สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ว่า สำนักงานสาธารณสุขของฮ่องกงยืนยันสถิติผู้ป่วยโควิด-19 ประจำวันพุธ 1,161 คน เป็นสถิติสูงสุด นับตั้งแต่การแพร่ระบาดระลอกแรก เมื่อต้นปี 2563 และเป็นครั้งแรกด้วยที่ฮ่องกงมีผู้ป่วยยืนยันรายวัน “เป็นเลขสี่หลัก” ทำให้สถิติผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็นมากกว่า 17,000 คน โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 4,000 คน ภายในระยะเวลาสองสัปดาห์ล่าสุด


ขณะที่สถิติผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สะสมในฮ่องกงอย่างน้อย 215 ราย เพิ่มขึ้น 2 ราย และเป็นผู้เสียชีวิต 2 รายแรกภายในระยะเวลา 5 เดือน


ด้าน นางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง ประกาศยกระดับมาตรการควบคุมทางสังคมเป็นขั้นสูงสุด หรือเรียกได้ว่า เกือบล็อกดาวน์ โดยจำกัดการรวมกลุ่มในสถานที่สาธารณะไม่เกิน 2 คน สถานประกอบกิจการหลายประเภทต้องปิด รวมถึงร้านทำผมและโบสถ์ ส่วนโรงเรียนต้องกลับไปจัดการเรียนการสอนออนไลน์อีกครั้ง


มาตรการทั้งหมดจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.นี้ “จนกว่าอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 จะดีขึ้น” ยกเว้นมาตรการบัตรผ่านวัคซีนจะผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.นี้ เป็นสัญญาณว่า ภายในระยะเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์นับจากนี้ ฮ่องกงจะยังคงยึดมั่นกับแนวทางปฏิบัติเข้มงวดสูงสุด บนหลักการ “โควิดเป็นศูนย์” แม้ยอมรับว่า เป็นมาตรการที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจ


ปัจจุบัน ประชากรในฮ่องกงอย่างน้อย 80% ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม อย่างไรก็ตาม หากจำแนกตามกลุ่มอายุ ปรากฏว่า อัตราการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงวัยยังต่ำ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES