เมื่อเอ่ยถึง “ส้มซ่า” แล้ว ต้องยกให้จังหวัดอุทัยธานี เพราะนอกจากจะมีพื้นที่ปลูกกันมากกระจายใน 8 อำเภอในลักษณะปลูกแบบผสมผสานบริเวณหลังบ้านแล้ว “ส้มซ่า”  ที่นี่ ยังมีรสชาติดี เป็นที่นิยมโดยทั่วไป ซึ่งมีคำนิยมที่พูดกันติดปากว่า “อุทัยธานี ส้มก็ซ่า ปลาก็แรด ”

นายจำนง แสงอ่อน อายุ 62 ปี เกษตรกรอยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 10 บ้านหนองเบน ต.หนองยาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี หนึ่งในเกษตรกรที่ปลูกส้มซ่า บอกว่า ได้ปลูกส้มซ่า สายพันธุ์พื้นเมืองที่สืบสายพันธุ์มาจากสมัยปู่ย่าตายยาย ทั้งตอนกิ่งและเพาะเมล็ด ไว้บริเวณหลังบ้าน ในลักษณะผสมผสานกับไม้ผล ไม้ยืนต้นชนิดอื่น บนเนื้อที่ 2 ไร่ เฉพาะส้มซ่า ปลูกไว้จำนวน 30-40 กว่าต้น บางต้นมีอายุเก่าแก่ 30-40 ปี

สำหรับ สาเหตุที่มีความสนใจปลูกส้มซ่า เนื่องจากเป็นพืชดั้งเดิม ปลูกกันมานาน สมัยก่อนจะปลูกไว้บริโภคในครัวเรือน หรือแบ่งปัน รวมทั้งผู้เฒ่าผู้แก่ยังนิยมนำส้มซ่า มาจิ้มกับยาลม รับประทานเพื่อรักษาอาการเป็นลม วิงเวียนศีรษะ อีกด้วย ในปัจจุบันได้หันมาปลูกเพื่อขายเป็นรายได้เสริม ในด้านรสชาติ หากปริมาณฝนตกลงมาน้อย จะทำให้รสชาติหวานพอดี แต่หากฝนตกชุกส้มซ่า ก็จะมีรสเปรี้ยว ดังนั้นส้มซ่า จึงมีคุณประโยชน์หลายอย่าง  ซึ่งต้องการอนุรักษ์พืชชนิดนี้เอาไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้รู้จัก เพราะหวั่นใจจะสูญพันธุ์ อีกทั้งส้มซ่า ยังเป็นพืชที่สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี เกษตรกรบางรายในหมู่บ้านที่ปลูกส้มซ่า จะขายได้ปีละ 20,000 บาท ซึ่งถือเป็นรายได้เสริมที่ดี

ด้าน นางสมพิศ ขวัญสูงเนิน หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า ส้มซ่า เป็นพืชอัตลักษณ์พื้นถิ่นของจังหวัดฯ ที่เกษตรกรปลูกกันมานานตั้งแต่โบราณ สมัยปู่ย่าตายาย กระทั่งถึงปัจจุบัน เพื่อให้ลูกหลานได้รับประทาน แต่ในอดีตไม่ได้มีการส่งเสริมให้เป็นไม้เศรษฐกิจ กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้สนับสนุนโครงการส่งเสริมอาชีพด้านอัตลักษณ์พื้นถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อพัฒนาไม้ผลซึ่งเป็นอัตตลักษณ์ของจังหวัดอุทัยธานี ให้มีมูลค่าและก่อให้เกิดรายได้กับเกษตรกรในพื้นที่

จากการสำรวจข้อมูล ส้มซ่า มีปลูกค่อนข้างมาก พื้นที่ปลูก 200 กว่าไร่หรือประมาณ 5,134 ต้น เกษตรกร 1,267 ราย มีการปลูกบ้านละ 1-2 ต้น ถ้าเป็นสวนใหม่ก็จะมาก 30-40 ต้น ช่วงอายุส้มซ่า 1-5 ปี จำนวน 2,049 ต้น 6-10 ปี จำนวน 2,528 ต้น 11-15 ปี 363 ต้น 16 ปีขึ้นไป 194 ต้น โดยปลูกกระจายใน 8 อำเภอ ส่วนอำเภอที่มีพื้นที่ปลูกส้มซ่า มากได้แก่ อ.หนองฉาง อ.หนองขาหย่าง และ อ.ทัพทัน  เพราะดูแล้วในแถบนี้ ไม่มีส้มซ่า ที่ไหนมีพื้นที่ปลูกเกิน จ.อุทัยธานี ผลผลิตต่อต้นประมาณ 500-1500 ผล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุของต้นส้ม ถ้าอายุมากปริมาณผลผลิตก็จะมากตามไปด้วย การดูแลจะปล่อยให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติไม่มีการฉีดพ่นสารเคมี และใส่ปุ๋ย เพราะส้มซ่าไม่ค่อยมีโรคแมลงศัตรูมาทำความเสียหาย ด้านการจำหน่าย จะมีผู้รับซื้อผลผลิตในพื้นที่มารับซื้อถึงในสวน ราคาลูกละ 1-2 บาท เพื่อนำไปขายในตลาดท้องถิ่น ตลาดนัด หรือส่งขายในพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับในส่วนของการส่งเสริมจะมีการถ่ายทอดความรู้ ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามน่าซื้อ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะการขายของเกษตรกรในขณะนี้จะมัดรวมกัน เป็นกลุ่ม 3-5 ผล ราคาจำหน่าย 20 บาท เป็นของฝากได้ รวมถึงการส่งเสริมการขายในตลาดออนไลน์ การส่งเสริมให้ส้มซ่าเป็นสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เพื่อเพิ่มมูลค่า เพราะส้มซ่า สามารถปลูกได้ดีในพื้นที่ของ จ.อุทัยธานี เนื่องจากสภาพดิน สภาพดินฟ้าอากาศมีความเหมาะสม  ปัจจุบัน สามารถจำหน่ายเป็นรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี