เมื่อวันที่ 21 ก.ค.นวัตกรรมดังกล่าวถูกออกแบบด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ให้มีลักษณะเป็นรูปโดมขนาดเล็กพร้อมฐานแหลมสำหรับปักยึดกับพื้นทะเล โดยใช้พลาสติกชีวภาพประเภท Polyhydroxyalkanoate (PHA) ซึ่งได้จากการหมักของแบคทีเรียจากวัสดุเหลือทิ้ง พ็อดนี้จะทำหน้าที่เป็น “เกราะป้องกัน” ให้กับต้นอ่อนหญ้าทะเล ช่วยป้องกันการถูกกระแสน้ำพัดพา การทับถมของตะกอน หรือการถูกสัตว์ทะเลกัดกินในช่วงที่ต้นยังไม่แข็งแรง และจะสลายตัวไปเองโดยไม่ทิ้งสารตกค้างหรือไมโครพลาสติกเมื่อหญ้าทะเลหยั่งรากมั่นคงแล้ว

โครงการนี้เป็นผลงานของสองนักศึกษาปริญญาเอก ม.วลัยลักษณ์ ได้แก่ นายพรรษกร จีนช่วย และ นายลีโอนีล จูด กีราย ภายใต้การดูแลของ รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษณะเดช เจริญสุธาสินี ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้เฉพาะด้านนิเวศวิทยาพยากรณ์และการจัดการ ม.วลัยลักษณ์ โดยได้รับความร่วมมือทางวิชาการจาก ดร.อเล็กซานดรา กูลีเซีย และ ศาสตราจารย์แอนดรูว์ แมคเรย์จากศูนย์นวัตกรรมพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics Innovation Hub: BIH) มหาวิทยาลัยเมอร์ด็อค

นายพรรษกร จีนช่วย เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจว่า โครงการนี้เริ่มจากการต้องการแก้วิกฤตการณ์ประชากรพะยูนในไทยที่ลดลงเนื่องจากขาดแคลนหญ้าทะเล หากเราฟื้นฟูทุ่งหญ้าทะเลได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่พะยูนจะมีอาหาร แต่ยังเป็นการสร้างแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ เพิ่มรายได้ให้ชุมชนประมง และสร้างความตระหนักรู้ในการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน

ด้าน ศาสตราจารย์แอนดรูว์ แมคเรย์ รองผู้อำนวยการ BIH ระบุว่า เทคโนโลยีพ็อดปลูกหญ้าทะเลนี้ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดการแบ่งปันเพื่อสังคม โดยจะเปิดเผยแบบแปลนการผลิตให้หน่วยงานทั่วโลกนำไปใช้ได้ฟรีโดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ เพราะนวัตกรรมที่มีราคาสูงไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการรักษ์โลก หากเทคโนโลยีเข้าถึงง่าย ท้องทะเลทั่วโลกย่อมมีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ขณะที่ ดร.อเล็กซานดรา กูลีเซีย นักเคมีพอลิเมอร์ผู้พัฒนาวัสดุ เสริมว่า พลาสติก PHA ผลิตจากของเสียผ่านกระบวนการหมักของแบคทีเรียท้องถิ่นในออสเตรเลียตะวันตก ซึ่งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมีการปรับปรุงคุณสมบัติให้แข็งแรงพอที่จะปกป้องต้นไม้ แต่ย่อยสลายได้ตามเป้าหมายของงานวิจัย

ปัจจุบันโครงการได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ องค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพ (CSIRO) และ มหาวิทยาลัยเมอร์ด็อค ซึ่งในขณะนี้ทีมวิจัยได้คัดเลือกสายพันธุ์หญ้าทะเลและสำรวจพื้นที่นำร่อง ณ เกาะลิดี จังหวัดสตูล เรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ในขั้นตอนทดสอบพ็อดต้นแบบขั้นสุดท้ายก่อนเริ่มลงมือปลูกจริง เพื่อสร้างโมเดลต้นแบบการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลที่สมบูรณ์ที่สุด