วันที่ 26 มิถุนายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทน 4 องค์กรชาวไร่อ้อย นำโดยสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย สถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน สหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ที่ด้านหน้ากระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระรามหก ซึ่งขณะนี้ตัวแทนชาวไร่ ได้แยกย้ายออกจากพื้นที่แล้ว

นายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้เขาไม่ให้เข้าไปข้างในกระทรวงอุตสาหกรรม ตนก็ต้องออกมาพบพี่น้องด้วยตัวเอง เราต้องได้เจอกันก่อน เพราะเข้าใจดีว่าถ้าไม่เดือดร้อนคงไม่ยอมอดนอนมาอยู่ริมถนน พร้อมขออภัยผู้ใช้เส้นทางพระรามหก ที่อาจมีการจราจรติดขัด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขอบคุณชาวไร่อ้อยที่ช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ด้วยการไม่เผาอ้อยสดจนเหลือเพียง 3.8% ทำให้ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอเงินค้างจ่ายปี 67/68 จำนวน 477 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับให้เร่งนำเข้า ครม. และเมื่อถึงวาระที่ต้องหารือกันใน ครม. อ่านไม่ทันจะจบ นายกรัฐมนตรีก็อนุมัติให้ทันที
“นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย จึงมอบหมายให้ผมมารับหนังสือที่กระทรวงอุตสาหกรรม พี่น้องไม่ต้องเดินทางไปถึงทำเนียบรัฐบาล โดยวันนี้ทุกเรื่องที่พี่น้องมีความกังวลใจ ตนจะรับและนำไปดำเนินการต่อให้ทุกๆ เรื่อง” นายวราวุธ กล่าว
นายวราวุธ ย้ำว่า ตนไม่เข้าข้างใคร ทั้งพี่น้องชาวไร่อ้อย หรือปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องให้ความยุติธรรมกับทุกๆ คน แต่ความเดือดร้อนเรื่องราคาอ้อย 120 บาทต่อตัน ทางกระทรวงอุตสาหกรรม จะตามหาเงินมาช่วยพี่น้องชาวไร่อ้อย เพราะในปีผลิต 67/68 พี่น้องร่วมมือลดการเผาอ้อยสดได้จนเหลือแค่ 3.8% ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับเกษตรกร
“ข้อเรียกร้องวันนี้ถึงมือนายกรัฐมนตรีแน่นอน ขอให้เชื่อว่ากระทรวงอุตสาหกรรม ยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชน และมั่นใจในทีมงานของกระทรวงว่าไม่ทิ้งพี่น้องชาวไร่อ้อยอย่างแน่นอน” นายวราวุธ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่บรรยากาศการชุมนุม ที่ด้านหน้ากระทรวงอุตสาหกรรม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีชาวไร่อ้อยรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก จนล้นถนน โดยตัวแทนของพี่น้องชาวไร่อ้อย ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำโดย นายกำธร กิตติโชติทรัพย์ นายกสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต 7 นายปรเมศ โพธารากุล ประธานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย นายบุญลือ ดีประสิทธิ์ ประธานสหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย นายมนตรี คำพล ประธานสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และนายสิทธิบูรณ์ รัชตะสุวิโรจน์ ประธานสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน โดยมีข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีความล่าช้าในการแต่งตั้งตัวแทนชาวไร่อ้อย เข้าไปอยู่ในคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ที่ครบกำหนดมาแล้ว 2 ปี พร้อมขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะที่เป็นประธานบอร์ด กอน. ที่ด้อยค่าและไม่ให้เกียรติชาวไร่อ้อยในเวลาที่มีการประชุมคณะกรรมการ
ส่วนข้อเรียกร้องสุดท้าย คือการเปลี่ยนเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสด จากเดิมตันละ 120 บาท แต่ปัจจุบัน กอน. เสนอให้แบ่งจ่ายเป็น 2 ส่วน คือ 69 บาท และ 51 บาท โดยเพิ่มเงื่อนไขให้ต้องออกสำรวจพื้นที่ และแจ้งจุดพิกัดทุกแปลงรวมกว่า 10 ล้านไร่ ซึ่งสร้างความยุ่งยากและลำบากให้กับชาวไร่อ้อยเป็นอย่างมาก ทั้งที่ชาวไร่อ้อยให้ความร่วมมือตัดอ้อยสดจนลดสัดส่วนอ้อยไฟไหม้เหลือเพียง 3.8% ได้ ซึ่งถือเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในโลก ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจึงเรียกร้องให้เร่งตรวจสอบและดำเนินการในเรื่องดังกล่าว



