ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ปัจจุบัน Big Data และ AI กำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ทั้งการยกระดับบริการภาครัฐ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การแข่งขัน BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และผู้มีความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ร่วมสร้างนวัตกรรมจากข้อมูลจริงเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาเมือง และผลักดันต้นแบบนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงดีอี ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและ AI ควบคู่กับการพัฒนากำลังคน และการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ด้านนายสุธี อุไรวิชัยกุล รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจด้าน Big Data และ AI จากหลากหลายสาขา ได้ร่วมเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และสร้างนวัตกรรมจากข้อมูลจริงเพื่อแก้ไขปัญหาเมือง โดยผลงานของทั้ง 21 ทีมสุดท้ายสะท้อนศักยภาพในการประยุกต์ใช้ Big Data, AI และ ThaiLLM เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์บริบทของประเทศไทย พร้อมเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ องค์ความรู้ และเครือข่ายความร่วมมือที่ได้รับจากโครงการดังกล่าว จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ทุกทีมต่อยอดต้นแบบนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยข้อมูลและ AI อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้การแข่งขันได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้สมัครจากทั่วประเทศกว่า 213 ทีม ก่อนผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น จนเหลือ 21 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Demo Day เพื่อนำเสนอผลงานนวัตกรรมต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในเวทีแข่งขันระดับประเทศที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของ BDI โดยการแข่งขันมุ่งพัฒนาโซลูชันจาก Big Data และ AI เพื่อแก้ไขปัญหาเมืองใน 3 โจทย์สำคัญ ได้แก่ Data for Better Journey การยกระดับการเดินทางด้วยข้อมูลแบบ Real-time, Data for Better Lifestyle การเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อยกระดับบริการและคุณภาพชีวิตของประชาชน และ Data for Better Safety การพัฒนาระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยอัจฉริยะ สะท้อนศักยภาพของการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI เพื่อพัฒนาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ผลการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok ได้เฟ้นหา 3 สุดยอดนวัตกรรมที่สะท้อนศักยภาพของการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI เพื่อแก้ไขปัญหาเมืองในมิติต่าง ๆ ตั้งแต่การเดินทาง ความปลอดภัย ไปจนถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวชุมชน โดยมีรายละเอียดดังนี้

·รางวัลชนะเลิศ (ถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท) ได้แก่ ทีม Power Up Consulting กับผลงาน WalkWise (วอล์ก-ไวส์) แพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ผสานการทำงานของ ThaiLLM เข้ากับข้อมูลเมือง อาทิ ข้อมูลร้องเรียนจาก Traffy Fondue ข้อมูลสิ่งแวดล้อม ข้อมูลกิจกรรม และข้อมูลจากภาคประชาชน (Citizen-generated Data) เพื่อแนะนำเส้นทางที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับผู้ใช้งาน พร้อมแนะนำสถานที่และกิจกรรมที่น่าสนใจ รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาเดินมากขึ้นผ่านระบบสะสมคะแนนและการมีส่วนร่วมของชุมชน

·รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (ถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 60,000 บาท) ได้แก่ ทีม Man-Khak กับผลงาน PA-TUEAN (ป้าเตือน) แอปพลิเคชันตรวจจับและแจ้งเตือนการปลอมแปลงเสียงด้วย AI (AI Voice Cloning) แบบ Real-time ที่มีความแม่นยำสูงถึง 99.1% สามารถประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลบนอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน (On-Device AI) โดยไม่ต้องส่งไฟล์เสียงออกสู่ภายนอก ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ปัจจุบันรองรับภาษาอีสาน และมีศักยภาพในการขยายผลสู่ภาษาเหนือและภาษาใต้ในอนาคต

· รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (ถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท) ได้แก่ ทีม PAIMOO กับผลงาน PAIMOO (ไปมู) แพลตฟอร์ม Data & AI ที่ยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวสายมูด้วยผู้ช่วย AI “น้องบัว” ช่วยวางแผนการเดินทาง แนะนำขั้นตอนการสักการะ และรวบรวมข้อมูลรีวิวจากผู้ใช้งาน เพื่อสร้างฐานข้อมูลความเชื่อที่มีคุณภาพ โดยประยุกต์ใช้ ThaiLLM ร่วมกับข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และต่อยอดการใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนประเทศ
นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัล ThaiLLM Special Award สำหรับทีมที่มีความโดดเด่นในการประยุกต์ใช้ ThaiLLM และ Popular Vote Award ในแต่ละโจทย์การแข่งขัน จากคะแนนโหวตของผู้เข้าร่วมงาน เพื่อส่งเสริมและสร้างกำลังใจให้ทีมผู้พัฒนานวัตกรรมที่มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอนาคต



