เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมนายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อขอให้ชี้แจง 3 ประเด็น ต่อสาธารณะภายในวันที่ 15 ก.ย. นี้ โดยนายสมชัย กล่าวว่า เรื่องแรก ขอทราบว่า กกต. คนใดเป็นผู้เสนอชื่อนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ให้ดำรงตำแหน่งอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 12 เมื่อปี 2562 พร้อมตั้งคำถามว่าก่อนแต่งตั้งได้ตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติอย่างรอบคอบหรือไม่ เนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวมีหน้าที่กลั่นกรองคดีเลือกตั้งก่อนเสนอ กกต. เรื่องที่ 2 ติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีอาญากับนายณัฐวุฒิ กรณีสมัครรับเลือกตั้ง สส. ทั้งที่อาจมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42 (10) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น กกต. ได้แจ้งความดำเนินคดีไปถึงขั้นตอนใดแล้ว
“การมาติดตามเรื่องนายณัฐวุฒิในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ติดตามมานานหลายเดือน ไม่ได้เป็นการตอบโต้หลังนายณัฐวุฒิออกมาเคลื่อนไหว และยังได้เชิญนายณัฐวุฒิมาร่วมแถลงข่าวด้วยกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายชี้แจงต่อสื่อมวลชน แต่นายณัฐวุฒิไม่ได้เดินทางมา” นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวอีกว่า เรื่องที่ 3 ขอทราบความคืบหน้าการตรวจสอบมาตรฐานทางจริยธรรมของ กกต. คนหนึ่ง ซึ่งมีเรื่องร้องเรียนอยู่ในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 2 กรณี รวมถึงกรณีภาพจากกล้องวงจรปิดที่นายสมชัยระบุว่าเป็นภาพที่นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ นำซองที่บรรจุเงิน 300,000 บาท ไปมอบให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งตนขอย้ำว่าต้องการให้ กกต. ตอบต่อสาธารณะภายในวันที่ 15 ก.ย. นี้ หากพบว่า กกต. ไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งในเรื่องคดีอาญาหรือการตรวจสอบจริยธรรม จะดำเนินการแจ้งความเอาผิด กกต. ทั้ง 2 ชุด รวม 13 คน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ทั้งนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ระบุเห็นตัวของนายฐิติเชฏฐ์ หากเจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่ใช่ภาพของตัวเอง ตนขอบอกว่ามีคลิปวิดีโอบันทึกภาพทั้งหมด 8 คลิป ซึ่งวันนี้นำมาเปิดแค่ 2 เท่านั้น
ส่วนกรณีที่นายณัฐวุฒิออกมาพูดพาดพิงด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมนั้น นายสมชัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อกฎหมายไว้ทั้งหมด โดยขอย้ำว่าหากการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดและเป็นการแสดงออกต่อสาธารณะ ก็ไม่ต้องการให้เกิดพฤติกรรมลักษณะนี้ซ้ำกับบุคคลอื่นในสังคม จึงอยู่ระหว่างพิจารณาช่องทางดำเนินการตามกฎหมาย และยืนยันว่า หากสามารถดำเนินคดีได้ ก็จะดำเนินการเท่าที่กฎหมายเปิดช่องให้ทำได้
เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับนายสมชัย นายสมชัย กล่าวว่า ไม่ได้กังวล และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ โดยหากมีการกล่าวหา ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานและข้อเท็จจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่านายณัฐวุฒิยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของนายสมชัยและบุคคลที่เกี่ยวข้อง นายสมชัย กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของ ปปง. ที่จะตรวจสอบ และพร้อมให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งหากตรวจสอบจริง อาจพบว่าตนจนมาก เพราะมีทรัพย์สินเป็นจักรยานเพียง 2 คัน
เมื่อถามว่า กกต. เคยชี้แจงว่านายณัฐวุฒิเคยเป็นอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 12 เพียง 57 วัน หลังจากนั้นไม่ได้เข้าร่วมประชุม นายสมชัย กล่าวว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่จำนวนวันที่ดำรงตำแหน่ง แต่ต้องการทราบว่าใครเป็นผู้เสนอชื่อนายณัฐวุฒิเข้ามาดำรงตำแหน่ง และก่อนเสนอชื่อมีการตรวจสอบประวัติหรือคุณสมบัติหรือไม่ และขอตั้งข้อสังเกตว่าหากผู้ได้รับการเสนอชื่อมีประวัติถูกให้ออกจากราชการด้วยเหตุประพฤติชั่วร้ายแรง และเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่เกี่ยวกับ กกต. โดยตรง ก็ควรตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพราะตำแหน่งอนุกรรมการวินิจฉัยมีหน้าที่สำคัญในการกลั่นกรองคดีเลือกตั้ง และตนขอถามว่านายณัฐวุฒิได้นำตำแหน่งนี้ไปใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือหรือใช้ประโยชน์ต่อสาธารณะหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบุประวัติการดำรงตำแหน่งในเอกสารสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่ง กกต. กำลังตอบคนละคำถาม เพราะการชี้แจงว่าอยู่ในตำแหน่งเพียง 57 วัน ไม่ได้ตอบคำถามสำคัญว่าใครเป็นผู้เสนอชื่อ และมีการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนแต่งตั้งหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตที่ว่าประเด็นนี้อาจกระทบต่อการพิจารณาคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ กกต. นัดลงมติในวันที่ 14 ก.ย. นี้ หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ กกต. ต้องพิจารณาเอง และเป็นประเด็นที่ตนต้องการคำตอบ.



