ทั้งนี้ นอกจากด้านการศึกเพื่อปกป้องอธิปไตยไทย ที่ถึงวันนี้ก็ยังไว้วางใจไม่ได้ว่าจะไม่ต้องทำกันอย่างเต็มสูบอีก และนอกจากด้านการเดินเกมในเวทีนานาชาติ ที่ไทยต้องเดินหน้าทำให้เต็มสูบเพื่อให้ชาติเกเรเล่ห์ร้ายได้รับผลจากพฤติกรรมร้าย ๆ อย่างสาสม… กับ “ด้านเศรษฐกิจ…ไทยก็ต้องเร่งอัปสปีด!!”
ไทยถูกกระทำเกเร “เศรษฐกิจก็ระส่ำ”
โดย “ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ต้องเท่าทัน”
ทั้งประชาชน และ “โดยเฉพาะรัฐบาล”
เสียงสะท้อนจากนักวิชาการดังที่ระบุในตอนต้น เป็นส่วนหนึ่งจากเสียงสะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาโดย ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล ผู้อำนวยการ ศูนย์ที่ปรึกษาและสร้างการเติบโตทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยเป็น “เสียงสะท้อนในมุมเศรษฐกิจไทยต่อกรณีที่บางชาติรุกล้ำก่อศึกไทยหวังแย่งดินแดนไทย” ซึ่งทางนักวิชาการท่านนี้ยังได้ระบุย้อนถึงในช่วงที่ยังไม่เกิดสถานการณ์ศึก หลักใหญ่ใจความมีว่า… ต้องยอมรับว่า “เศรษฐกิจประเทศไทย” ช่วงที่ผ่านมา “ถดถอย” ซึ่งในทางเทคนิคไม่ได้ลดลง แต่ก็ไม่ได้โตขึ้น เศรษฐกิจไทยดูไม่ค่อยดี โดยเฉพาะเรื่องการส่งออก

ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาทุกสถาบันการเงินได้มีการลดประมาณการ GDP ของประเทศไทยลง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า แนวโน้มเศรษฐกิจประเทศไทยยังมีความไม่แน่นอนสูงอยู่แต่เดิม กำลังซื้อหด อัตราดอกเบี้ยยังไม่ลดลง และเรื่องการส่งออก เรื่องของนักท่องเที่ยว ก็ยังไม่ดีทั้งยังมีกรณีภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยสู่สหรัฐอเมริกาเป็นประเด็นเพิ่มขึ้นมา
กับกรณีภาษีสหรัฐอเมริกานั้น… ต้องยอมรับว่าสินค้าที่ส่งออกของไทยนั้น เทียบกับในหมู่ประเทศอาเซียนด้วยกันแล้วก็เป็นสินค้าที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้น ถ้าประเทศไทยโดนภาษีสหรัฐสูงกว่าประเทศอื่นในอาเซียนก็จะมีผลในเรื่องการส่งออก และก็จะส่งผลในเรื่องการเข้ามาลงทุนของต่างชาติด้วย …นี่เป็นการระบุไว้โดย ผศ.ดร.ภูษิต ตั้งแต่ตอนที่สหรัฐยังไม่ได้กำหนดอัตราภาษีที่ชัดเจนต่อไทย โดยล่าสุดมีตัวเลขที่ชัดเจนแล้วคืออัตรา 19% ก็ต้องตามดูไปว่าจะมีผลบวกหรือผลลบอะไร?-อย่างไร?
ส่วน “เศรษฐกิจไทย” กับสถานการณ์อันสืบเนื่องจากกรณี “บางชาติรุกล้ำก่อศึกไทยหวังแย่งดินแดนไทย” ที่ทาง ผศ.ดร.ภูษิต ระบุว่าไทยต้องเดินเกมโดยมีแผนที่ชัดเจน และก็ต้องเร็วขึ้น ไวขึ้น ทันต่อสถานการณ์มากขึ้นนั้น… นักวิชาการท่านนี้ได้แจกแจงผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาว่า… จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อไทยไม่น้อย
ขณะที่ ประเด็นที่ไทยก็ต้องใส่ใจด้วยคือ… ผลกระทบต่อเกษตรกรไทยผู้ปลูกข้าว ซึ่งพื้นที่ที่มีสถานการณ์ ไม่ว่าจะสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ หรืออุบลราชธานี ก็เป็นเขตที่มีความสำคัญในเรื่องการปลูกข้าว…นี่ก็ต้องดูแลเช่นกัน
สำหรับผลกระทบต่อไทยทางด้านเศรษฐกิจโดยตรงเมื่อเกิดสถานการณ์ ก็คือ เรื่อง “การค้าชายแดน” ที่รายได้ของผู้ประกอบการย่อมมีผลลบแน่นอน นอกจากนั้นก็ เรื่อง “การท่องเที่ยว” โดยเฉพาะกับ 4 จังหวัดทางอีสานที่ระบุข้างต้น และอีกอย่างน้อย 2 จังหวัดทางตะวันออก คือ จันทบุรี ตราด ย่อมจะมีผลลบ จากการที่นักท่องเที่ยวกังวลและยกเลิกทริปท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ผอ.ศูนย์ที่ปรึกษาและสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ได้แนะนำผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาเกี่ยวกับ “วิธีเอาตัวรอดทางเศรษฐกิจในสถานการ์ที่ยังมีความไม่แน่นอน” โดยระบุว่า… “ประชาชนทั่วไป” และ “ผู้ประกอบการ” ควรต้องทำดังนี้คือ… 1.ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และทุก ๆ ปัจจัยก็ล้วนมีผล
ถัดมา…2.ต้องกระจายแหล่งรายได้ หาแหล่งรายได้ใหม่ ซึ่งประชาชนก็ควรต้องทำ อย่ามองแต่แหล่งรายได้เดิมที่มี ส่วนผู้ประกอบการก็ต้องกระจาย-หาแหล่งรายได้ใหม่ ๆ เช่น ภาคท่องเที่ยวก็หานักท่องเที่ยวต่างชาติใหม่ ๆ ญี่ปุ่น ยุโรป ที่ตัวเลขกำลังดีขึ้นมาแทนนักท่องเที่ยวจีน เป็นการกระจายความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการส่งออกก็ต้องหาช่องทางใหม่ ๆ ในการส่งออกด้วย และ 3.ต้องกลับไปดูลูกค้าเดิมว่ายังสุขภาพแข็งแรงอยู่ไหม ผู้ประกอบการก็ต้องดูว่าลูกค้าที่เคยซื้อของเรายังแข็งแรงอยู่ไหม เพราะถ้าลูกค้าล้มก็อาจพาให้ธุรกิจล้มด้วยได้ ผู้ที่เป็นพนักงานก็ควรต้องหาแหล่งรายได้เพิ่ม ส่วนประชาชนทั่วไปก็ควรต้องรีสกิลใหม่ ๆ ให้ตัวเอง ดูค่าใช้จ่ายตัวเองให้ดี อะไรที่มีดอกเบี้ยก็รีบจัดการ อะไรที่ฟุ่มเฟือยก็ลดลง
และโฟกัสที่ “เอสเอ็มอี”นักวิชาการท่านเดิมก็ได้แนะนำ “3 ป.-3 คำ…ในการเอาตัวรอด–ในสถานการณ์ที่ยังไม่สามารถที่จะไว้วางใจได้” กล่าวคือ… 1.ป้องกัน ป้องกันความเสี่ยง สำรองเงินไว้, 2.ประคอง ประคองตัวเองไว้ ปรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นลง, 3.ปรับตัว ปรับตัวสร้างทักษะใหม่ ๆ พัฒนาฝีมือแรงงานใหม่ ๆ หาแพลตฟอร์มใหม่ ๆ หาตลาดใหม่ ๆ
“นอกจากสิ่งที่ประชาชนและผู้ประกอบการต้องทำแล้ว รัฐบาลต้องเร่งทำงานเชิงรุกมากขึ้น ต้องเร็วขึ้น ไวขึ้น ทันต่อสถานการณ์มากขึ้น และการเดินเกมจำเป็นต้องมีแผนดำเนินงานชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยว แผนฟื้นฟูการส่งออก ต้องเร่งเรื่องความเชื่อมั่น เรียกความมั่นใจคืนมาให้ได้ไว ๆ” …ทาง ผศ.ดร.ภูษิต ระบุ
“ฟื้นเศรษฐกิจ” นี่ “ไทยก็ต้องอัปสปีด”
ก็ “ต้องเร็วขึ้น–ทันสถานการณ์ยิ่งขึ้น”
ก็ “เช่นเดียวกับเร่งสยบชาติเจ้าเล่ห์”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



