สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่า นายเคธี โฮชุล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก แถลงเมื่อวันจันทร์ว่า สถิติผู้ป่วยรักษาตัวจากโรคโควิด-19 สะสมในรัฐนิวยอร์กเป็นจำนวนอย่างน้อย 9,563 คน เป็นสถิติสูงสุด และเพิ่มขึ้น 290 คน จากสถิติสูงสุดครั้งก่อน เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ปีที่แล้ว
New York state will start breaking down its hospital figures between "with" and "because" of COVID-19, Governor Kathy Hochul says.
— BNO Newsroom (@BNODesk) January 4, 2022
"We're going to start asking some questions .. is that person in the hospital because of COVID" or because of a car crash? pic.twitter.com/ifqXV4OBVj
อย่างไรก็ตาม หากนับจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลทั่วทั้งรัฐนิวยอร์ก ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นการเพิ่มขึ้นมากถึง 790 คน ขณะที่อัตราอุบัติการณ์ของโรคในรอบ 7 วันล่าสุด ต่อจำนวนประชากร 100,000 คน อยู่ที่มากกว่า 335 แต่หากจำแนกออกตามเขต พบว่า อัตราการติดเชื้อสูงสุดอยู่ที่นครนิวยอร์ก 457.75 ต่อประชากร 100,000 คน
ขณะที่ นายอีริก อดัมส์ นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ยืนยันการเปิดการเรียนการสอนแบบปกติในห้องเรียนของสถานศึกษาทุกแห่งในนครนิวยอร์ก ตั้งแต่สัปดาห์นี้ แม้อัตราการติดเชื้อยังคงเป็นขาขึ้น โดยอดัมส์ให้เหตุผลว่า การเรียนออนไลน์ระยะยาว “สร้างผลเสียมากเกินไป” กับครอบครัวซึ่งมีฐานะยากจน และกลุ่มเด็กไร้บ้าน
Mayor Eric Adams of New York City insisted schools would remain open despite surging Omicron cases in the city. He said remote learning has been too damaging, especially to children in low-income neighborhoods and homeless students. https://t.co/LPCoVmXXcX pic.twitter.com/UVEoPio4HM
— The New York Times (@nytimes) January 3, 2022
อย่างไรก็ตาม โรงเรียนตามเมืองใหญ่หลายแห่งในอีกหลายรัฐของสหรัฐ ได้รับคำสั่งจากหน่วยงานในท้องถิ่น ให้ชะลอการกลับเข้าชั้นเรียนออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ “โอมิครอน” ซึ่งกลายเป็นสายพันธุ์หลักของสหรัฐแล้ว.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES
















