นายชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคที ออพติค จำกัด จำหน่ายแว่นตา เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 ปีนี้เด็กไทยเริ่มมีปัญหาเรื่องสายตาสั้นมากขึ้นเรื่อยๆ จากการถูกเลี้ยงด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการเรียนและการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ ซึ่งสังเกตได้จากยอดขายแว่นตาและเลนส์สายตาเด็กที่เติบโตขึ้นมาจากสัดส่วน 2% เป็น 5% ซึ่งเป็นสถานการณ์เดียวกับประเทศจีนที่ปัจจุบันมีกฎหมายควบคุมเพื่อไม่ให้เด็กสายตาสั้นเพิ่มขึ้น หลังจากเด็กในห้องเรียนกว่า 70-80% ต้องใส่แว่นตา

ทั้งนี้ ในอดีตปัญหาสายตาสั้นมักเริ่มพบในช่วงอายุ 30 ปีปลายๆ ถึง 40 ปี แต่ปัจจุบันพบว่าเด็กเริ่มมีปัญหาสายตาตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียน โดยเฉพาะช่วงอายุ 11-12 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่กระบอกตาเริ่มคงที่แต่ยังไม่สมบูรณ์ 100% และจะอยู่ตัวจริงๆ เมื่ออายุประมาณ 17-18 ปี โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กในเมืองมีปัญหาสายตามากกว่าเด็กต่างจังหวัด คือสภาพแวดล้อมที่ถูกบล็อกด้วยตึกสูง ทำให้ขาดการมองระยะไกลในที่โล่งกว้าง ประกอบกับการใช้ชีวิตบนหน้าจอสกรีน ซึ่งแสงจากหน้าจอเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ตาแห้งและเกิดการระคายเคือง

อย่างไรก็ตาม แม้คนที่ปัญหาสายตาจะอายุน้อยลงเรื่อยๆแต่ภาพรวมตลาดแว่นตาประเทศไทยปีนี้คาดว่ามีมูลค่า 15,000 – 17,000 ล้านบาท เติบโตเพียงเล็กน้อยปกติโต 3-5% จากปัญหาด้านกำลังซื้อคนไทยที่ประหยัดเงินในกระเป๋า และส่วนใหญ่คนที่มึปัญหาสายตาจะมีแว่นคนละ 2 อันสำรองทำให้อายุการใช้งานยาวขึ้น บวกกับบางรายยังมองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เชื่อว่าจะประหยัดเฉพาะช่วงปีนี้ที่เศรษฐกิจไม่ดี และจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาหลังจากนี้

สำหรับแผนงาน เคที ออพติค ปีนี้จึงปรับปรุงสาขาสาขา Fashion Island (แฟชั่นไอส์แลนด์) ซึ่งเป็นสาขาแรกที่ ปรับรูปแบบจากร้านแว่นตา สู่ ‘Vision & Eyewear Destination’ ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ให้เป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของการดูแลสายตาและแฟชั่นแว่นตา รวบรวมเทคโนโลยี ความแม่นยำ แบรนด์ชั้นนำ และดีลพิเศษไว้ในที่เดียว เพื่อรองรับลูกค้าฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก หลังพบโอกาสในการทำตลาด เนื่องจากในย่านดังกล่าวมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ประกอบกับเป็นประตูสู่จังหวัดภาคตะวันออกของประเทศด้วย

ทั้งนี้ สาขาดังกล่าวเป็นการปรับปรุง(Renovate) ยกเครื่องโฉมใหม่ให้มีความทันสมัย และขนาดพื้นที่ใหญ่ขึ้น เป็นกว่า 180 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนชั้น 2 ในศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ รองรับประสบการณ์แบบ Vision & Style Lab ที่มีเครื่องมือวัดสายตาระดับสากลครบชุดจาก ZEISS และตรวจสุขภาพสายตาด้วย Airdoc AI นอกจากนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษากับลูกค้าทุกคนด้วย ถือเป็นโฉมใหม่ที่ทุกคนรอคอย เพราะมีครบจบในที่เดียว และเป็น Professional Lab ที่รวมนวัตกรรม เทคโนโลยี และแฟชั่นแว่นตาไว้ในที่เดียว ไม่ใช่แค่ร้านขายแว่นตา คาดว่าสาขานี้จะเป็นสาขาที่ทำรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 2-3 ล้านบาท และเป็นสาขาที่ทำรายได้หลักติด  1 ใน 5 ของจำนวนสาขาที่มีอยู่กว่า 140 สาขาทั่วประเทศแน่นอน

“จุดขายของ KT OPTIC เราไม่เพียงแค่คัดสรรแว่นตาคุณภาพให้ลูกค้า แต่ยังพร้อมด้วยประสบการณ์กว่า 60 ปีในการดูแลสายตา มั่นใจได้ทั้งเรื่องแฟชั่นและสุขภาพสายตาในที่เดียว นอกเหนือจากแว่นตาคุณภาพที่เราคัดสรรมากับมือแล้ว เรายังมีบริการครบครันตั้งแต่การวัดสายตาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ไปจนถึงการตรวจสุขภาพตาด้วย Airdoc AI เอกสิทธิ์เฉพาะของ KT OPTIC นอกจากนี้ เรายังมีทีม Optician และ Eyewear Stylist ที่พร้อมให้คำแนะนำแว่นตาและเลนส์ที่เหมาะกับลูกค้าเฉพาะบุคคลด้วย เพราะเราเชื่อว่า แว่นตาที่ดี ต้องทั้งสวยและใส่แล้ว “ใช่” สำหรับคุณ”

นายชัชวาลย์ กล่าวว่า การพลิกโฉมสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ สู่ “Vision & Eyewear Destination” ระดับโลกครั้งนี้ เพราะ KT OPTIC ต้องการมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเลือกแว่นตาที่ตอบโจทย์ สุขภาพสายตาและไลฟ์สไตล์ ให้กับลูกค้าเฉพาะบุคคลมากขึ้นและตอกย้ำผู้นำด้านการดูแลสายตาชั้นนำของเมืองไทย เพื่อผลักดันยอดรายได้รวมของ KT OPTIC สิ้นปี 2569 แตะ 850  ล้านบาท เติบโตกว่า 5 % เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ทำได้ 800 ล้านบาท ซึ่งการทำธุรกิจแฟชั่น แม้จะอยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ธุรกิจร้านแว่นตาในปัจจุบันถือว่าเป็นธุรกิจที่ยังมีศักยภาพเติบโต และการแข่งขันเปลี่ยนจากการ “ขายแว่น” ไปสู่การ “ขายประสบการณ์และบริการด้านสายตา” มากขึ้น