ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 มีความบกพร่องด้านเพศสัมพันธ์ คือ ผู้ป่วยเองไม่ยอมรับว่าป่วยเป็นโรคเบาหวาน มีทัศนคติเป็นลบต่อการรักษาโรคเบาหวาน ไม่ร่วมมือหรือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ที่รักษา ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดีคือการตรวจฮีโมโกล บิน เอ วัน ซี (Hemoglobin A1C; HbA1C) พบว่า > 8% มีประวัติการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำใหม่คือติดเชื้อบ่อย ๆ และมีโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล
การลดการเจ็บปวดจากการมีเพศสัมพันธ์อาจทำได้จาก 1. ผู้ป่วยมีกิจกรรมทางกายหรือการเคลื่อนไหวร่างกาย (Physical activity) คือการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายซึ่งเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อลาย และทำให้มีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติขณะพัก 2. การยอมรับการป่วยของโรคคือรับได้ว่ามีปัญหา จะทำให้การรักษาประสบความสำเร็จได้อย่างสูงมากกว่าในผู้ป่วยที่ไม่ยอมรับ
ผลกระทบจากเทคโนโลยีในการรักษาของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 การรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ด้วยการให้อินซูลินแบบเข้มงวดคือการให้อินซูลินแบบการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการวินิจฉัยและรักษาที่สำคัญสองประการคือ
1. วิธีการบริหารอินซูลินโดยอาศัยเครื่องมือที่นำอินซูลินเข้าสู่ร่างกายตลอดเวลา และมีการเพิ่มขนาดยาให้สัมพันธ์กับมื้ออาหาร ซึ่งเป็นการเลียนแบบธรรมชาติ ( Continuous subcutaneous insulin infusion (CSII) หรือ Insulin pump therapy ) อินซูลินปั๊ม (Insulin Pump) คือ เครื่องมือชนิดหนึ่งที่เลียนแบบการทำงานของตับอ่อนและทำหน้าที่ปล่อยอินซูลิน (Insulin) เข้าสู่ร่างกาย โดยแบ่งการทำงานออกเป็น การฉีดอินซูลินพื้นฐานจะค่อย ๆ ปล่อยอินซูลินเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ทำหน้าที่เหมือนการทำงานของตับอ่อนโดยธรรมชาติ การฉีดอินซูลินก่อนมื้ออาหารเช่นถ้าจะรับประทานอาหารก็สามารถตั้งค่าได้ว่าจะให้อินซูลินเข้าสู่ร่างกายจำนวนเท่าไหร่ เพื่อให้ไปลดระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงหลังจากรับประทานอาหาร
เทคนิคง่าย ๆ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเบาหวานชนิดที่ 1 คือ ฉีดอินซูลินก่อนรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตไม่ลืมฉีดอินซูลินก่อนนอน ควรรออินซูลินออกฤทธิ์ก่อนจึงเริ่มรับประทานอาหาร ควรตรวจระดับน้ำตาลตั้งแต่ 4 ครั้งขึ้นไปต่อวัน คุณพ่อคุณแม่, ผู้ปกครอง, เพื่อนควรช่วยเตือนความจำ ช่วยคำนวณคาร์โบไฮเดรตและขนาดอินซูลินที่จะฉีด
————————-
ศ.น.ท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล



