ทั้งนี้ หากโฟกัสกันที่ “ความเชื่อเรื่องผี” ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ในยุคนี้ก็ยังคงมีอยู่ทั่วไปในทุก ๆ ประเทศ ไม่เฉพาะประเทศไทย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรที่จะเชื่อ ถ้าหากไม่ได้ทำให้ผู้ที่เชื่อหรือผู้อื่นต้องเดือดร้อน โดยสำหรับ “มุมวิชาการ” ก็มีการมองความเชื่อเรื่องผีนี้ว่า “ก็มีประโยชน์” ได้เช่นกัน…

กับการเป็น “อีกเครื่องมือทางสังคม”

มีบทบาทหลายมิติ” ต่อผู้คนสังคม

ทาง “ด้านจิตใจควบคุมทางสังคม”

กล่าวสำหรับ “ผี” ที่เพิ่งเป็นข่าวอย่าง“ผีโพง”นั้น มีข้อมูลใน วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี ระบุไว้ว่า… ผีโพงเป็นผีตามความเชื่อพื้นบ้าน โดยเชื่อกันว่า มีผู้ที่จะกลายเป็นผีโพง โดยมักเกิดจากการ “เล่นไสยศาสตร์” แล้วควบคุมวิชาในตัวเองไม่ได้ หรือปลูกว่านชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “ว่านผีโพง” ซึ่งมีสีขาว รสฉุนร้อน และเมื่อต้นแก่จะมีธาตุปรอทลงกิน ทำให้เกิดแสงแบบแมงคาเรืองที่เรืองแสงในที่มืด ซึ่งผู้ที่เป็นผีโพงในเวลากลางวันจะเป็นเหมือนผู้คนทั่วไป แต่เมื่อถึงกลางคืนจะกลายร่างเป็นผีโพง และมีแสง เช่นเดียวกับผีกระสือ แต่ ผีโพงมีจุดเด่นคือ “มีแสงสว่างหรือดวงไฟที่รูจมูก” ขณะออกหาของกินกลางคืน …นี่เป็นคำอธิบายโดยสังเขปที่มีข้อมูลในวิกิพีเดีย-สารานุกรมเสรี เกี่ยวกับความเชื่อ “ผีโพง” ที่เป็น“กระแสผีที่มากับโดรน”

อย่างไรก็ตาม “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูลให้พิจารณากันเพิ่มเติมไว้ด้วยเกี่ยวกับ “ชื่อผี-คำเรียกชื่อผี” ซึ่งก็คงมีหลายคนมีคำถามว่า “ชื่อ-คำเรียก” ที่นำมาใช้ “ตั้งชื่อผี” แต่ละชนิด โดยเฉพาะผีในไทยในภาคต่าง ๆ คำเรียกผีต่าง ๆ นั้น… “มีที่มาจากอะไร?” ซึ่งกับคำตอบกรณีนี้ มุมวิชาการของไทยก็ให้ความสนใจศึกษา โดยมีงานศึกษาวิจัยชื่อหัวข้อว่า… “การศึกษาเปรียบเทียบคำเรียกผีและการตั้งชื่อผีในวัฒนธรรมความเชื่อเรื่องผีของไทยกับจีน” งานศึกษาวิจัยโดย สมเกียรติ รักษ์มณี, บุญเลิศ วิวรรณ์ และ เม่าไห่ จง ในฐานะนิสิต คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยผลการศึกษาวิจัยดังกล่าวพบว่า ที่มาการตั้งชื่อผีหรือการเรียกชื่อผีของไทยมักจะมาจาก “5 แหล่ง” ต่าง ๆ ดังนี้…

ตั้งชื่อผีหรือเรียกชื่อผีโดย “มาจากความเชื่อ” อาทิ… ผีฟ้าผีแถน, ผีเปรต, ผีนางธรณี, ผีปู่ตา, ผีหลักเมือง, ผีแม่หม้าย, ผีมเหสักข์, ผีเจ้านาย, ผีวีรบุรุษ, ผีเล็กผีน้อย, ผีเจ้าเสน, ผีพ่อตา และกับแหล่งที่มานี้ก็รวมถึง…แม่โพสพ, นางกวัก

อีกทั้งยังมีการตั้งชื่อ-เรียกชื่อผีโดย “มาจากตำนานหรือเรื่องเล่า” อาทิ… ผีกระหัง, ผีกระสือ, ผีปอบ, ผีพราย, ผีกะ, ผีห่า, ผีจะกละ, ผีกำเนิด, ผีเป้า, ผีไพร่, ผีนาย, ผีไพร, ผีโขมด, ผีม้าบ้อง, ผีอี่ค้อย ซึ่งที่มาแบบนี้รวมถึง “ผีโพง” ที่เพิ่งมีกระแส และก็รวมถึง… ภูต, กุมารทอง, ปู่เจ้า, ยมทูต …โดย ตำนาน เรื่องเล่า เป็นแหล่งของคำที่นำมาใช้เรียกชื่อผีที่พบได้มากที่สุด

และมีการตั้งชื่อ-เรียกชื่อผีโดย“มาจากสถานที่”อาทิ… ผีสองนาง, ผีขุนน้ำ, ผีค้างพอน, ผีบ้าน, ผีเรือน, ผีเมือง, ผีตาแฮก, ผีน้ำ, ผีป่า, ผีป่าช้า, ผีโป่ง, ผีแดน, ผีแขก รวมถึงผีนางตานี, ผีนางตะเคียน และก็รวมถึง…แม่ย่านาง, พระภูมิ, เทพารักษ์

นอกจากนี้ยังมีการตั้งชื่อผีหรือเรียกชื่อผีโดย“มาจากภาษาต่างประเทศ” ด้วย อย่าง “ผีชมบ (ชะมบ)” หรือบางทีก็เรียกว่า “ผีฉมบ” หรือ “ผีทมบ” ก็มี โดยคำว่าทมบเป็น ภาษาเขมรขณะที่บ้างก็ว่านี่เป็นอีกชื่อของผีโขมด หรือบางที่ก็ระบุว่าผีชมบเป็น “ผีปอบเขมร”โดยเป็นผีผู้หญิงที่ตายในป่าและสิงอยู่ในบริเวณที่ตาย มักจะมีการเห็นเป็นเงา ๆ และก็ยังมีการตั้งชื่อผี-เรียกชื่อผีโดย“มาจากเสียงร้อง”ด้วย อย่าง “ผีปกกะโหล้ง” เป็นผีผู้ชาย ตัวผอมยาว ไม่มีเสื้อผ้า เอาผมยาวคลุมตัว เล็บยาว ฟันคม ซึ่งเชื่อกันว่าหากผีปกกะโหล้งนี้พบเด็กที่เข้าป่าคนเดียวหรือพลัดหลงไปเพียงคนเดียว จะจับฉีกแขนฉีกขายัดปาก!!

ทั้งนี้ นอกจาก “5 แหล่งที่มาชื่อเรียกผี” ดังที่ระบุมาข้างต้นโดยสังเขปแล้ว… ก็ยังมีประเด็น “ความเชื่อเรื่องผีในเชิงสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา”ที่น่าสนใจ ในฐานะ “ปรากฏการณ์สังคม”ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูลด้วย โดยเป็นข้อมูลจากบทความชื่อ… “บทบาทความเชื่อเรื่องผีต่อสังคมอีสาน : กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี” ที่จัดทำไว้โดย ภัทรลดา ทองเถาว์ และ รศ.สุวัฒนา เลี่ยมประวัติ หลักสูตรอักษรศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งได้มีการเผยแพร่ไว้ใน วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ปีที่ 15 ฉบับที่ 2 มกราคม-มิถุนายน 2563 โดยระบุถึง “บทบาทของความเชื่อผี” ในกลุ่มชาวอีสาน ไว้ว่า… มีบทบาทเป็นเครื่องมือสังคมที่สำคัญ”

ในบทความดังกล่าวได้ชี้ “ความสำคัญจากความเชื่อผี” ไว้ว่า… ในทางสังคมมีบทบาทสำคัญหลายประการ ได้แก่… บทบาทในการอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชน ส่งผลให้คนใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและเกิดคุณค่าที่สุด, บทบาทช่วยสร้างความมั่นคงทางจิตใจ ที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิต การรักษาโรค การประกอบอาชีพ และ บทบาทเครื่องมือควบคุมทางสังคม ควบคุมพฤติกรรมคนในสังคมผ่านความเชื่อ โดยหากประพฤติดีย่อมได้รับความเคารพนับถือ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข แต่หากกระทำสิ่งผิดจากบรรทัดฐานสังคมก็จะถูกกีดกันขับไล่ให้ออกไป …นี่ก็เป็นเรื่อง “ผี” อีกส่วนหนึ่งจาก “มุมวิชาการ”

เป็นเรื่อง “ผี” เรื่องที่ไม่ใช่เรื่อง “โดรน”

แต่ก็มีบางส่วน “อาจพาให้นึกถึงผีห่า”

นึกถึงผีห่าเล่ห์ร้ายใฝ่สงคราม??”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์