นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) พร้อมด้วย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นำคณะผู้บริหารลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้นำท้องถิ่นและประชาชน เพื่อเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานในการลดผลกระทบจากอุทกภัย เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา

โดยนายประหยัด ตะคอนรัมย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร รายงานว่า ภาพรวมการดำเนินงานประกอบด้วยการศึกษาออกแบบระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมือง การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง และโครงการในชุมชนต่าง ๆ โดยมีสถานะความคืบหน้าแบ่งเป็น โครงการระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชนบางหญ้าแพรก ระยะที่ 2 ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ ส่วนโครงการชุมชนบางหญ้าแพรก ระยะที่ 3 บริเวณริมแม่น้ำท่าจีน และโครงการชุมชนโคกขาม ระยะที่ 1 อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง

ทางด้าน นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยถึงแนวทางการออกแบบโครงสร้างหลักว่า มุ่งเน้นการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งควบคู่กับระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชนใน 2 รูปแบบ คือ “คันปิดกั้น” เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจ และ “ถนนเป็นคัน” ยกระดับถนนให้เป็นเส้นทางสัญจรพร้อมแนวป้องกันน้ำท่วม โดยหลังจากนี้จะเร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการในพื้นที่ชุมชนท่าทรายและชุมชนบางกระเจ้า เพื่อให้ระบบระบายน้ำเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันเชิงรุกก่อนเกิดภัย ได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบความมั่นคงของแนวกั้นน้ำ ขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำให้ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“งานป้องกันน้ำท่วมต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกวันที่โครงการคืบหน้า คือความปลอดภัยของประชาชนที่เพิ่มขึ้น ความเดือดร้อนของประชาชนรอกระบวนการงบประมาณไม่ได้ ทุกหน่วยงานจึงต้องเร่งทำงานเชิงรุก เตรียมความพร้อมก่อนเกิดสถานการณ์ และบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานตื่นตัวปรับเปลี่ยนแนวคิดมาเป็นการป้องกันเชิงรุกเพื่อลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง พร้อมประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงริมน้ำ ให้เฝ้าติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หากพบเหตุตลิ่งทรุดหรือน้ำล้นตลิ่ง ให้แจ้งหน่วยงานราชการหรือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดในพื้นที่ทันทีเพื่อเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที



