เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่นที่ 116  เดินทางมาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เมื่อเดินทางมาถึง นายยศชนัน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และเดินผ่านตึกยาวพบนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รุ่น 150 ห้องเรียนหุ่นยนต์ 108 พบปะพูดคุย ซึ่งระหว่างทางเดิน มีนักเรียนขอเซลฟี่ และทักทายตลอดทาง รวมถึงมีนักเรียนนำหนังสือของนายยศชนัน รวมถึงสมุดเรียนมาให้เซ็นที่หน้าปกอย่างเป็นกันเอง 

ระหว่างพบปะพูดคุยกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 นายยศชนัน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนกับนักเรียน ว่า การเรียนโรโบติกส์ ในปัจจุบันถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเรากำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาท การจะเข้าใจศาสตร์เหล่านี้ได้อย่างลึกซึ้งต้องอาศัย การเรียนรู้ควบคู่ไปกับการลงมือปฏิบัติ หากเมื่อใดที่การเรียนยังให้ความรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ และต้องพึ่งพาการท่องจำ สะท้อนว่า เราอาจยังเข้าใจเนื้อหานั้นไม่เต็มที่นัก พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำถึง ความสำคัญของวิชาพื้นฐานว่าแม้บางครั้งอาจดูไม่น่าสนุก แต่จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถหยิบยกองค์ความรู้เดิมมาประยุกต์และส่งมอบศาสตร์ใหม่ๆได้เสมอเมื่อโลกเปลี่ยนไป 

นอกจากนี้ ความสำเร็จในยุคปัจจุบันยังต้องอาศัยการบูรณาการจากหลากหลายสาขา เช่นเดียวกับการสร้างรถยนต์หนึ่งคันที่ไม่ได้ใช้เพียงแค่วิศวกร แต่ต้องอาศัยทั้งนักออกแบบ นักการตลาด และผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ ดังนั้น หากตั้งใจจะเชี่ยวชาญในด้านใดแล้ว ก็ต้อง “รู้ให้จริง เหมือนหนามกุหลาบที่ต้องแหลมคมตลอดเวลา”

นอกเหนือจากมิติทางวิชาการแล้ว สิ่งที่มีค่าที่สุดในการเข้ามาเรียนที่นี่คือ “มิตรภาพ”ของชาวสวนกุหลาบฯ ซึ่งจะเป็นเครือข่ายเพื่อนที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันไปตลอดชีวิต ไม่ว่าต่างคนจะแยกย้ายไปเติบโตในสายอาชีพใดก็ตาม หากเราปรารถนาสิ่งใด เราต้องรู้จักเป็นผู้ให้ก่อนเสมอ “ถ้าวันนี้เราไม่มีต้นทุนที่บ้าน ไม่มีต้นทุนทางสังคม สิ่งที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิตคือ ความรู้… ขอให้น้องเป็นความหวังของพี่ๆ พี่ก็จะตั้งใจทำงานเพื่อให้น้องสามารถอยู่ในประเทศนี้ได้อย่างมีความสุขและเต็มภาคภูมิ”

จากนั้น นายยศชนัน เข้าเยี่ยมชมห้องกุหลาบเพชร จากนั้นเดินทางเข้าสู่หอประชุม อาคาร 123 ปี สวนกุหลาบวิทยาลัย เพื่อร่วมพบปะกับผู้บริหารโรงเรียน โดยนายภูมิสิษฐ์ สุคนธวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวต้อนรับ จากนั้น คณะผู้บริหารและองค์กรหลัก มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี และพบกับคณะองค์กรหลักของโรงเรียน สมาคมผู้ปกครองและครู ผู้แทนสมาคมศิษย์เก่า ผู้แทนมูลนิธิสวนกุหลาบฯ ผู้แทนชมรมครูเก่าสวนกุหลาบฯ ศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 116 ร่วมแสดงความยินดีพร้อมทำกิจกรรม “บูมสวนกุหลาบ” ต้อนรับนายยศชนัน

จากนั้น นายยศชนัน กล่าวขอบคุณโดยระบุตอนหนึ่งว่า ตนมีความผูกพัน และได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการหล่อหลอมของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เมื่อครั้งตนสอบเข้าโรงเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก และเปรียบเสมือนแหล่งบ่มเพาะความรู้ที่ทำให้ต้องขวนขวายไปค้นคว้าเพิ่มเติมถึงหอสมุดแห่งชาติ นอกจากนี้ นิสัยส่วนตัวที่เป็นคนมุทะลุ ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ จนบางครั้งครอบครัวยังสงสัย ซึ่งก็ได้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วสิ่งเหล่านี้คือ DNA ของชาวสวนกุหลาบฯ ที่ติดตัวมาโดยธรรมชาติ

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า เบื้องหลังการก้าวผ่านอุปสรรคในชีวิตการทำงาน พลังสำคัญที่ทำให้กล้าเผชิญหน้ากับงานยากหรือปัญหาต่างๆมาจากเครือข่ายความเป็น “สวนกุหลาบฯ” ที่มีทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง และครูอาจารย์คอยสนับสนุน มิตรภาพของที่นี่คือการเรียนรู้ที่จะมีเพื่อนคอยอยู่เคียงข้างกันไปตลอดชีวิต 

“หลายครั้งผมมีปัญหา โอ้โห ไม่มีแรงที่จะไปตรงไหนแล้ว เขาจะโทรมาเรียก มามั้ยเพื่อนนัดกัน ซึ่งจะมีอย่างนี้ทุกวัน เข้ามาในไลน์กลุ่ม เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเศร้าไม่เศร้า แต่จะเรียกอย่างนี้มาทุกรุ่น” นายยศชนัน กล่าว

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ความกล้าที่จะรับงานใหญ่ และมั่นใจว่าจะทำสำเร็จ ล้วนมาจากการมีเครือข่ายคอยซัพพอร์ต งานบางเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในตอนแรก เช่น หากต้องการสร้างเครื่อง MRI สักเครื่องในเวลาจำกัด เพียงแค่สอบถามไปยังสมาคมศิษย์เก่าจะได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทุกคนจะช่วยกันแนะนำรุ่นพี่ หรือผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาช่วยกันทำงาน

ในส่วนของมิตรภาพ ตอนทำผิดพลาด เพื่อนก็พร้อมที่จะตักเตือนอย่างตรงไปตรงมา “พอผมพูดผิด ก็ไลน์มาด่าเหมือนกัน มีเยอะ ผมก็บอกโอเค งั้นเดี๋ยวรายการต่อไปผมพูดใหม่… คนเราผิดไม่เป็นไร ให้รู้ตัวว่าผิด แล้วปรับปรุงได้เสมอ นี่คือความเป็นมนุษย์ และโอกาสให้กันได้เสมอ”

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า “สุภาพบุรุษสวนกุหลาบ” ที่เพิ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้ และนำมายึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องลงสนามแข่งขันทางการเมือง ซึ่งต้องอาศัยการต่อสู้ด้วยความสามารถและการแข่งขันอย่างตรงไปตรงมาเราจะทำอะไรเราไปข้างหน้า เราขึ้นไปได้แต่เราจะไม่เหยียบใครลง อาจจะไม่ได้ดีกับเรา 100% ถ้าทำแบบนี้ เราอาจต้องวิ่งมากขึ้น แต่ตนไม่เป็นไร

นายยศชนัน กล่าวถึงวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา โดยมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนห้องเรียนจากกรอบสี่เหลี่ยมเดิมๆ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการปฏิบัติจริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน พร้อมฝากข้อคิดว่า ความสำเร็จของคนเราไม่ได้เกิดจากตัวเราเพียงคนเดียว แต่มาจากโอกาส และการสนับสนุนจากคนรอบข้าง หลายคนที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จในการเรียนหรือมีเกรดเฉลี่ยไม่ดี ก็สามารถประสบความสำเร็จในอาชีพการงานได้ 

ทั้งนี้ นายยศชนัน กล่าวว่า ตนจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ให้คุ้มค่ากับภาษีที่ประชาชนมอบให้ เพื่อสร้างความมั่นคงและขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าร่วมกับทุกคน