ทั้งนี้ กรณี “สายลับเขมร” นี่วันก่อนตำรวจไทยก็ “ขอให้คนไทยช่วยกันสอดส่องชี้เบาะแส”ด้วยซึ่งแม้ไทย-เขมร “มีข้อตกลงหยุดยิง” ตั้งแต่เข้าสู่วันที่ 29 ก.ค. แต่ก็ดังที่ทราบ… “เขมรก็ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง” ดังนั้น ไม่ว่าถึงตอนนี้จะอย่างไร “คนไทยยังต้องช่วยกันสอดส่องต่อไป”… ขณะที่ในภาพรวม ๆ เกี่ยวกับ “สายลับ” นั้น ไม่ใช่มีแค่ในหนัง…มีจริง ๆ และ “มีศึก…ก็จะมีสายลับ” เพราะ… “เป็นจิ๊กซอว์สำคัญทุกสมรภูมิ”…
“ข้อมูลจากสายลับ” นั้น “มีผลต่อศึก”
โดยอาจ “ชี้เป็นชี้ตาย–ชี้ผลสงคราม!!”
อนึ่ง กับ “สายลับตัวจริง” นั้น เชื่อได้เลยว่าจะเป็น “คนละภาพจำกับสายลับในหนังอย่างสิ้นเชิง” โดยเฉพาะหนังที่มีสายลับเป็นพระเอก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสายลับในโลกความเป็นจริงคงจะไม่ได้ดูหล่อ-ดูสวย-ดูเก่งเกินคนแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ภารกิจสายลับเป็นภารกิจหนึ่งที่สำคัญต่อการรบทุกสมรภูมิรบ” ทั่วโลก ที่ก็ย่อม “รวมถึงกับศึกไทย–เขมร” ล่าสุด
ทั้งนี้ จากปัจจุบัน ลองย้อนไปดูในอดีต เกี่ยวกับ “สายลับ” นั้น…เท่าที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ได้ลองค้นหาไล่เรียงประมวลจาก “เรื่องเล่า-เรื่องราว…หลาย ๆ แหล่ง” ก็พบ “เกร็ดต่าง ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับสายลับ” ในส่วนที่เป็นคนไทย
มีเกร็ดต่าง ๆ เกี่ยวกับ “สายลับไทย”
สายลับไทย “ก็มีแต่ครั้งโบราณกาล”
จากข้อมูลในหลาย ๆ แหล่งข้อมูลที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ได้ลองค้นหาไล่เรียงประมวลดูนั้น มีแง่มุมโดยสรุป-โดยสังเขปดังนี้… “สายลับ” หรือ “จารชน” มีเรื่องเล่าในประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวในนิยาย-ในละคร-ในหนัง หากแต่ เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ของประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ ตั้งแต่การสู้รบในอดีต การต่อสู้เพื่อเอกราชช่วงสงครามโลก จนถึงการต่อกรกับภัยคุกคามในยุคสงครามเย็น รวมถึงการทำสงครามกับยาเสพติด

ในสมัยโบราณ “สายลับ” มีเรื่องเล่าที่ถูกถ่ายทอดบอกเล่า และมีบันทึกบางส่วน ที่ได้ระบุถึงสายลับไว้ว่า… ในสมัยกรุงศรีอยุธยาก็ได้เคยมีการใช้งาน “สายลับ” เพื่อ “สืบข่าวของฝ่ายตรงข้าม” โดยถือเป็น “ยุทธวิธีที่สำคัญ”ซึ่งในยุคอดีตนั้นมีคำศัพท์ที่ใช้เรียกบุคคลกลุ่มนี้ว่า “ไส้ศึก” ซึ่งหมายถึง คนของฝ่ายหนึ่งที่แฝงตัวอยู่ในหมู่ข้าศึกเพื่อหาข่าว
นอกจากนี้ ในสมัยโบราณก็เคยมี “หน่วยสอดแนม” ที่ทำหน้าที่อย่างเป็นระบบ โดยในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้มีการจัดตั้งหน่วยที่เรียกว่า “หน่วยเสือป่าแมวเซา”เพื่อทำหน้าที่ เป็นหน่วยสอดแนมระยะไกล และ “หน่วยแมวมอง” ทำหน้าที่ เป็นหน่วยลาดตระเวนระยะใกล้ ทั้งนี้เพื่อสืบข่าวความเคลื่อนไหวและตัดกำลังบำรุงของกองทัพข้าศึก ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อชัยชนะของกองทัพกรุงศรีอยุธยาในสงครามหลายต่อหลายครั้ง …นี่เป็น เรื่องราวในประวัติศาสตร์
ที่ “มีบันทึกไว้ถึงภารกิจของสายลับ”
เพียงแต่ “ยังไม่ได้ถูกเรียกว่าสายลับ”
ขณะที่ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ช่วงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งช่วงสำคัญ เป็นช่วงที่ “งานจารชนของไทยโดดเด่น” และ “ได้รับการบันทึกไว้ชัดเจนที่สุด” ภายใต้ชื่อ “ขบวนการเสรีไทย (Free Thai Movement)”ที่ตั้งขึ้น เพื่อต่อต้านการยึดครองของกองทัพญี่ปุ่น ซึ่งสมาชิกขบวนการนี้มีทั้งในไทย และในต่างประเทศ ในสหรัฐอเมริกา ในอังกฤษ โดยได้รับการฝึกฝนด้านการจารกรรม การข่าวกรอง การรบแบบกองโจร จากฝ่ายสัมพันธมิตร เช่น สำนักบริการด้านยุทธศาสตร์ (OSS) ของสหรัฐ ที่เป็นหน่วยงานต้นแบบของซีไอเอ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (SOE) ของอังกฤษ ซึ่งเสรีไทยทำภารกิจมากมาย ทั้งการลอบส่งข่าวสารผ่านวิทยุสื่อสาร ชี้เป้าหมายยุทธศาสตร์ที่สำคัญ และจัดตั้งสนามบินลับเพื่อรับอาวุธยุทโธปกรณ์จากสัมพันธมิตร…
“สัมพันธมิตรให้การยอมรับ” เสรีไทย
ส่งผล “ทำให้ไทยไม่เป็นผู้แพ้สงคราม”
และอีกช่วงอีกยุคที่น่าสนใจคือ ช่วงยุคสงครามเย็น ที่ถือเป็น ยุคสมรภูมิข่าวกรองของโลก ซึ่งไทยกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการต่อต้านการขยายอิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ ทำให้ มีปฏิบัติการลับของ “หน่วยข่าวกรอง” ต่างชาติเข้ามาเคลื่อนไหวในไทย รวมถึงการตั้งฐานทัพและฐานบินลับเพื่อภารกิจต่าง ๆ เช่น สอดแนมหาข่าว ซึ่งก็ผลักดันให้ไทยจัดตั้งหน่วยงานข่าวกรองของตนเองขึ้น คือ “สำนักข่าวกรองแห่งชาติ” เพื่อทำหน้าที่ทั้งการข่าวและพัฒนามวลชนควบคู่กันไป
…เหล่านี้เป็นโดยสังเขปจากการค้นหาไล่เรียงประมวลเรื่องราว-เรื่องเล่า ที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้ระบุถึงหรืออ้างอิงถึงเกี่ยวกับ “สายลับ” ที่ในอดีตนั้นมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามยุคสมัย อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป ยังไม่ได้เรียก “สายลับ” แต่ “จุดเด่นที่เหมือนกันทุกยุคทุกสมัย” นั่นก็คือ “ภารกิจสำคัญที่ทำ” อย่างการ “สอดแนม–หาข่าว–ชี้เป้าหมาย” ซึ่งเป็น “อีกจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในทุกสมรภูมิ”…ทั้งนี้ กลับสู่ปัจจุบันกับกรณี “ศึกไทย–เขมร” ไม่ว่าวันนี้จะเป็นเช่นไรแล้ว…การที่ “คนไทยช่วยสอดส่องชี้เบาะแสคนที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย” นั้น “ยังเป็นเรื่องควรทำกันต่อไป”… เพราะ “พฤติกรรมเขมร”ก็ดังที่ทราบ ๆ…
“ข้อตกลงสากล” นั้น “เขมรยังละเมิด”
“ตกลงกับไทย” จึง “ไว้ใจเขมรไม่ได้!!”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



