม คาดปริมาณผลผลิตรวมประมาณ 752,515 ตัน
ทั้งนี้ จากการถอดบทเรียนความสำเร็จในการบริหารจัดการผลไม้พื้นที่ภาคตะวันออกในการคุมเข้มและการตั้งด่านสกัดทุเรียนอ่อนผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จึงได้ยกโมเดลภาคตะวันออก (จันทบุรี ตราด ระยอง) ปรับใช้ควบคุมทุเรียนและผลไม้ภาคใต้อย่างเข้มงวดตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรักษาเสถียรภาพภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดต่างประเทศ
การกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ปี 2569 ดังนี้ วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 จังหวัดชุมพร ระนอง วันที่ 8 มิถุนายน 2569 จังหวัดพังงา กระบี่ สตูล วันที่ 20 มิถุนายน 2569 จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 จังหวัดพัทลุง สงขลา และวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส ทั้งนี้ การพิจารณาความอ่อน – แก่ของทุเรียน ใช้เกณฑ์กำหนดน้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียน ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : ทุเรียน มกษ. 3 – 2567 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 พันธุ์หมอนทอง มีน้ำหนักเนื้อแห้งไม่น้อยกว่า 32% โดยมวล ซึ่งถ้าผลการวิเคราะห์น้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียนน้อยกว่านี้ ถือว่าเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน)
จังหวัดชุมพรซึ่งเป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่สำคัญของประเทศ มีพื้นที่ปลูกมากเป็นอันดับหนึ่งของภาคใต้ อยู่ที่ 337,272 ไร่ เนื้อที่ให้ผล 251,567 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ร้อยละ 4.48 คาดการณ์ผลผลิตผลผลิตรวม 337,675 ตัน ซึ่งได้ตัดทุเรียนพันธุ์หมอนทองมีดแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด มีการสร้างความตระหนักรู้ให้กับเกษตรกรและยกระดับคุณภาพสวนผลไม้ด้านสุขอนามัยพืชตามหลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ด้วยกิจกรรม Big Cleaning Day สวนทุเรียน โดยมีการเปิดจุดให้บริการตรวจก่อนตัดในปีนี้ จำนวน 9 จุด พบผลการตรวจจากตัวอย่างสะสม 481 ตัวอย่าง เกษตรกรจำนวนสะสม 458 ราย ผ่านเกณฑ์ 421 ตัวอย่าง ไม่ผ่านจำนวน 60 จาก คิดเป็นร้อยละ 12.47 นับเป็นตัวอย่างของการดำเนินงานเพื่อป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพ ยกระดับภาพลักษณ์ของทุเรียนไทย และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย.



