สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ว่าคณะที่ปรึกษาเชิงยุทธศาสตร์ของผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกัน ขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ ) ออกแถลงการณ์ เมื่อวันศุกร์ แนะนำการใช้งานวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค กับเด็กอายุระหว่าง 5-11 ปี โดยให้ใช้ปริมาณเข็มละ 10 ไมโครกรัม คือลดลง 3 เท่า เมื่อเทียบกับปริมาณที่ใช้กับผู้มีอายุตั้งแต่ 12 ปี


ทั้งนี้ คณะที่ปรึกษามีมติด้วยว่า เด็กในช่วงวัยดังกล่าวควรอยู่ใน “กลุ่มท้าย” ของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ยกเว้นเด็กซึ่งมีปัญหาหรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน


ขณะเดียวกัน คณะที่ปรึกษายังมีมติแนะนำการฉีดวัคซีนเข็มที่สามของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันหรือเป็นบูสเตอร์ หลังรับวัคซีนสองเข็มแรกผ่านมาแล้ว 4-6 เดือน โดยผู้สูงอายุและบุคลากรการแพทย์ควรเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับวัคซีน

อนึ่ง คณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) อนุมัติเป็นกรณีฉุกเฉินตั้งแต่เดือน​ พ.ย.ปีที่แล้ว ในการใช้วัคซีนโควิด-19 แบบลดปริมาณ ของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค กับเด็กอายุระหว่าง 5-11 ปี อย่างไรก็ดี มติของคณะที่ปรึกษาจากดับเบิลยูเอชโอน่าจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ปกครองทั่วโลกได้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES