นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลงผลการดำเนินงาน 99 วัน ภายใต้แนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยยืนยันว่า กระทรวงมุ่งวางรากฐานแก้ปัญหาภาคเกษตรทั้งด้านสภาพอากาศ ราคาสินค้าเกษตร ต้นทุนการผลิต การแข่งขันทางการค้า และการเข้าถึงสิทธิในที่ดินทำกิน ผลงานสำคัญด้านแรก คือการยกระดับข้าวไทยด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมพันธุ์ข้าวผลผลิตสูงและการปลูกแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อลดต้นทุน ลดการใช้น้ำ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ ปัจจุบันมีพื้นที่นำร่อง 25 จังหวัด รวม 100,000 ไร่ ช่วยลดต้นทุนได้ร้อยละ 24 และเพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ 10 โดยตั้งเป้าขยายพื้นที่เป็น 500,000 ไร่ ภายในปี 2570 ด้านการบริหารจัดการน้ำ กระทรวงเร่งพัฒนาแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้เพียงพอในช่วงจำเป็น ลดความเสี่ยงจากภัยแล้งและน้ำท่วม พร้อมสร้างความมั่นคงต่อการผลิตและรายได้ของเกษตรกรในระยะยาว

ขณะเดียวกัน กระทรวงเดินหน้าควบคุมคุณภาพสินค้าเกษตรและขยายตลาดส่งออก โดยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย อาทิ ทุเรียน ผลไม้สด และกุ้งไทย รวมถึงเตรียมรับมือปัญหาโรคพืชและข้อจำกัดทางการค้าจากต่างประเทศ อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือการลดความซ้ำซ้อนของภาครัฐและผลักดันเกษตรแม่นยำ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ใช้น้ำและปุ๋ยได้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริง กระทรวงได้ปรับปรุงกฎระเบียบที่ล้าสมัย 9 ฉบับ และลดระยะเวลาการอนุมัติบางประเภทจาก 14 วัน เหลือ 1 วัน

นอกจากนี้ ยังเร่งคืนสิทธิ คืนโอกาส และสร้างความมั่นคงด้านที่ดินทำกินให้เกษตรกร ผ่านการผลักดันเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. เพื่อเกษตรกรรม การแก้ไขและพักหนี้เกษตรกร 8,858 ราย วงเงินรวม 940 ล้านบาท รวมถึงลดภาระหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์เพื่อการเกษตรกว่า 9,300 ล้านบาท ผลงาน 99 วันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง โดยกระทรวงจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคเกษตร และสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างยั่งยืน