เมื่อวันที่ 28 ส.ค. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ประชุมความคืบหน้าเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็น “มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ” ที่เปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อช่วง 22 ก.ค.-5 ส.ค. ที่ผ่านมา ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา
โดยสำนักงาน ก.พ. ได้นำเสนอผลการรับฟังความคิดเห็นต่อที่ประชุมใน 5 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1.การกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมมาตรการฯ เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 : อายุ 50 ปีขึ้นไป หรืออายุราชการ 25 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ) กลุ่มที่ 2 : อายุ 40-49 ปี และอายุราชการ 10 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ)
2.การกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดของสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ในอัตราที่เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม 3.เงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ 4.เงื่อนไขในการห้ามกลับเข้ารับราชการ หรือเป็นพนักงานประจำในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท และ 5.การกำหนดให้ส่วนราชการสามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation
โดยการพิจารณาที่ประชุมมีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ ดังนี้ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมมาตรการ เป็น 2 กลุ่ม การกำหนดเงื่อนไขในการห้ามกลับเข้ารับราชการ และการจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation
ซึ่งการกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดของเงินก้อนผู้ที่เข้าร่วมมาตรการ จะได้รับในอัตราที่เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 12 เท่า การกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่ง โดยให้ส่วนราชการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการ และสามารถบริหารจัดการตำแหน่งที่จะนำมายุบเลิกได้ตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องยุบเลิกตำแหน่งที่ผู้เข้าร่วมมาตรการดำรงอยู่โดยตรง
และมอบหมายสำนักงาน ก.พ. หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำรายละเอียดมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ และนำเสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมาย นโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยเร็วต่อไป



