คิดมาตลอดว่าตัวเองมีของมากกว่าจะนั่งทำงานออฟฟิศเฉย ๆ ที่น่าจะนำมาใช้สร้างโอกาสให้กับตัวเองได้ จึงพยายามค้นหาตัวเอง จนค้นพบว่าชอบงานบ้าน โดยเฉพาะชอบการจัดบ้านมาก ก็เลยอยากลองทำอาชีพนี้ดู” เป็นจุดเริ่มต้นของเธอคนนี้ กับ “อาชีพแปลก” ที่ในเมืองไทยอาจค่อนข้างใหม่ แต่ในหลาย ๆ ประเทศอาชีพแบบเธอนี้กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งแนวคิดการทำอาชีพนี้ กับเรื่องราวชีวิตเธอคนนี้ ก็น่าสนใจ วันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” จะพาไปทำความรู้จักกับสาวคนนี้…

“อิม-อิมยาดา เรือนภู่” วัย 36 ปี คือ “สาวอาชีพแปลก” คนนี้ ปัจจุบันเธอมีอาชีพเป็น “นักจัดระเบียบบ้าน” โดยชื่อเสียงเธอเป็นที่รู้จักจากเฟซบุ๊กชื่อ “แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน” ที่เธอตั้งขึ้นมาเพื่อให้คำแนะนำการเปลี่ยนบ้านที่รกรุงรังให้เป็นบ้านที่มีระเบียบเรียบร้อย ซึ่งสำหรับประวัติส่วนตัวนั้น อิม เล่าให้ “ทีมวิถีชีวิต” ฟังว่า ครอบครัวเธอทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แต่ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่เสียชีวิตหมดแล้ว ซึ่งเธอเป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 4 คน โดยเธอเรียนจบปริญญาตรีคณะการจัดการโรงแรมและภัตตาคาร มหาวิทยาลัยรังสิต และก็เริ่มทำงานเป็นพนักงานในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมที่พัก รวมถึงการออกแบบตกแต่ง อย่างไรก็ตาม ต่อมาอิมก็คิดว่าตัวเองก็เป็นคนมีของคนหนึ่ง และเชื่อว่าตัวเองมีความสามารถมากกว่าจะนั่งทำงานออฟฟิศเฉย ๆ รวมถึงคิดว่าตัวเองมีศักยภาพในการหาเงินและเติบโตได้มากกว่านี้ จึงมานั่งคิดทบทวนว่า ตัวเธอเองนั้นเก่งอะไร และชอบอะไร จนค้นพบว่าเธอชอบงานบ้าน และ “ชอบการจัดบ้าน” มาก ๆ อีกทั้งเคยรับงานจัดบ้านและเคยเป็นแม่บ้านมาก่อน ก็เลยตกตะกอนว่า ถ้าจะทำธุรกิจตัวเองก็คงจะต้องเป็นอะไรที่เกี่ยวกับบ้าน

อิม เล่าว่า เมื่อรู้ตัวว่าชอบการจัดระเบียบบ้านแล้ว จากนั้นเธอก็เริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจนี้ และพบว่าในเมืองไทยยังไม่มีบริการรูปแบบนี้ที่ทำเป็นเรื่องเป็นราว เธอจึงมองเห็นโอกาส แต่ตอนนั้นยังไม่คิดว่าจะทำเป็นอาชีพหลัก จึงรับงานเป็นจ็อบพาร์ทไทม์เพื่อหารายได้เสริม โดยได้เพื่อนที่รู้จักกันเป็นคนแนะนำลูกค้ารายแรกที่เรียกใช้บริการจัดระเบียบบ้านจากเธอ

ตอนทำงานกับลูกค้ารายแรก เราเก็บทุกรายละเอียด และถ่ายรูปผลงานตัวเองเอาไว้ ทั้ง Before และ After จากนั้นจึงเอาไปโพสต์ลงในกลุ่มอวดบ้าน หลังจากนั้นก็มีกระแสตอบรับที่ดีมาก โดยทุกคนที่ได้เห็นภาพก่อนและหลังจัดระเบียบบ้านจะว้าวกันทุกคน จนเป็นไวรัลข้ามคืน ทำให้มีลูกค้าใหม่ ๆ ติดต่อจองคิวเยอะมาก ๆ เรียกว่าช่วง 3 เดือนแรกที่รับงานนั้นคิวเต็มทั้งปี 2565 เลย” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนจะเล่าเพิ่มเติมว่า หลังกระแสตอบรับดี ทำให้เธอเห็นโอกาสจากเส้นทางนี้ชัดขึ้น จึงลาออกจากงานประจำมายึดอาชีพเป็น “นักจัดระเบียบบ้าน” แบบเต็มตัว

ส่วน “ที่มาชื่อแมวบิน” นั้น อิม บอกว่า ไม่ได้ซับซ้อนอะไร เพียงแค่เพื่อนส่งรูปกาแฟเต่าบินมาให้ดู เธอก็เอ๊ะว่าเต่าอะไรบินได้ด้วยเหรอ กระดองเต่าหนักจะตาย แล้วก็นึกดูที่ได้ยินตลอด คือยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน ปุ๋ยตราม้าบิน ทำให้คิดว่าธุรกิจที่มีโลโก้เป็นสัตว์ที่บินได้เหล่านี้รวย ๆ ทั้งนั้นเลย ซึ่งเธอ “เป็นทาสแมว” ก็เลยคิดอยากจะทำ “แมวบิน” บ้าง (หัวเราะ) ประกอบกับเธอเป็นคนที่ไม่คอยชอบชื่อภาษาอังกฤษ ก็เลยตั้งชื่อธุรกิจว่า “แมวบิน” …อิมเล่าเรื่องนี้แบบอารมณ์ดี ก่อนจะเล่าต่อไปอีกว่า ตอนนี้ที่บริษัทของเธอมีพนักงานรวมทั้งหมด 20 คน โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ทีม กับมีการให้บริการหลาย ๆ อย่าง เช่น การจัดระเบียบบ้านสำหรับลูกค้าประเภทต่าง ๆ ที่อาจจะมีความต้องการไม่เหมือนกัน อาทิ ผู้ป่วยซึมเศร้า ผู้สูงอายุ รวมถึงบ้านที่มีผู้วายชนม์ และยังมีบริการรับจ้างแกะพัสดุกับบริการขนย้ายสิ่งของ โดยในช่วง 2 ปีแรกเธอจะลงหน้างานเองตลอด เพื่อฝึกลูกน้องให้เป็นหัวหน้า จนมาปีที่ 3 เธอก็เริ่มจะปล่อยมือให้ลูกน้องจัดการกันเอง โดยทุก ๆ ทีมจะมีหัวหน้าที่เก่งคอยรับผิดชอบดูแลอยู่ ขณะที่ตัวของเธอก็ค่อย ๆ เฟดตัวเองออกมาเพื่อมาทำด้านการตลาด ผ่านการไปเป็นวิทยากรหรืออินฟลูเอนเซอร์ โดยอาจจะเข้าไปช่วยในบางเคสที่พิเศษ เช่น เคสผู้ป่วยซึมเศร้า หรือบางเคสในต่างจังหวัด

ให้ความรู้-สอนวิธีจัดระเบียบบ้าน

อิมยังได้แจกแจงคร่าว ๆ เกี่ยวกับ “หลักคัดเลือกสิ่งของ” ที่เธอรับ “จัดระเบียบบ้าน” ว่าของแบบไหนจะเก็บไว้ แบบไหนจะต้องทิ้ง โดยบอกว่า อันดับแรก แยกของออกเป็น 5 หมวด ได้แก่ 1.หมวดหยิบทิ้งเลย คือขยะ 2.หมวดใช้งานปัจจุบัน 3.หมวดใช้งานในอนาคต 4.หมวดอดีตและความทรงจำ 5.หมวดบริจาค โดยเมื่อคัดแยกสิ่งของออกมาตามหมวดได้แล้ว อันดับต่อไปคือ ดูต่อเรื่องของปริมาณว่าสิ่งของไหนเยอะเกินไป ก็จะทำการคัดสภาพว่าชิ้นไหนยังใช้งานได้ดี ชิ้นไหนเก่า ผุพัง เสียหาย หรือหมดอายุแล้ว ก็จะทำการคัดแยกเพื่อนำไปบริจาค หรือนำไปทิ้ง

สำหรับปุจฉาที่หลายคนมักจะถามกันบ่อย ๆ อย่าง “อาชีพนักจัดระเบียบบ้าน กับอาชีพแม่บ้าน เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?” เรื่องนี้ อิม บอกว่า นักจัดระเบียบบ้าน กับแม่บ้าน แม้จะทำงานหนักพอกัน แต่สิ่งที่ต่างคือ แม่บ้านจะทำความสะอาด หรืออาจมีจัดของให้เข้าที่เข้าทางดูเรียบร้อย แต่ไม่ได้รื้อของที่ไม่จำเป็นทิ้งให้เจ้าของบ้านเหมือนนักจัดระเบียบบ้าน และอาชีพนักจัดระเบียบบ้านจะมีการใช้จิตวิทยา กับใช้ศาสตร์และศิลป์ ใช้ศาสตร์ในขั้นตอนการทำงาน การวางหลักการ และวิธีการจัดที่เมื่อหาของแล้วต้องเจอแน่นอน รวมถึงมีเรื่องของฮวงจุ้ยเข้ามาช่วยด้วยนิดหน่อย

ตัวอย่างก่อนและหลังจัดระเบียบ

ทั้งนี้ อิม บอกว่า จริง ๆ อาชีพที่เคยฝันและอยากทำนั้นมีหลายอย่าง เริ่มจากตอนเด็ก ๆ เธออยากเป็นศิลปินดารา ต่อมาก็อยากเป็นแอร์โฮสเตส อินทีเรีย สถาปนิก ไปเรื่อย (หัวเราะ) แต่ไม่เคยคิดฝันว่าจะมาเป็นนักจัดระเบียบบ้าน แม้ปกติก็มักจะเป็นคนยุยงส่งเสริมให้ญาติหรือเพื่อนดูแลบ้านอยู่แล้ว ซึ่งยอมรับว่าเธอมักจะไม่ค่อยเข้าใจคนที่บ้านรกรุงรัง จึงพยายามคะยั้นคะยอให้คนที่เธอรู้จักทุก ๆ คนทำบ้านให้สะอาด หรือบางทีก็ไปทำให้เลย …เธอเล่าขำ ๆ พร้อมบอกอีกว่า หลังจากทำงานตรงนี้ และได้ศึกษาลงลึก ก็พบว่า “การจัดระเบียบบ้านให้ดูเรียบร้อย จริง ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องบ้าน แต่ยังเปลี่ยน Mindset ชีวิตด้วย” ซึ่งการทำให้บ้านดูเรียบร้อยสามารถบรรเทาทุกข์กับสร้างความสุขให้กับคนเราได้ โดยเฉพาะกับคนที่ป่วยซึมเศร้า

บ้านเป็นระเบียบ จะช่วยให้คนที่ป่วยมีความหวัง มีความสดชื่น เพราะเวลาที่ซึมเศร้า แล้วอยู่ในห้องรก ๆ จะเดินหรือทำอะไรก็ไม่ได้ เป็นความรู้สึกที่แย่ จนส่งผลทำให้ผู้ป่วยซึมเศร้าไม่มีแรง ดังนั้นการจัดบ้านใหม่ก็อาจเป็นการเปลี่ยนชีวิตใหม่ให้กับผู้ป่วยโรคนี้ได้ด้วย”อิมบอกเรื่องนี้ เพื่อสะท้อนว่า การจัดบ้านให้เป็นระเบียบมีผลต่อชีวิต

กับหุ้นส่วน “แมวบิน”

ขณะที่ “แผนอนาคต” ของชีวิตเธอนั้น อิมบอกว่า ตั้งใจจะต่อยอดธุรกิจด้วยการเปิดสถาบัน หรืออคาเดมี่ เพื่อสอนวิชาการจัดระเบียบบ้าน เพื่อที่จะส่งแม่บ้านคนไทยที่เก่ง ๆ ไปทำงานต่างประเทศ รวมถึงเธอฝันเอาไว้ในใจลึก ๆ ว่า เธออยากจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลทางความคิดของเมืองไทยที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยรักษ์โลก ลดการซื้อ ลดการสะสม เพราะเธอเป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านการผลิตและบริโภคสินค้าเกินความจำเป็น

“อิม-อิมยาดา” นักจัดระเบียบบ้าน ยังบอก “ทีมวิถีชีวิต” ว่า อาชีพนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้น จนรู้สึกโชคดีที่ค้นพบงานนี้ ซึ่งความยากของงานนี้มีเพียงเรื่องเดียวคือ “หากใจไม่สู้ก็ทำไม่ได้” เพราะการจัดระเบียบบ้านเป็นงานที่เหนื่อยมาก แต่ก็เหนื่อยแค่กาย ไม่เหนื่อยใจ เพราะไม่ต้องกดดันกับยอด ไม่ต้องตอกบัตร ผลลัพธ์ที่ได้คือความสุขจากการได้ทำ… “ยิ่งไปกว่านั้นคือ พอทำไปแล้วปรากฏว่าลูกค้าชอบผลงานที่ทำไว้ เราเองก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขตามไปด้วย และยิ่งเวลาเอารูปงานที่ทำเสร็จไปโพสต์อวดในโซเชียล แล้วมีคนเข้ามาคอมเมนท์ หรือเข้ามาชื่นชมผลงานที่เอาไปอวด…แค่นี้ก็หายเหนื่อยแล้ว”.

แคมเปญ “ลดซื้อ-ลดบริโภคเกินจำเป็น”

ระเบียบบ้าน’ นี่ก็ ‘สะท้อนสังคม’

การจัดระเบียบบ้านคือการจัดระเบียบชีวิตด้วย เพื่อทำให้บ้านคือเซฟโซน คือที่ปลอดภัย เหมือนเวลาไปโรงแรมที่ทุกคนพอเปิดห้องเข้าไปก็จะว้าว เพราะมันสวย ทำให้คนอยากอยู่ อยากพักต่ออีกหลายคืน ซึ่งเป็นความรู้สึกเดียวกันกับการกลับบ้านมาเหนื่อย ๆ แล้วเห็นบ้านสะอาด บ้านเรียบร้อย” นักจัดระเบียบบ้านมืออาชีพ อย่าง “อิม-อิมยาดา” ระบุเรื่องนี้ พร้อมบอกว่า “บ้านที่เป็นระเบียบก็เป็นตัวสะท้อนสังคมชั้นดีได้” เพราะสังคมจะเป็นระเบียบเรียบร้อยได้ ก็ต้องเริ่มจากหน่วยที่เล็กที่สุดในสังคมเสียก่อน นั่นคือครอบครัว ซึ่งเมื่อคนในบ้านช่วยกันทำให้พื้นที่ตัวเองสะอาด ก็จะสะท้อนทั้งบ้านเรือนและสังคมที่มีความเป็นระบบระเบียบ ซึ่งเมื่อบ้านหลังหนึ่งเริ่มสะอาด ไม่แน่ว่าบ้านหลังข้าง ๆ อาจจะเห็นแล้วเกิดอยากทำให้บ้านของตัวเองดูเป็นระเบียบ ดูสวยงามมากยิ่งขึ้นตามอย่างบ้าง จนเกิดผลกระทบเชิงบวกต่อเนื่องไป… “เราว่านี่แหละคือพลังของประชาชนอย่างแท้จริง ทำให้เราเชื่อว่าอาชีพนักจัดระเบียบบ้านมันเป็นงานที่มีคุณค่าและสำคัญกับโลกใบนี้อีกงานหนึ่งเลยนะ” อิม นักจัดระเบียบบ้านมืออาชีพระบุ.

เชาวลี ชุมขำ : รายงาน