ต้องบอกว่าเห็นเป็นข่าวอยู่พักหนึ่ง แล้วก็เงียบหายไป กับข่าวข้อกังวลเรื่องหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่จะรับประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวที่จะขอใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย ว่าอาจทำให้มีเพียง 2-3 บริษัทใหญ่เท่านั้นที่ได้รับประโยชน์ โดยมีตัวเลขประมาณ 5 พันล้านบาทเป็นเค้กก้อนใหญ่
เรื่องนี้ต้องบอกว่าต้นตอมาจาก เมื่อปลายปี 2567 กรมการจัดหางานมีหนังสือประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่จะรับประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว ซึ่งจะขอรับใบอนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ระบุว่าหากบริษัทมีคุณสมบัติและเงื่อนไขตามที่กำหนด 13 ประการ และมีความประสงค์จะเข้าร่วมการดำเนินการประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว ขอให้แจ้งกรมการจัดหางานทราบตั้งแต่วันที่ 11-19 พฤศจิกายน 2567 เพื่ออนุญาตให้เชื่อมโยงข้อมูลหลักฐานการคุณสมบัติทั้ง 13 ประการตามมติ ครม.
สำหรับคุณสมบัติและเงื่อนไขตามที่กำหนด 13 ประการ ว่ากันไว้แบบนี้
1. ต้องเป็นบริษัทมหาชน จำกัด ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย
2. ต้องเป็นบริษัทประกันภัยที่ไม่ขาดทุนติดต่อกันเกิน 3 ปี
3. มีช่องทางการซื้อประกันภัยและติดต่อได้สะดวกรวดเร็ว
4. สามารถตรวจสอบการปลอมแปลงกรมธรรม์ประกันภัย โดยการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบของกรมการจัดหางาน
5. ในจังหวัดที่คนต่างด้าวทำงานสามารถเข้ารับการรักษาได้ โดยไม่ต้องสำรองค่าใช้จ่ายไปก่อน
6. ต้องมีกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครอง 2 ระยะ ได้แก่ 6 เดือน และ 1 ปี
7. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีงบแสดงฐานะการเงินปี 2566 ที่มีการรับรองผลกำไรสุทธิแล้วต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
8. กรมธรรม์ประกันภัยจะต้องมีผลให้ความคุ้มครองแรงงานต่างด้าวภายหลังจากบริษัทประกันภัยอนุมัติกรมธรรม์ประกันภัยทันท
9. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเต็มจำนวนไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
10. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีสินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี 2566 จำนวนไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท
11. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีอัตราส่วนความเพียงพอของการดำรงเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย (CAR RATIO) ไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 200 ณ สิ้นปี 2566
12. ผู้ยื่นข้อเสนอห้ามดำเนินการลดเบี้ยประกันภัย กรมธรรม์ประกันภัยเกินจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด
13. คนต่างด้าวจะต้องได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลไม่น้อยกว่าสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลที่ได้รับจากการทำประกันสุขภาพกับสถานพยาบาลของรัฐ
จากคุณสมบัติและเงื่อนไขตามที่กำหนด 13 ประการข้างต้น ทำให้มีตัวแทนบริษัทประกันภัยบางบริษัทรู้สึกไม่โอเค เลยทำหนังสือร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบว่าการออกหลักเกณฑ์ดังกล่าว เอื้อประโยชน์บริษัทประกันภัยบางบริษัท ให้มีสิทธิเข้ารับการประกันสุขภาพของคนต่างด้าว และกีดกันบริษัทประกันภัยอื่นๆ หรือไม่ อย่างไร พร้อมกันนี้ ยังได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้คุ้มครองชั่วคราว
หลังจากเป็นข่าวในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2567 ตอนนั้นกรมการจัดหางานออกมาชี้แจงว่าไม่ได้ “ล็อกสเปก” ยืนยันมีหลักเกณฑ์การกำหนดมาตรฐานบริษัทประกันภัยที่มั่นคง กำหนดระยะเวลาเหมาะสม โดยระบุว่าการดำเนินการประกันสุขภาพแรงงานต่างชาติ ดังกล่าว กรมการจัดหางานทำตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ที่กำหนดให้คนต่างชาติ สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และ เวียดนาม ซื้อประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลของรัฐหรือบริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่มีสถานะมั่นคงตามหลักเกณฑ์ที่กรมการจัดหางานกำหนด
ดังนั้น กรมการจัดหางานจึงได้ตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดมาตรฐานด้านความมั่นคงของบริษัทประกัน ซึ่งบริษัทประกันภัยทุกบริษัทที่ได้มาตรฐานตามกำหนด สามารถขอเข้าเชื่อมโยงระบบกับกรมการจัดหางานได้ โดยกำหนดระยะเวลาในการยื่น ตั้งแต่วันที่ 11 – 19 พฤศจิกายน 2567
เรื่องนี้ยืนยันได้ว่าไม่มีการล็อกสเปกบริษัทประกันภัย เพราะไม่ใช่การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง กรมการจัดหางานเป็นเพียงผู้กำหนดหลักเกณฑ์ของบริษัทประกันตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยฯ เท่านั้น นอกจากนี้ จะประชาสัมพันธ์รายชื่อบริษัทประกันภัยทุกรายที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ให้บริษัทผู้ยื่นความจำนงทราบเพื่อความโปร่งใส
ทั้งนี้ กรมการจัดหางานได้มีหนังสือแจ้งหลักเกณฑ์ฯ ให้บริษัทประกันภัยทราบโดยทั่วกันแล้ว สำหรับบริษัทที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ กรมการจัดหางานจะทำการเชื่อมโยงข้อมูลการประกันสุขภาพ และประชาสัมพันธ์รายชื่อบริษัทให้นายจ้างและแรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะซื้อประกันสุขภาพทราบต่อไป
แต่ปรากฏว่าล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 มีรายงานว่า ศาลปกครองกลางได้รับฟ้องคดีจากกลุ่มบริษัทประกันภัยที่มองว่าถูกกีดกั้นไม่ให้เข้ารับงานประกันแรงงานต่างด้าวไว้พิจารณา โดยผู้ร้องขอให้เพิกถอนกฎที่กรมการจัดหางานประกาศกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผู้มีสิทธิ์รับประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติดังกล่าวตามมติ ครม.วันที่ 24 กันยายน 2567 ซึ่งฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย
นอกจากนี้ ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้กรมการจัดหางานชี้แจงตามคำฟ้องของโจทก์ ซึ่งมีการขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา และทางกรมการจัดหางานได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ รง ๐๓๐๓.๗/๕๖๙๔๒ ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ชี้แจงกรณีดังกล่าวต่อศาลปกครองกลาง เรียบร้อยแล้ว
ที่เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องวุ่นๆ เพราะฝ่ายที่ร้องมองว่าการกำหนดคุณสมบัติ 13 ประการ ส่อที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนยักษ์ใหญ่ 2-3 รายเท่านั้น โดยพุ่งเป้าไปที่ข้อกำหนดเรื่องทรัพย์สินรวมที่ต้องมีทรัพย์สินรวม ณ สิ้นปี 2566 จำนวนไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท และต้องมีอัตราส่วนความเพียงพอของการดำรงเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย (Car Ratio) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 200 ณ สิ้นปี 2566 ว่าจะทำให้เหลือบริษัทประกันภัยที่สามารถเข้าร่วมประกันภัยได้แค่ 2-3 บริษัทเท่านั้น จริงหรือไม่ และจะส่งผลเสียต่อประเทศหากนำหลักเกณฑ์นี้มาใช้
นอกจากนี้ จะทำให้แรงงานต่างด้าว และนายจ้าง หรือผู้ประกอบการ สับสนและยุ่งยากจนไม่สามารถขึ้นทะเบียนแรงงานได้ทัน เพราะถ้าไปดูตัวเลขการทะเบียนแรงงานต่างด้าว เอาแบบกลมๆ ปัจจุบันน่าจะมีจำนวนกว่า 3 ล้านคน โดยมีตัวเลขมูลค่าวงเงินประกันที่จะเกิดขึ้นประมาณ 5 พันล้านบาท ….เรื่องวุ่นๆ ก็เลยเหมือนจะกลับมาวุ่นๆ อีกครั้ง
—————-
คนเถรตรง



