“อย่าใช้อดีตสร้างอนาคต แต่จงใช้อนาคตลบอดีต…ไม่ต้องยืนให้สูง ไม่ต้องยืนให้เด่น ขอแค่ยืนให้เป็นและไม่ล้มลงไปก็พอ”
เรื่องราวที่น่าหวั่นวิตกนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องจากมีผู้เสียหาย ตกเป็นเหยื่อจากขบวนการส่ง SMS ในลักษณะลิงก์ปลอม อ้างชื่อเป็นธนาคารกสิกรไทย หลอกดูดเงินผู้เสียหาย ซึ่งขบวนการดังกล่าว กําลังแพร่ระบาดอย่างมาก ค่าความเสียหายรวมกว่า 175 ล้านบาท
โดยคนร้ายจะนําเครื่องจําลองสถานีฐาน (False Base Station) ใส่ไว้ในรถแล้วขับออกไปยังสถานที่ต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หากรถแล่นผ่านไปทางใด ก็จะส่งสัญญาณไปยังโทรศัพท์มือถือที่อยู่บริเวณใกล้เคียง แล้วส่ง SMS ในลักษณะลิงก์ปลอม อ้างชื่อเป็นสถาบันการเงิน กรมสรรพากร การไฟฟ้า

ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวถูกใช้ที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านและส่งสัญญาณในประเทศไทย ทำให้ไทยใช้มาตรการควบคุมสัญญาณให้อยู่ในรัศมีวงจำกัด มิจฉาชีพจึงต้องนำเข้าเครื่องนี้เข้ามาในประเทศโดยตรงแทน หากใครหลงเชื่อและกดลิงก์ก็จะถูกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมเครื่องระยะไกล สามารถโอนเงินจากบัญชีธนาคารที่เครื่องโทรศัพท์นั้นติดตั้งแอปพลิเคชันประเภท Mobile Banking
ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมตัว นายสุขสันต์ อายุ 40 ปี กับพวกรวม 6 คน ขณะที่รถกําลังแล่นออกไปเพื่อส่งสัญญาณ ตรวจยึดรถยนต์ที่ติดตั้งเครื่องจําลองสถานีฐานได้ 4 คัน พร้อมอุปกรณ์ 4 ชุด ผู้ต้องหาสารภาพว่า ถูกว่าจ้างจากคนรู้จักที่ทํางานอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ได้ค่าจ้างสําหรับการวิ่งส่งสัญญาณเดือนละ 80,000 บาท

เจ้าเครื่องนี้นั้นสามารถส่งสัญญาณไปยังโทรศัพท์ที่อยู่ใกล้เคียงได้วันละ 20,000 หมายเลขต่อเครื่อง ผู้ต้องหาไม่มีความรู้เชิงลึกในการใช้อุปกรณ์ มีหน้าที่เพียงกดเปิดเชื่อมต่อสัญญาณ ไม่จำเป็นต้องมีเบอร์โทรศัพท์ผู้เสียหาย แต่เป็นการใช้วิธีดักสัญญาณจากเสาจริง
อุปกรณ์ “stingray” เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ปลอมเสาสัญญาณและส่ง sms ให้กับผู้เสียหาย ปกติจะถูกใช้กรณีเกิดภัยพิบัติที่สัญญาณมือถือไม่สามารถใช้การได้ เป็นช่องทางสื่อสารถึงผู้ประสบภัย หรือใช้ในหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐอเมริกาในการดักรับข้อมูล เนื่องจากเป็นเสาสัญญาณที่มีขนาดเล็กสามารถหลอกให้มือถือในพื้นที่มาเชื่อมต่อกับเสาสัญญาณดังกล่าวได้

มันสามารถตั้งค่าชื่อผู้ส่งเป็นหน่วยงานต่างๆได้ ตอนนี้อุปกรณ์ชนิดดังกล่าวเข้ามาในไทยจำนวนมาก และยังพบว่าถูกใช้ในการส่งลิงก์เว็บไซต์พนันออนไลน์อีกต่างหากด้วย
อุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุมีอยู่ 4 ส่วน ที่นำมาประกอบเป็น 1 ชุดคือ 1.แบตเตอรี่ 2.แล็ปท็อปที่มีการลงโปรแกรมอยู่ 3.เสาสัญญาณ และ 4.Stingray หรือปลากระเบน เมื่อนำทั้ง 4 ส่วนมาประกอบกันก็จะเป็นตัวเสาสัญญาณขนาดเล็กเสมือนเสาสัญญาณมือถือ ซึ่งโทรศัพท์ที่อยู่บริเวณเสาสัญญาณนี้จะถูกดักสัญญาณผ่านตัวเครื่องเพื่อดักส่งข้อมูล SMS

เมื่อเครื่องนี้ทำงานโอเปอเรเตอร์ค่ายมือถือต่างๆ จะไม่ทราบว่ามีการส่ง SMS ไปยังลูกค้า เนื่องจาก SMS ถูกส่งจากเสาปลอมของคนร้ายโดยตรง ซึ่งคนร้ายจะนำอุปกรณ์ปล่อยสัญญาณไปยังแหล่งชุมชน เพื่อทำการส่ง SMS โดยการปลอมชื่อผู้ส่งเป็นหน่วยงานต่างๆ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะหลอกติดตั้งแอปพลิเคชันดูดเงิน
อุปกรณ์ที่น่ากลัวนี้มีกฎหมายห้ามนำเข้า บุคคลทั่วไปไม่อนุญาตให้ใช้ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ พฤติการณ์ที่ผู้ต้องหาทำ ทางเครือข่ายจะไม่ทราบว่ามีการส่ง SMS ออก เนื่องจาก SMS เหล่านี้ ไม่ได้ผ่านเสาสัญญาณเครือข่ายโดยตรง แต่เป็นการส่งออกจากเสาปลอม ส่วนราคาของเครื่องนี้นั้นอยู่ที่หลักล้านต่อเครื่อง

มีเหยื่อสาวบอกเล่าว่า ขณะนั่งทำงานอยู่ได้มี SMS ส่งมาหาระบุว่า “บัญชีของคุณกำลังมีผู้พยายามทำธุรกรรม” ซึ่งก็มีการแนบลิ้งก์มาใน SMS จึงพลาดกดไปที่ลิ้งก์ดังกล่าว และระบบได้ระบุให้เพิ่มเพื่อนผ่านไลน์ และเปลี่ยนชื่อลิ้งก์เป็น K Connect จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ทักมาสอบถามชื่อ และข้อมูลการใช้งานว่าทำธุรกรรมอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่หรือไม่
เหยื่อได้ปฏิเสธและระบุว่าอยู่ที่กรุงเทพฯ จากนั้นมิจฉาชีพได้แจ้งข้อมูลว่ามีผู้พยายามทำธุรกรรมกับบัญชีของเหยื่อผ่านอีเมล ซึ่งข้อมูลทุกอย่างที่แจ้งถูกต้องทั้งหมด รวมทั้งยังทราบด้วยว่าเหยื่อมีบัญชีเงินฝากทั้งหมด 4 บัญชี

จากนั้นคนร้ายยังให้กดแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า “เค ซีเคียวริตี้” ที่ระบุว่า แอปฯ นี้จะสามารถตรวจสอบต้นตอได้ว่าบุคคลใดกำลังเข้าระบบบัญชีของเหยื่ออยู่ แต่ข้อเท็จจริงแล้วการกดเข้าไปคือการรีโมทให้คนร้าย และหลังจากนั้นจะไม่สามารถทำอะไรกับโทรศัพท์ได้ ลักษณะคล้ายโทรศัพท์กำลังอัปเดตอยู่โดยขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์
เมื่อโทรศัพท์อัปเดตเสร็จสิ้นก็พบว่าเงินได้ถูกโอนออกไปแล้วจากทั้งหมด 4 บัญชี ราว 3 แสนกว่าบาท และจากบัญชีบัตรเครดิตที่มิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีของธนาคารไทยพาณิชย์ และเข้าไปเปลี่ยนวงเงินเป็นเงินสดอีกราว 8 หมื่นบาท รวมทั้งหมดเสียหายรวมกว่า 4 แสนบาท รวมเวลาในการหลอกทำธุรกรรมอยู่ที่ 30 – 35 นาที
เห็นความน่ากลัวของแก๊งมิจฉาชีพในตอนนี้แล้วหรือยัง พวกมันมีเครื่องไม้ดครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย รวมทั้งใช้วิธีการที่แยบยลจนประชาชนทั่วไปตามไม่ทัน แม้จะระวังตัวแค่ไหนก็ตกเป็นเหยื่อได้ตลอดเวลา.

ข่าวสารตำรวจ

กำชับการปฏิบัติงาน
พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ตรวจเยี่ยมและประชุมกำชับการปฏิบัติงานหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมมอบสมาร์ททีวี ให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ เพื่อใช้ในภารกิจ Video Conference หรือตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการ ณ อาคารปานรักษา หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.บุรีรัมย์ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

สร้างเครือข่าย
พ.ต.อ.รัตนสุข คำวงศ์ ผกก.สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.บุญเหลือ คำศรี สวป.สภ.ชุมแพ ร.ต.อ.อัมพร จักษุทิพย์ รอง สว.จร.สภ.ชุมแพ พร้อมชุดปฏิบัติการ RTP Cyber Village สภ.ชุมแพ ลงพื้นที่บ้านสุขสมบูรณ์ ม.13 ต.หนองไผ่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พบผู้นำชุมชนและประชาชนพูดคุยสอบถามปัญหา เพื่อร่วมหาแนวทางการแก้ไข พร้อมทั้งแนะนำแอพพลิเคชั่นในการติดต่อสื่อสารผ่านเพจเฟซบุ๊กและกลุ่มไลน์ของหมู่บ้าน ตามการดำเนินงานโครงการ RTP Cyber Village
ฝึกยุทธวิธี
พ.ต.อ.ถาวร นาใจเย็น ผกก.สภ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เป็นประธานการฝึกยุทธวิธีในการใช้อาวุธปืน ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อป้องกันเหตุด่วน เหตุร้าย ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ที่บริเวณหน้า สภ.พนัสนิคม ซึ่งมี พ.ต.ท.นันทพนธ์ นาในบุญ รองผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.ปกาศิต สอดจันทร์ รองผกก.ป. พ.ต.ท.ศักรินทร์ ศิริมานะ รองผกก.สส.ร่วมด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการพร้อมเพรียง
************************************
คอลัมน์ : สน.รอตรวจ
โดย : บิ๊กสลีป






