ผลพวงประชุม GBC ที่มาเลเซียครั้งแรก นอกจาก 13 ข้อตกลงที่เป็นข่าวไปแล้ว รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ได้ตั้ง ดร.บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นโฆษกจิตอาสา ศก.ทบ. เพิ่มจากโฆษกหลัก เหมือน “พริกน้ำปลา” คู่โต๊ะกินข้าวคนไทย ฉันใด
ก็ฉันนั้น มาปั๊บ คุณบุ๋มก็สวนโฆษกกัมพูชา คุณดอกไม้ พล.ท.มาลี โสเจียตา ทันทีว่า เป็นนางงามมงกุฎเดียว (นางสาวไทย) ไม่ได้มี 18 มงกุฎ  แสบไม่แสบไม่รู้ แต่ได้ใจคนไทยเพียบ

อีกผลพวง คือเสียงเรียกร้องให้ต่ออายุราชการ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2  “ฮีโร่” สงครามเขมร ที่กำลังจะเกษียณเดือนกันยายนนี้ต่อไปอีก อ้างไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางน้ำเชี่ยว แต่คำตอบจากรักษาการนายกฯ ภูมิธรรม เวชยชัย นับว่าถูกต้อง ระบบดีอยู่แล้ว อย่าทำให้เป็นปัญหา ก็เมื่อกรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี  คนเก่งในกองทัพน่ามีอีกแยะ ส่วนจะเชิญ พล.ท.บุญสิน มาเป็นที่ปรึกษาเฉพาะกิจก็ย่อมได้ ศึกเขมรคงไม่จบในเร็ววันแน่นอน?!?

ผลพวงต่อมา นายกฯ ฮุน มาเนต  ฉวยจังหวะนี้ ทำหนังสือถึง คณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์ เมื่อ 7 ส.ค. 68 สรรเสริญ ทรัมป์ ซะหยดย้อย ตอนหนึ่งว่า…การเสนอชื่อครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงความซาบซึ้งของข้าพเจ้าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง ความกตัญญูสุดซึ้ง ของชาวกัมพูชาสำหรับบทบาทสำคัญของท่านในการแทรกแซงที่ทันท่วงที ช่วยป้องกันความขัดแย้งที่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรง ป้องกันการสูญเสียชีวิตจำนวนมาก ปูทางไปสู่การฟื้นฟูสันติภาพ 2 ประเทศ…นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จอันโดดเด่นในการลดความตึงเครียดในภูมิภาคที่ผันผวนที่สุดของโลก 

การแสวงหาสันติภาพอย่างต่อเนื่องผ่านการทูตของเขา สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ของ อัลเฟรด โนเบล อย่างสมบูรณ์แบบ…โอ มายก็อด ก่อนหน้านั้น อิสราเอล และ ปากีสถาน ก็เสนอชื่อทรัมป์เช่นกัน ตอนนี้ทรัมป์ไปอะแลสกา พบ “ปูติน” เก็บแต้ม หวังยุติสงครามยูเครน หลังโม้แยะ จะให้สงครามยูเครนจบใน 24 ชม. ปรากฏว่า หน้าแหก

อย่างที่รู้ ทรัมป์ไม่ปิดบังเลยว่า เขาอยากได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจนตัวสั่น ถึงขนาดยกเรื่อง “ภาษีทรัมป์” ขึ้นมาขู่ หากไทย-กัมพูชา ไม่หยุดสู้รบ (ตัวเลขทรัมป์ ระบุมีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 ราย) จะไม่ให้เจรจาภาษีต่อ ทรัมป์ไม่เล่นบท “ปิศาจสงคราม” ขายอาวุธหาเงิน แต่เล่นสงครามภาษีชอบธรรมกว่าแยะ แถมเป็นเครื่องมือดันตัวเองเป็นผู้สร้างสันติภาพได้อีก ขณะ ฮุน มาเนต  สุดเขี้ยวสั่ง เตีย เซียฮา รมว.กลาโหม ดอดพบผู้นำอินโด-แปซิฟิกสหรัฐ ได้ของติดมือสหรัฐจะช่วยพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้งร่วมฝึกทหาร เรียกว่า ไม่ได้อวยทรัมป์แบบให้เปล่า

เรื่องภาษี  แม้สหรัฐไม่ได้แจกกำปั้นเหล็ก ให้ “แครอต” แลกหยุดยิง ไทยจากโดนภาษี 36% เหลือ 19% เท่ากัมพูชา อย่างน้อยก็ทำให้สู้ประเทศคู่แข่งในตลาดสหรัฐที่ยังเป็นตลาดส่งออกใหญ่ได้ แม้หลายอุตสาหกรรมยังต้องวิ่งสู้ฟัด โดยเฉพาะภาษีเซมิคอนดักเตอร์ที่ทรัมป์ขู่จะรีดภาษีนำเข้า 100% ซึ่งเว่อร์เกินเบอร์ไปมาก ต้องลดลงมาแน่

ที่น่าห่วงจริง ๆ คือ ผู้เลี้ยงหมูที่ต่อต้านการนำเข้าหมูจากสหรัฐเด็ดเดี่ยว โวยขาดทุนจากที่ต้นทุนสูง แถมมีหมูเถื่อนมาแย่งตลาดอีก หมูสหรัฐกิโลละแค่ 70-80 บาท แต่แค่เครื่องในหมูไทยราคาไม่ต่ำกว่าร้อย จะอยู่ได้ไง ยักษ์ใหญ่ไม่ต้องห่วงหรอก เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ที่จะตายก็ผู้เลี้ยงหมูรายย่อย ขณะสมาคมผู้เลี้ยงโคเนื้อ อ้างกระทบรายได้  4.5-5 แสนล้าน รวมธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น ถั่วเหลือง อาหารสัตว์ ม็อบเกษตรกรจะมาเยือนทำเนียบหรือไม่

จึงอยู่ที่คำตอบสุดท้ายของ รมว.คลัง พิชัย ชุณหวชิร 

ขณะการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย รมว.พาณิชย์ป้ายแดง จตุพร บุรุษพัฒน์ ได้เปิดตัว ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จหรือ MOC One Stop Service: OSS @ Ratchada ที่กรมการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มี 12 หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งผู้ส่งออกรายใหญ่รายย่อย ครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษาเรื่องภาษี การเยียวยา การขอข้อมูล การช่วยลดต้นทุน และหาตลาดใหม่ “สามารถมารับบริการที่หน้าเคาน์เตอร์ หรือโทรฯ สายด่วน 1169 หรือ 0-2513-1909  ได้เลย” ไม่รู้มีบริการ 24 ชม. หรือไม่ หรือให้คุยกับเครื่องวนไป แต่ถือว่า รมต. ฉับไวดี

ทั้งหมดแสดงให้เห็นอีกครั้ง โลกเป็นอย่างที่ว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวจริง มันเกี่ยวโยงไปหมด.

ดาวประกายพรึก

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่