เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองไวเดน ประเทศเยอรมนี เปิดการสืบสวนคดีฆาตกรรมโดยประมาท หลังจากมีผู้เสียชีวิต และพบว่ามีการใส่ยาเสพติดลงในเครื่องดื่มประเภทแชมเปญมากกว่าปริมาณปกติที่ใช้กันถึง 1,000 เท่า ความเข้มข้นของยานั้นสูงมากจนกระทั่งทำให้สีของแชมเปญเปลี่ยนเป็นสีม่วง

สื่อท้องถิ่นของเยอรมนีรายงานว่า งานเลี้ยงมื้อเย็นในค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เกิดเหตุสลดใจขึ้นนั้น เป็นการเลี้ยงฉลองล่วงหน้าสำหรับวันวาเลนไทน์ โดยมีการจัดงานเลี้ยงมื้อค่ำที่ร้านอาหารอิตาลี แขกที่มาร่วมงานได้สั่งแชมเปญมาดื่ม พยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าหลังจากที่แขกในกลุ่มร่วมดื่มฉลองกันเพียงแก้วเดียว ก็มีหลายคนรู้สึกไม่สบายอย่างรุนแรง

พยานในร้านอาหารบรรยายว่า แขกที่โต๊ะดังกล่าวทยอยกันเกิดอาการชักและหมดสติ หลังจากจิบเครื่องดื่มไปเพียงเล็กน้อย กว่าเจ้าหน้าที่กู้ชีพจะมาถึงในช่วงหลังเที่ยงคืน แขกหลายคนซึ่งมีอายุตั้งแต่ 33-52 ปี ก็แสดงอาการที่เห็นได้ชัดว่ามาจากการรับสิ่งเป็นพิษเข้าสู่ร่างกาย 

แขกในงานวัย 52 ปี ไปเสียชีวิตที่ห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล ซึ่งต้องปิดตายในภายหลังเพื่อป้องกันการปนเปื้อนใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์น่าสลดใจในครั้งนี้

วันที่ 14 ก.พ. แกร์ด ชาเฟอร์ อัยการอาวุโสกล่าวว่า หลังจากมีการสืบสวนในรอบแรก ทางการก็ยืนยันได้ว่ามียาเสพติดประเภทยาอีผสมอยู่ในเครื่องดื่มในปริมาณที่เข้มข้น ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งผิดปกติที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับขวดแชมเปญทั่วไป

โฆษกของสำนักตำรวจประจำท้องที่กล่าวว่า ขวดแชมเปญดังกล่าวบรรจุอยู่ในกล่องตามปกติและนำมาเปิดที่โต๊ะอาหาร ต่อหน้าแขกกลุ่มที่เกิดเรื่อง ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าสารเสพติดดังกล่าวปนเปื้อนเข้ามาในขวดแชมเปญได้อย่างไร 

สื่อมวลชนเยอรมันสันนิษฐานว่าขวดแชมเปญดังกล่าวอาจเคยใช้บรรจุยาเสพติดในการลักลอบขนยาเสพติดอย่างผิดกฎหมาย สิ่งที่อยู่ในขวดอาจจะไม่ใช่แชมเปญจริง ๆ แต่เป็นสารเสพติดที่อยู่ในรูปของเหลว 

เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนร้านอาหารว่าซื้อแชมเปญดังกล่าวมาจากไหน และยังมีขวดอื่น ๆ ที่เป็นแบบนี้อีกหรือไม่ในห้องเก็บไวน์ของทางร้าน

แหล่งข่าว

https://www.thedailybeast.com/one-dead-after-tainted-champagne-ruins-dinner-party-in-bavaria

เครดิตภาพ : Getty Images