การรักษา โรคซีพีพีเอส ไม่ได้รักษาโดยการให้ยาฆ่าเชื้อเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้แนวทางผสมผสาน ได้แก่ ลายกล้ามเนื้อ/ยาต้านการอักเสบ ยาช่วยปรับสภาพระบบประสาท เช่น ยา อะมิทริปไทลีน (Amitriptyline) เป็นยาในกลุ่มยาต้านซึมเศร้า ไตรไซคลิก (Tricyclic Antidepressants) ใช้รักษาอาการซึมเศร้า โดยออกฤทธิ์ปรับสมดุลสารเคมีในสมองที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ นอกจากนี้ยังใช้รักษาอาการปวดต่าง ๆ เช่น อาการปวดเส้นประสาท (neuropathic pain) อาการปวดเรื้อรัง และ ป้องกันไมเกรน ยา Amitriptyline สามารถนำมาใช้ในการรักษาภาวะ CPPS (Chronic Pelvic Pain Syndrome) หรืออาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรังได้ โดยยาอะมิทริปไทลีนมีฤทธิ์ช่วยลดความเจ็บปวดและปรับปรุงอารมณ์ของผู้ป่วย

ยากาบาเพนติน (Gabapentin) เป็นยาในกลุ่มยากันชัก (anticonvulsant หรือ antiepileptic drug) ที่ใช้รักษาอาการชักบางส่วนและอาการปวดเส้นประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการปวดเส้นประสาทที่เกิดจากโรคงูสวัด และอาการปวดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท นอกจากนี้อาจถูกนำมาใช้ในการรักษาอาการปวดอื่น ๆ เช่น อาการปวดจากโรคซีพีพีเอส ซึ่งเป็นอาการปวดเรื้อรังบริเวณอุ้งเชิงกรานด้วย

ยา alpha-blocker ช่วยให้ปัสสาวะออกง่ายขึ้น ยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของตัวรับแอลฟา (alpha receptors blocker ) ซึ่งมีอยู่ในกล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือดและอวัยวะอื่น ๆ การยับยั้งนี้จะทำให้หลอดเลือดคลายตัว และลดความต้านทานของหลอดเลือด ทำให้ความดันโลหิตลดลงได้ นอกจากนี้ยังใช้เพื่อรักษาภาวะต่อมลูกหมากโต โดยทำให้กล้ามเนื้อรอบต่อมลูกหมากคลายตัว ช่วยให้ปัสสาวะได้สะดวกขึ้น กายภาพบำบัดกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน การผ่อนคลายความเครียด เช่น โยคะ, ฝึกหายใจ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดพฤติกรรมนั่งนาน

อย่าปล่อยให้ความเจ็บเรื้อรัง กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผู้ชายจำนวนมากอาจรู้สึกอาย หรือเข้าใจผิดว่าอาการเจ็บท้องน้อยหรือฝีเย็บเกิดจากทางเดินปัสสาวะอักเสบธรรมดา และซื้อยามากินเองซ้ำ ๆ จนกลายเป็นอาการเรื้อรัง การพบแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง ลดความทุกข์ทรมาน และกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง.