ซึ่งวันนี้ คอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมาแนะนำ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนมโบราณ และเป็นแนวทางให้กับผู้ที่มองหาอาชีพอิสระ…ผู้ที่จะมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้ คือ อิ๋ว–ปิยะภัชณ์ ท่าวัง อายุ 38 ปี เจ้าของร้านขนมรังผึ้งโบราณ ซึ่งเล่าให้ฟังว่า ได้ประกอบอาชีพทำขนมโป๊งเหน่ง วาฟเฟิลไส้กรอก และรังผึ้งไส้ต่าง ๆ มานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยก่อนหน้านั้นเคยทำงานเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อมาก่อน จนมาถึงช่วงที่น้ำท่วมหนักเธอก็ออกมาขายขนมโป๊งเหน่งที่เกาะเกร็ด ก็ขายดีในระดับหนึ่ง ถามว่าทำไมต้องเป็นขนมโป๊งเหน่ง เพราะแม้จะดูเป็นขนมธรรมดา ๆ ราคาไม่แพง แต่รูปลักษณ์กลับดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ต้องแวะซื้อ เพราะทำให้หวนคิดถึงวัยเด็ก บางคนบอกไม่เคยเห็นขนมนี้มานานแล้ว บางคนบอกมีขายงานวัดบางแห่งเท่านั้น บางคนบอกเป็นขนมที่หากินยาก ฯลฯ ช่วงนั้นเธอยังทำงานพาร์ตไทม์ร้านสะดวกซื้ออยู่ เลยทำให้มีรายได้สองทาง

“ต่อมาเจอกับสถานการณ์โควิดระบาด ไม่ได้ไปขายของที่เกาะเกร็ดเลยเพราะตลาดปิด ไม่มีนักท่องเที่ยว พอโควิดซาก็เลยตระเวนขายขนมตามตลาดนัดต่าง ๆ และทำขนมดอกจอกมาขายคู่กันด้วย ต่อมาเพื่อนที่ทำงานอยู่กรมข้าว ม.เกษตรศาสตร์บางเขน แนะนำให้มาลองขายที่นี่ แรก ๆ ก็ขายดีลูกค้าชอบมากเพราะเราเพิ่มลูกเล่นตรงไส้กรอกขนมโป๊งเหน่งเป็นตัวปลาหมึกน้อย แต่พอนานไป ๆ รู้สึกว่าลูกค้าเริ่มเบื่อ เพราะเรามีขนมแค่ตัวเดียว ก็ปรึกษาคุณแม่ก็แนะนำให้เพิ่มเมนูขนมเพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า และเพื่อลดความยุ่งยากของเรา จะต้องเป็นขนมที่ใช้วัตถุดิบตัวเดียวกับขนมโป๊งเหน่ง แล้วท่านก็สอนการทำรังผึ้ง และวาฟเฟิล ต้องบอกว่าตอบโจทย์ลูกค้ามาก”
อิ๋ว บอกว่า ขนมโป๊งเหน่งของเธอจะใช้ไส้กรอกไก่ เพื่อให้ลูกค้าอิสลามรับประทานได้ ตัวแป้งจะมีลักษณะยาวรี มีความนุ่ม หอมอร่อย แม้ข้ามคืนแล้วแป้งก็ยังคงนุ่มอร่อย ขนมรังผึ้ง ก็ใส่ไส้แบบจัดเต็ม เช่น ข้าวโพด, ลูกเกด, มะพร้าว, ฝอยทอง, ไส้กรอกไก่ชีส, แฮมชีส และไส้กรอกไก่ ส่วนขนมวาฟเฟิลจะเป็นไส้กรอก
อุปกรณ์ มีหม้อทอดสเตนเลส (ทรงสูง) 1 ใบ, เตาแก๊ส, ตะแกรงร่อนแป้ง, กระชอน, ไม้เสียบลูกชิ้น, อ่างผสมแป้ง, ไม้ตีไข่ไฟฟ้าปากตะกร้อ และเครื่องใช้อื่นที่สามารถหยิบยืมเอาจากในครัว
วัตถุดิบ ที่ใช้ในการทำ “ขนมโป๊งเหน่ง” มี แป้งสาลีอเนกประสงค์ 500 กรัม, ผงฟู 1 ช้อนชา, เกลือ 1/2 ช้อนชา, ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 4 ฟอง, น้ำตาลทราย 250 กรัม, กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา, น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง, เนยละลายรสเค็ม 100 กรัม, เกลือป่น 1 ช้อนชา, ไส้กรอกไก่ (ยาว 3 นิ้ว) น้ำมันสำหรับใช้ทอด 1 ขวด

ขั้นตอนการทำ “ขนมโป๊งเหน่ง”
เริ่มจากการร่อนแป้งก่อน เตรียมตะแกรงหรือที่ร่อนแป้ง ใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์, ผงฟู, เกลือ ร่อนใส่ชามเตรียมไว้ก่อน
ตอกไข่ใส่อ่างผสม ตีให้ไข่ขึ้นฟูเป็นสีนวล ๆ ก็ใช้ได้ ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนจนกว่าน้ำตาลจะละลาย จากนั้นนำส่วนผสมของไข่ผสมลงในส่วนผสมแป้ง โดยทำหลุมตรงกลาง ค่อย ๆ ใส่น้ำลงตรงกลางและคนแป้งเข้าหาตรงกลางโดยต้องคนไปในทางเดียวกันจนส่วนผสมเข้ากันดี
ใส่เนยละลายและกลิ่นวานิลลาลงไป แล้วคนให้ส่วนผสมเข้ากันดี คลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหาร พักไว้ในตู้เย็น 20 นาที ระหว่างรอแป้งเซตตัว เตรียมไม้มาเสียบไส้กรอกไว้ (จะตัดเป็นท่อนเล็ก ๆ หรือทำเป็นรูปต่าง ๆ )
ต่อไปเป็นการทอด ตั้งหม้อทอดใส่น้ำมันลงไป รอให้น้ำมันร้อนดีแล้วจึงค่อยลดไฟลง แล้วเอาไส้กรอกไปชุบในแป้งที่เตรียมไว้ เอาลงไปจุ่มทอดในน้ำมัน ค่อย ๆ หมุนไปมาเบา ๆ พอแป้งออกสีเหลืองอมน้ำตาล เอาขึ้นพักไว้บนตะแกรงให้พออุ่น ๆ แล้วเอาไปชุบแป้งแล้วทอดต่ออีกรอบ ทำแบบนี้จนได้ความหนาตามต้องการ เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ

สำหรับราคาขาย “ขนมโป๊งเหน่ง” เจ้านี้ ขายไม้ละ 20 บาท (ขาย 3 ไม้ 50 บาท)
สนใจขนมโบราณที่ทำจากภูมิปัญญาชาวบ้านอย่าง “ขนมโป๊งเหน่ง” ก็ลองฝึกทำดู หรืออยากจะซื้อหามาลองชิมดู เจ้านี้จะออกขายตลาดนัดตอนเช้าวันพุธ ที่กรมข้าว ม.เกษตรศาสตร์บางเขน และวันพฤหัสฯ ที่กระทรวงพาณิชย์ ส่วนตลาดนัดตอนเย็นจะขายทุกวันตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ ที่ตลาดนัดร่มไทร ปากเกร็ด-ติวานนท์ นอกจากนี้ยังรับออกร้านนอกสถานที่ เช่น งานอีเวนต์, งานออร์แกไนซ์ สอบถาม-ติดต่อ อิ๋ว–ปิยะภัชณ์ ท่าวัง เจ้าของกรณีศึกษา ได้ที่ 08-9563-9269 …นี่ก็เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สามารถนำมาสร้างอาชีพได้อย่างน่าทึ่ง!!
คู่มือลงทุน…ขนมโป๊งเหน่ง
ทุนเบื้องต้น ประมาณ5,000 บาท
ทุนวัตถุดิบ 60% ของราคาขาย
รายได้ ราคา 20 บาท / 1 ไม้
แรงงาน 1–2 คน
ตลาด ตลาดนัด, ตลาดน้ำ, งานวัด
จุดน่าสนใจ ขนมธรรมดาที่ซ่อนความอร่อยไว้ข้างใน
เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง



