“ตอนเด็ก ๆ ชอบคิดมากเพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่เหมือนคนอื่น เพื่อน ๆ ชอบมาล้อเราเรื่องสัญชาติ ยิ่งช่วงกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย พ่อกับแม่ก็ยิ่งกังวลเรื่องนี้ เพราะกลัวว่าเรียนจบมาแล้วเราจะทำงานไม่ได้” เป็นบางช่วงบางตอนในช่วงชีวิตวัยเยาว์ของ “มด-ปุญญิศา อั่วทู” ที่กว่าจะผ่านช่วงเวลานั้นมาได้…เธอนั้นต้องฝ่าฟันและอดทนอย่างหนัก จนวันนี้ค้นพบเส้นทางชีวิตของตัวเอง ที่วันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” จะพาไปทำความรู้จักกับ “สาวสวยอารมณ์ดี” คนนี้กัน…

“มด-ปุญญิศา” สาวสวยอารมณ์ดี วัย 29 ปี อดีตพนักงานออฟฟิศที่ผันตัวเองมาเป็นสาวชาวไร่ โดยวันนี้เธอเป็นเจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ “ฟาร์มน้องมดไก่ไข่อารมณ์ดี จ.ราชบุรี” ซึ่งเธอได้เล่าเรื่องราวของเธอกับ “ทีมวิถีชีวิต” ว่า เธอเป็นคนเชื้อชาติกะเหรี่ยง โดยเพิ่งได้สัญชาติไทยเมื่อ 6 ปีที่แล้วนี้เอง สำหรับครอบครัวของเธอนั้น มดเล่าว่า พ่อกับแม่นั้นมีอาชีพรับจ้างทำไร่ทำสวน และเธอมีพี่ชาย 1 คน ซึ่งชีวิตวัยเด็กของเธอนั้นเธอบอกว่าค่อนข้างลำบากมาก โดยเธอต้องเดินเท้าจากบ้านไปโรงเรียน ได้เงินไปโรงเรียนแค่วันละ 5 บาท อีกทั้งชุดนักเรียนที่ใส่ก็เป็นชุดบริจาคของผู้ใจบุญ ทั้งนี้ มดบอกว่า ช่วงจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยพ่อแม่ของเธอกังวลเรื่องสัญชาติมาก จนไม่อยากให้เธอเรียนต่อ เพราะเกรงว่าเรียนไปก็อาจสูญเปล่า เพราะถ้าเรียนจบแล้ว แต่ยังไม่ได้สัญชาติ เธอก็คงทำงานไม่ได้ แต่ส่วนตัวเธอกลับคิดว่า หากเรียนไปก่อน และระหว่างนั้นถ้าเธอพยายามขอคำแนะนำจากเพื่อน ๆ และอาจารย์ การเดินเรื่องขอสัญชาติไทยก็น่าจะทำได้ง่ายขึ้น

“ที่จริงเรื่องการขอสัญชาติมดเดินเรื่องเองมาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ชั้น ม.ต้น ซึ่งตอนที่พ่อแม่ไม่อยากให้เข้ามหาวิทยาลัย มดก็ดึงดันว่ายังไงก็จะเรียนต่อให้ได้ ซึ่งท่านทั้งสองก็บอกว่าเรียนได้ แต่กลัวจะส่งไม่ไหว มดก็เลยบอกท่านว่าไม่ต้องกังวลและไม่ต้องเป็นห่วง เพราะมดสามารถทำงานและส่งเสียตัวเองเรียนได้ มดจึงไปเรียนที่นครปฐม ระหว่างเรียนก็ทำงานรับจ้างเสิร์ฟอาหารโต๊ะจีน เป็นงานเหมาช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งถ้าวันไหนโต๊ะเยอะ มดก็ได้เงินเยอะ เช่น โต๊ะจีน 100 โต๊ะ มีทีมงานไป 10 คน เขาก็จะแบ่งงานคนละ 10 โต๊ะ ได้ค่าแรงโต๊ะละ 70 บาท วันนั้นก็จะได้ 700 บาท มดก็ทำงานนี้จนส่งตัวเองเรียนจบจบ แล้วก็อาศัยประหยัดมาก ๆ อาทิตย์นึงมดใช้เงินไม่เกิน 300 บาท ซึ่งเราทำงานอาทิตย์หนึ่งก็จะได้เงินประมาณพันกว่าบาท ก็ยังมีเหลือเก็บ และไม่นานนี้มดก็เพิ่งซื้อโทรศัพท์เครื่องแรกในชีวิตได้สำเร็จ เพราะเรามองว่าช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นในการติดต่อสื่อสาร” สาวสวยอารมณ์ดีบอกเล่าเรื่องราวนี้
มดยังเล่าย้อนถึง “ปมชีวิต” ให้ฟังว่า ด้วยฐานะทางบ้านไม่ดี เรียนก็ไม่เก่งอีก อีกทั้งยังเป็นเด็กไร้สัญชาติ เธอจึงคิดว่าเพื่อน ๆ ก็อาจจะไม่อยากคบกับเธอ ซึ่งความคิดนี้ทำให้ตัวเธอเองรู้สึกด้อยกว่าคนอื่น แต่ที่สุดเธอก็มาคิดได้ว่า ข้อจำกัดดังกล่าวนี้คงไปทำอะไรไม่ได้ แต่สิ่งที่เธอสามารถควบคุมได้และทำได้ตอนนั้น คือ ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด โดยเธอเชื่อว่าถ้าเธอเรียนเก่ง ๆ ทำคะแนนได้ดี เพื่อนก็คงอยากมาทำรายงานกลุ่มเดียวกับเธอ ดังนั้นเธอจะต้องขยันและเรียนให้เก่ง โดยตั้งเป้าไว้กับตัวเองว่าจะต้องได้เกียรตินิยมอันดับ 1 คนแรกของคณะการจัดการโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ให้ได้

“แล้วในที่สุดเราก็เรียนจบ โดยมดได้เกียรตินิยมอันดับ 1 และในช่วงฝึกงานที่การท่าเรือแห่งประเทศไทย ก็ได้รับข่าวดีมากที่สุดในชีวิต คือมดได้รับสัญชาติไทย ซึ่งถือเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตเลย เพราะฝันมาตลอด แล้วตอนนั้นก็มีงานรองรับแล้วด้วย ซึ่งถ้ายังไม่ได้สัญชาติไทย มดก็คงไม่สามารถเข้าทำงานบริษัทได้ ชีวิตช่วงนั้นจึงรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก เพราะเราเดินเรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว”
มดเล่าต่อไปว่า หลังเรียนจบและได้สัญชาติไทยเธอก็ได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศบริษัทประกันภัย แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยทำหน้าที่คำนวณเบี้ยประกันรถยนต์ให้ตัวแทนจากทั่วประเทศ ซึ่งก็ทำมาเรื่อย ๆ ได้ประมาณสัก 3 ปี ก็มาเกิดโควิด-19 ทางบริษัทจึงให้พนักงานทำงานแบบ WFH โดยตอนนั้นคิดว่าคงไม่นาน แต่เวลาผ่านไป 1 ปี โควิด-19 ก็ยังไม่ซาลง แถมยิ่งหนักขึ้น อีกทั้งงานที่ต้องเปลี่ยนมาทำแบบ WFH ก็หนักมาก และต้องใช้ชีวิตติดหน้าจออย่างเดียว แต่เธอก็คิดอยากจะมีอาชีพเสริม อย่างน้อยก็มาช่วยค่าน้ำค่าไฟค่าข้าวสารได้ ซึ่งเธอบอกเล่าเรื่องนี้ให้ฟังว่า ก็นั่งคิดกับแฟน (หรั่ง-ยุทธพงศ์ สุกแตง) ว่าจะทำอะไรดีช่วงโควิดที่ทุกบ้านก็จะต้องซื้อต้องกิน ที่สำคัญคือต้องไม่กระทบงานประจำด้วย สุดท้ายก็เลยเริ่มจากการเลี้ยงไก่ไข่ เพราะส่วนตัวเธอเองก็เป็นคนที่ชอบกินไข่อยู่แล้ว ทางแฟนก็มองว่าดี เพราะไข่ไก่มีตลาดรองรับ และทุกคนต้องกินไข่ พอได้ไอเดียอาชีพนี้แล้ว เธอกับแฟนจึงศึกษาจริงจัง ด้วยการหาข้อมูลจากกูเกิล ยูทูบ และเฟซบุ๊ก รวมถึงไปลงพื้นที่ดูการเลี้ยงไก่ไข่ว่าเขาเลี้ยงกันยังไง โดยเธออยากเลี้ยงไก่แบบปล่อย เพราะอยากเลี้ยงไก่ให้อารมณ์ดีกว่าเลี้ยงแบบใส่กรง

“มดอยากเลี้ยงไก่แบบอารมณ์ดี เพราะอยากให้ทั้งไก่และเรามีความสุขไปด้วยกัน ซึ่งการเลี้ยงไก่ช่วยมดได้เยอะมาก นอกจากจะช่วยให้มีรายได้มาแบ่งเบาค่าใช้จ่ายแล้ว ยังช่วยบำบัดจิตใจของมดได้ด้วย เพราะตอนที่ต้องทำงานแบบ WFH ตอนนั้นเครียดมาก เพราะทำงานแทบจะตลอดเวลา แถมไม่ได้คุยกับใครเลย จนกำลังจะกลายเป็นซึมเศร้า แต่พอมาเลี้ยงไก่ รู้สึกเลยว่าสภาพจิตใจของเราดีขึ้น ทำให้เราอามณ์ดีขึ้น”
เธอได้ขยายความคำว่า “ไก่ไข่อารมณ์ดี” ว่า ในที่นี้คือ น้องไก่จะมีอารมณ์ดี ด้วยการจัดสถานที่อยู่อาศัยของไก่กับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ให้มีสภาพที่เหมาะสม นอกจากนี้เธอยังเปิดเพลงให้ไก่ฟัง ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่น้องอยู่ แล้วก็เปิดเพลงให้น้องฟัง แล้วก็พาน้องไก่ไปเดินเล่นในสวน เพื่อให้บรรดาน้องไก่ได้ผึ่งแดด ได้คลุกดินตามธรรมชาติ ส่วนอาหารเธอก็ให้กินผักผลไม้ตามธรรมชาติ ซึ่งตอนที่เริ่มต้นนั้น เธอเริ่มเลี้ยงไก่ประมาณ 120 ตัว โดยใช้พื้นที่สวนหลังบ้านของเธอมาดัดแปลงทำเป็นสถานที่เลี้ยง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โรงเรือน และพื้นที่สำหรับออกไข่ โดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายและราคาถูก เพื่อประหยัดต้นทุนให้ได้เยอะที่สุด เช่น กล่องกระดาษ ที่จะนำมาตัดเป็นรังสำหรับออกไข่ ซึ่งแม่ไก่จะชอบมาก อาจจะเพราะแม่ไก่อบอุ่นและรู้สึกปลอดภัย และนอกจากนี้เธอก็ยังเล่าถึง “เคล็ดลับให้แม่ไก่ออกไข่เยอะ ๆ” ว่า เธอจะนำไข่ปลอมมาวางกระตุ้นแม่ไก่ เพื่อให้แม่ไก่อยากออกไข่ และจากวันแรกที่เริ่มเลี้ยง 120 ตัว มาวันนี้ฟาร์มของเธอมีแม่ไก่รวมกันแล้วถึง 260 ตัว

ทั้งนี้ จาก “คนเลี้ยงไก่” มาวันนี้ “มด-ปุญญิศา” เธอยังก้าวสู่วงการ “ยูทูบเบอร์-ติ๊กตอกเกอร์” ด้วย โดยเธอเล่าว่า ระหว่างเลี้ยงไก่เธอก็ได้ถ่ายคลิปและนำไปลงยูทูบกับติ๊กตอก จนเมื่อมีคนติดตามเพิ่มขึ้นก็เริ่มมีงานติดต่อเข้ามา เช่น รีวิวสินค้า จนเมื่อเริ่มมีงานจากช่องทางนี้เยอะขึ้นเธอก็ปรึกษากับแฟนว่าลาออกมาทำเต็มตัวดีไหม จะได้ไม่กระทบงานประจำที่ทำอยู่ อีกทั้งจะได้ทุ่มเทให้กับการคิดและทำคอนเทนต์มากขึ้น แฟนก็เห็นด้วย ก็เลยลาออกมาทำอาชีพยูทูบเบอร์และเป็นติ๊กตอกเกอร์อย่างเต็มตัว โดยหลังจากเปลี่ยนเส้นทางอาชีพหลัก มดบอกว่าอาชีพใหม่นี้ทำเงินให้เธอจนเธอสามารถเปิดร้านขายของชำให้พ่อแม่ได้ รวมถึงใช้เป็นทุนเปิดคาเฟ่ของตัวเองด้วย ส่วนฝันต่อไปนั้น เธอบอกว่า ฝันอยากจะมีรีสอร์ตของตัวเอง แต่อาชีพเลี้ยงไก่นั้น มดยืนยันว่า ไม่ทิ้ง ไม่เลิกทำอย่างแน่นอน เพราะรักในอาชีพนี้ โดยตอนนี้นอกจากจะเลี้ยงไก่แล้ว เธอยังทำฟาร์มผักกับเลี้ยงกบอีกด้วย โดยเธอได้แอบกระซิบกับ “ทีมวิถีชีวิต” ถึง “ฝันที่อยากให้เป็นจริงมากที่สุด” ว่า…“อยากเป็นเกษตรกรที่มีความสุขที่สุด”.

‘ขอบคุณแม่ไก่’ ที่ ‘ให้ชีวิตใหม่’
“มด-ปุญญิศา อั่วทู” เธอยังเล่าด้วยว่า ตอนแรกที่ทำคลิปลงติ๊กตอกก็ยังไม่ได้คิดว่าจะมามีอาชีพแบบตอนนี้ โดยตอนนั้นคิดแค่อยากจะถ่ายทอดหรือแชร์เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่ แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจว่าต้องมีคนเข้ามาดูมาก ๆ และอยากเก็บเป็นสตอรี่ไว้ดูว่าครั้งหนึ่งเราก็เคยเลี้ยงไก่ ซึ่งจริง ๆ ช่วงที่เล่นติ๊กตอกก็ยังไม่ได้ลงคลิปเลี้ยงไก่ด้วยซ้ำ แต่เป็นคลิปออกกำลังกาย ซึ่งมีคนเข้ามาดูมาติดตามแค่หลักหน่วย (หัวเราะ) แต่พอลงคลิปเลี้ยงไก่ ปรากฏคนเข้ามาดูเยอะมาก จนตกใจ แต่ก็คิดว่าช่วงนั้นเป็นช่วงโควิด คนคงเครียด ไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยมาดูคลิปของเธอ โดยเธอเล่าอีกว่า คลิปแรกที่ลงนั้นเธอสวมเสื้อออกกำลังกายเอวลอยกับใส่กางเกงยีนส์ ทีนี้พอคนเห็นก็คอมเมนต์ว่าใส่เอวลอยทำเกษตรได้เหรอ ซึ่งจริง ๆ วันนั้นเธอไปออกกำลังกายมาก่อน แล้วจึงมาเลี้ยงไก่ เพื่อจะไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหลายชุด โดยไม่ได้คิดว่าจะเป็นกระแส ซึ่งหลังคลิปนั้นเป็นไวรัล ก็เริ่มมีคนเข้ามาติดตามเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้มีฐานแฟนคลับในติ๊กตอกเกือบ 4 ล้านคน และเฟซบุ๊กมีแฟนคลับราว 1.3 ล้านคน ส่วนช่องยูทูบมีราว ๆ แสนกว่าคน โดยเธอบอกว่า เธอเป็นหนี้บุญคุณแม่ไก่ เพราะทำให้เธอมีอาชีพมาจนถึงวันนี้ ทั้งนี้ เธอยังทิ้งท้ายด้วยว่า…
“มดโชคดีที่ทุกสิ่งที่ทำนั้น นอกจากพ่อแม่ครอบครัวสนับสนุนแล้ว ก็ยังได้แฟนที่คอยเป็นคู่ทุกข์คู่คิด โดยแฟนมดเขาเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อำเภอ แต่ก็กล้าลาออกเพื่อมาช่วยกันทำงานสร้างฐานะ… มดคิดว่าทุกสิ่งที่เราอยากทำ เราต้องรักและมีเป้าหมายที่ชัดเจนก่อน ถ้าเป้าหมายชัดเจนจะทำให้เรามีไฟ มดจึงขอให้ทุกคนที่มีฝันต้องมีไฟ และต้องสู้ ซึ่งถ้าเรากล้า เดี๋ยวความเก่งจะตามมาเอง”.
เชาวลี ชุมขำ : รายงาน



