ทั้งนี้ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ได้พลิกแฟ้มนำข้อมูลกรณี “สื่อสารภาวะวิกฤติ” มาเสนอให้พิจารณากัน อย่างไรก็ตาม ก่อนอื่นขอร่วม “เตือนคนไทย” ถึงภัยสื่อสารอีกแบบที่ตอนนี้ก็ “ยังต้องระวัง!!” นั่นคือ “ภัยหลอกลวงผ่านไซเบอร์-ผ่านโทรศัพท์” ซึ่ง “ฐานใหญ่ในการก่อการร้าย ๆ แบบนี้อยู่ในเขมร”

ยุคนี้ “แก๊งชั่ว” พวกนี้ นำ AI มาใช้หลอกให้เนียนขึ้น ทั้งผ่านออนไลน์ไซเบอร์ และผ่านโทรศัพท์มือถือซึ่งแบบหลังนี่ช่วงนี้ก็มิใช่จะน้อย บางคนที่ถูกพุ่งเป้านั้นมีสายที่เป็นเบอร์มือถือติดต่อมาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทค่ายมือถือเพื่อพยามหลอก โดยมีสายเข้าแบบปูพรมวันละหลายเบอร์ คือพอรู้ทันกดตัดสายทิ้ง แจ้งบล็อก ก็มีเบอร์ใหม่โทรฯ มาใหม่อีกเรื่อย ๆ ก็ขอร่วมย้ำเตือนไว้ ณ ที่นี้ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าเมื่อเกิดศึกไทย-เขมร แก๊งชั่วพวกนี้ก็ปั่นป่วน พวก “หน้าโง่ใจเลว” ที่สมัครใจเข้าแก๊งก็ถูกบี้ให้ก่อเหตุ ซึ่งเมื่อเรา ๆ ท่าน ๆ รู้ทัน มันหลอกไม่ได้ตามที่ถูกสั่งแล้วโดนทำร้าย..ก็ “สมน้ำหน้า!!”

ต่อไปมาดูกรณี “สื่อสารภาวะวิกฤติ”

สืบเนื่องจาก “วิกฤติเขมรหน้าไม่อาย”

สื่อสารภาวะวิกฤติ “ไทยทำได้ดีมั้ย??”

เทียบเคียงกับเมื่อครั้งเกิด “วิกฤติโควิด” รุนแรงใหม่ ๆ… ในตอนนั้น ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล นักวิชาการด้านการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สะท้อนกับ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” กรณี “สื่อสารภาวะวิกฤติ” ไว้ว่า… ถ้า “สื่อสารในภาวะวิกฤติทำได้ไม่ดีพอ” หาก “ล้มเหลวในการสื่อสารในภาวะวิกฤติ” ก็จะส่งผล “ทำให้ประชาชนขาดข้อมูลที่มากพอ” ซึ่งถ้ากำลังอกสั่นขวัญแขวน หวาดกลัว ก็จะ “ง่ายต่อการที่จะหลงเชื่อเฟคนิวส์” หลงเชื่อข่าวปลอม-ข่าวหลอก-ข่าวลวง จนเกิดปัญหา ในทางกลับกัน ถ้า “สื่อสารในภาวะวิกฤติได้ดีมากพอ…ก็จะป้องกันปัญหาจากเฟคนิวส์ได้”

ทั้งนี้ ทางนักวิชาการท่านดังกล่าวยังสะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้ต่อไปเกี่ยวกับ “หลักการสื่อสารที่ดีในภาวะวิกฤติ”ซึ่งกว้าง ๆ คือ… ต้องสื่อสารได้รวดเร็วตอบสนองทันเหตุการณ์แล้วก็ยังมีหลักสำคัญที่ต้องทำให้ดีที่สุด ได้แก่.. มีการรวบรวมผู้เกี่ยวข้องเพื่อ รวมข้อมูลและความรู้ที่มีทั้งหมดไว้ด้วยกัน รวมถึง อัพเดทข้อมูลและความรู้ใหม่ให้ทันเหตุการณ์ทันข้อมูลข่าวสารที่ไหลรวดเร็วมาก เพื่อ ทำให้การสื่อสารที่ออกสู่สังคมมีความถูกต้อง-ชัดเจน อย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งเมื่อสื่อสารข้อมูลออกสู่สังคมในวงกว้างแล้ว ข้อมูลที่ออกไปนั้นจะต้องไม่ผิดพลาด หรือผิดพลาดก็น้อยที่สุด

นี่เป็น “หลักกว้าง ๆ ที่จะต้องทำให้ดี”

และนอกจากหลักการสำคัญ ๆ ข้างต้นแล้ว .วิทวัส ยังระบุไว้อีกว่า… ในหลักวิชาการตลาดก็ให้ความสำคัญกับการตั้งผู้มีอำนาจตัดสินใจ ที่นอกจากต้องมีความสามารถตัดสินใจได้ทันทีแล้ว ก็จะต้องเป็นผู้ที่สื่อสารได้ดี สื่อสารได้ถูกต้องซึ่งที่ผ่าน ๆ มามีตัวอย่างหลาย ๆ ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นบานปลาย จากการสื่อสารที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่สามารถสื่อสารให้คนเข้าใจได้ จนทำให้ข้อมูลที่สื่อสารออกไปไม่ชัดเจน ผิดพลาด ซึ่งในทางธุรกิจการสื่อสารที่ผิดพลาดซ้ำ ๆ ก็จะส่งผลเสียมาก

นอกจากข้อมูลที่สื่อสารต้องชัดเจนแล้ว ข้อมูลที่สื่อสารออกมาต้องไม่ไร้ทิศทาง ถ้าข้อมูลไม่กระจ่างมากพอ หรือข้อมูลไม่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคม กรณีนี้จะยิ่งกระตุ้นและทำให้ “เฟคนิวส์” ระบาด เพราะผู้คนจะรู้สึกไม่เชื่อมั่นข้อมูลที่ออกมา จะพยายามไปค้นหากันเอาเองในสื่อออนไลน์ …นี่เป็นอีกใจความสำคัญกรณีนี้

และทาง ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล ยังได้สะท้อนกับ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้ด้วยว่า… การสื่อสารที่ดีในภาวะวิกฤติเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งจะทำให้ประชาชนเกิดความรู้ความเข้าใจในวิกฤตินั้น ๆ และช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของ “ข่าวลือ-ข่าวปลอม” ได้ด้วยแต่ในทางกลับกัน ถ้าสื่อสารได้ไม่ดี หรือไม่มีประสิทธิภาพ ประชาชนก็จะยิ่งหลงเชื่อข่าวปลอม ทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงมากขึ้น และถ้าควบคุมไม่อยู่ก็จะเกิดเป็นความโกลาหลในที่สุด …ต่าง ๆ เหล่านี้เป็น “มุมสะท้อนทางวิชาการ” ที่เคยมีการสะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้ตอน “วิกฤติโควิด” แรง ๆ แรก ๆ ที่ในตอนนั้นคนไทยก็เคยเผชิญ “วิกฤติเฟคนิวส์” ซึ่งมาถึงยุคนี้ที่ไทยเจอกรณี “วิกฤติเขมรหน้าไม่อาย”ก็ลองพิจารณาเทียบเคียงกันดู

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องให้กำลังใจทางการ-รัฐบาลไทย “สื่อสารภาวะวิกฤติ”กรณี เขมรก่อศึกโจมตีไทยก่อนโดยหวังชิงดินแดนไทย โจมตีพลเรือนโรงเรียนโรงพยาบาล ใช้พลเรือนเขมรเป็นโล่มนุษย์ ไร้มนุษยธรรม ไม่สนใจสิทธิมนุษยชน ละเมิดข้อตกลงสากลโลก ประสาอะไรกับละเมิดข้อตกลงกับไทย โดย ทางการไทยทั้งต้องสื่อสารกับประชาชน ต้องสื่อสารถึงบรรดาเวทีโลกที่เกี่ยวข้อง ประเทศต่าง ๆ ประชาชนประเทศต่าง ๆ ซึ่งก็ “ต้องสื่อสารได้ดีมากพอ”

เพราะวิกฤตินี้เป็น“วิกฤติเขมรหน้าไม่อายสุด ๆ”เขมรหน้ามึน “สื่อสารต่อชาวโลกกลับดำเป็นขาว”เป็นตุเป็นตะ สิ่งร้ายที่ฝ่ายเขมรทำก็บอกฝ่ายไทยทำหรือ ภาพเครื่องบินดับไฟป่าที่สหรัฐก็บอกไทยใช้สารพิษต่อเขมร เฉยเลย!!

นี่แหละ “วิกฤติเขมรหน้าไม่อายสุด ๆ”

แบบนี้ “ไม่ใช่แค่ขำ ๆ นี่มันเลวร้าย!!”

ก็ “ต้องแฉต่อโลกให้รู้ธาตุแท้เขมร!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์