วันที่ 10 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กรณีแนวคิดเก็บค่าเดินทางออกนอกประเทศของคนไทย 1,000 บาทนั้น กรณีดังกล่าว เป็นกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ เพียงแต่มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้งดการจัดเก็บ และกระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการศึกษา เพื่อหารายได้ แต่ก็ต้องรับฟังทุกภาคส่วน ทั้งภาคการท่องเที่ยว และประชาชน รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งหากผลการศึกษาไม่เหมาะสม เชื่อว่า กระทรวงการคลังก็จะไม่ดำเนินการ และจริง ๆ แล้ว ตนเองไม่ได้เป็นผู้เสนอ จนกลายเป็นประเด็นและตนก็ถูกทัวร์ลง

ส่วนการจัดเก็บภาษีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่ประเทศไทย เพื่อนำเงินเข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ และกำลังหาวิธีการจัดเก็บที่เหมาะสม โดยจะต้องไม่ให้กระทบนักท่องเที่ยว และเงื่อนไขในการจัดเก็บ จะเป็นการซื้อประกันการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยว และเงินส่วนต่างที่เหลือ จะเป็นการจัดหาอุปกรณ์ให้ตำรวจท่องเที่ยว และอาสาสมัครดูแลความปลอดภัย รวมถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม 

ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการศึกษาว่า จะจัดเก็บในอัตราเท่าไร แต่เชื่อว่า นักท่องเที่ยวจะรู้สึกคุ้มค่า เพราะหากนักท่องเที่ยวไปซื้อเอง ก็จะมีราคาสูง และเชื่อว่า ประมาณไตรมาส 3 ของปีนี้จะมีความชัดเจน โดยจะเป็นการจัดเก็บพร้อมกับค่าตั๋วเครื่องบิน 

“จะซ้ำซ้อนกับของการท่าอากาศยานหรือไม่นั้น มองว่า เป็นการจัดเก็บนักท่องเที่ยวต่างชาติขาเข้า แต่อัตราการจัดเก็บเมื่อปี 62 จัดเก็บในอัตรา 300 บาท ซึ่งปัจจุบันจะเป็นอัตราเท่าไร จะต้องพิจารณาความเหมาะสม ซึ่งเชื่อว่า จะแตกต่างกันไม่มาก เพื่อไม่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าได้รับผลกระทบ”

นอกจากนี้ กรณีอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างกระทรวงการเที่ยวและกีฬา ให้ภารกิจการท่องเที่ยวไปสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม นั้น ในเรื่องนี้ คาดว่าในเร็วๆ นี้ จะมีการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาถึงการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตามขั้นตอน

ขณะที่ผลการเดินทางเยือนเวียดนามร่วมกับนายกรัฐมนตรี ถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย-เวียดนาม ซึ่งได้มีการหารือถึงการดึงนักท่องเที่ยวเวียดนามเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยจะมีการเพิ่มเที่ยวบินจากฮานอย และโฮจิมินห์ ไปยังภูเก็ต และเพิ่มเที่ยวบินจากฮานอย ไปยังขอนแก่น และเชียงราย ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปจังหวัดอื่น ๆ ของไทยได้มากขึ้น