เมื่อวันที่ 27 ก.ค. น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า บ้านเมืองวิปริต ผิดเป็นถูก ถูกเป็นผิด กรณีโกงเลือก สว.จุดติดแล้วโดยพรรคฝ่ายค้าน เป๋าไอลอว์ และพยานผู้กล้าทั้งปวง

การที่หลายฝ่ายประสานเสียงออกมา “แฉ” การโกงเลือก สว. มีทั้งเส้นเงิน โทรศัพท์ โพย คลิป สถานที่ และตัวบุคคลที่เชื่อมโยงเครือข่ายโกงเลือก สว.อย่างชัดเจน แทนที่เจ้าหน้าที่รัฐจะรีบ “คุ้มครองพยาน” ที่เป็นพลเมืองดีออกมาแจ้งเบาะแสการทุจริต กลับปล่อยให้พยานต้องต่อสู้กับการกลั่นแกล้ง ฟ้องปิดปากจากผู้มีอำนาจทั้งหลายโดยลำพัง

น.ส.นันทนา ระบุต่อว่า ที่วิปริต ทำให้ ผิดเป็นถูก ถูกเป็นผิด อีกประการหนึ่ง ก็คือ ความพยายามออกมาตอบโต้ จากฝ่ายที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาจาก DSI ว่ามีอีกฝ่ายที่ “ฮั้ว สว.” เหมือนกัน อีกทั้งยังพยายามจะโยงไปถึงไอลอว์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ทั้งที่ไอลอว์เป็นเพียง องค์กรพัฒนาเอกชน ที่มุ่งมั่นพิทักษ์ระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย โดยทำหน้าที่อย่างแข็งขันในการรณรงค์ให้คนไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น รวมทั้งการลงประชามติ มิได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการจัดฮั้ว สว. ตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

นี่จึงเป็นปรากฏการณ์ “หมาหางด้วน” ที่หลังพิงฝา หาทางสู้ให้หลุดพ้นจากคำตัดสินของสังคมไม่ได้ จึงเที่ยวยัดเยียดความผิดให้คนอื่นๆ ว่ามีการกระทำชั่วๆ เช่นเดียวกับพวกตนเอง ยิ่งผู้กระทำถืออำนาจรัฐอยู่ในมือ ก็จะเข้าข่าย “การปิดปาก” ให้พยานอื่นๆ หวาดกลัว ไม่กล้าออกมา “เปิดโปง” ขบวนการอีกต่อไป

น.ส.นันทนา ระบุต่อไปว่า กล่าวโดยสรุป คดีฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่สังคมไทยได้รับรู้ข้อมูลมามากพอที่จะตัดสินความผิดถูกได้แล้ว เพราะจากหลักฐานที่เปิดออกมา “มองจากดาวอังคาร” ก็ยังเห็นชัดเจน การออกมาดิ้นรน ฟ้องร้องดำเนินคดี หรือกล่าวหาฝ่ายตรงข้าม เป็นปฏิบัติการ “ฟ้องปิดปาก” ที่รังแต่จะส่งผลต่อคะแนนนิยม ภาพลักษณ์เครือข่ายขบวนการให้เสียหายมากยิ่งขึ้น

ทางที่ดีที่สุด กกต.ต้องแสดงความเป็นอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคการเมือง (แม้จะมี กกต.ถึง 4 คน ที่ได้รับเลือกจากสว.ชุดนี้) โดยรีบส่งฟ้องคดีฮั้ว สว.ทั้ง 229  คน ตามสำนวนของอนุฯ 26 มิใช่การฟ้องเพียง “เครื่องสังเวย” ไม่กี่คน แต่ต้องส่งฟ้องทั้งหมด เพื่อให้ กกต.หลุดพ้นจากการตกเป็นจำเลยของสังคม อย่าปล่อยให้บ้านเมือง วิปริต เช่นนี้เลย !