‘ช่วยแก้ปัญหา’ การเจ็บป่วย ‘หลายกรณี’

กลับคืนมานำเสนอเนื้อหาสาระน่ารู้-น่าสนใจ และให้ประโยชน์แก่ท่านผู้อ่าน “เดลินิวส์” อีกคำรบหนึ่ง เริ่มจากเดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป โดยทีมงาน “อุ่นใจใกล้หมอ” ได้รับข้อมูลความรู้จาก “โรงพยาบาลธนบุรี” ซึ่งได้ใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทันสมัยของ “เทคโนโลยีใหม่ทางการแพทย์” เพื่อการตรวจ-วินิจฉัย-รักษา รวมไปถึง “การสกัดกั้น” ฤทธิ์พิษภัยจากโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นตัวการทำลายสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างไร้ความปราณีโดยไม่มีการแจ้งเตือน หากไม่ได้รับการดูแลแก้ไขภาวะอาการอย่างทันท่วงทีหรือถูกที่ถูกทางก็มีโอกาสได้เจอเคราะห์กรรมซ้ำเติมเพิ่มมาอีก…

คุณลุงปรีชา ระหว่างรับการกระตุ้นข้อเข่าด้วยพลังไฟฟ้า


ตัวอย่างง่าย ๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตก็คือ “ปัญหาโรคหลอดเลือด” ซึ่งไม่ว่าจะเกิดที่หัวใจหรือที่สมองแล้วผู้เคราะห์ร้ายไม่ได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์ทันการก็จะมีโอกาสไปถึง “ขั้นวิกฤติ” ได้ทุกขณะ…โดยเฉพาะในกรณีปัญหาหลอดเลือดสมอง ซึ่งแม้ว่าผู้ป่วยได้รับการดูแลแก้ไขพ้นอันตรายแล้ว แต่ผลสุดท้ายก็ยังอาจต้องไปเผชิญภาวะ “อัมพฤกษ์-อัมพาต” จนไม่อาจใช้ชีวิตโดยลำพังได้ดังเดิม

อีกตัวอย่างซึ่งเรา ๆ ท่าน ๆ ล้วนมีโอกาสเผชิญ ทั้ง ๆ ที่ได้ผ่านการใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งวันหนึ่งก็ไม่อาจหนีพ้น “ความเสื่อมตามวัย”แล้วก็ตามมาด้วยความทุกข์ยากลำบากกายในการลุก-นั่ง-ยืน-เดิน ทั้ง ๆ ที่มีการใช้ชีวิตประจำวันอย่างระมัดระวังแต่ปัญหาก็เกิดขึ้นได้แบบไม่รู้ตัวสำหรับ “ผู้สูงอายุ” ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญที่ “โรงพยาบาลธนบุรี” นำมาคิดคำนึงถึงการรับมือแบบครบวงจร ซึ่ง… ไม่เฉพาะการใช้ประโยชน์จาก “เทคโนโลยีก้าวหน้าทันสมัย” ในส่วนของการตรวจวินิจฉัยและบำบัดรักษาเท่านั้น หากยังครอบคลุมถึงการ “ฟื้นฟูดูแล” ให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นคืนสู่การใช้งานอวัยวะที่เกิดปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากความเสื่อมตามวัย หรือจากปัญหาที่เกริ่นไว้ในเบื้องต้นก็ตาม


‘ฟื้นฟู’ ภาวะเข่าเสื่อม ลดเจ็บ/เอ็นฉีก ‘หลังผ่าตัด’

ขออนุญาตยกประเด็น “ความเสื่อมตามวัย” มากล่าวถึงเป็นลำดับแรก ซึ่งทีมงาน “อุ่นใจใกล้หมอ” ได้ไปขอข้อมูลความรู้จาก “ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลธนบุรี” และบังเอิญมีโอกาสได้สนทนากับท่านผู้สูงวัยที่เผชิญภาวะกระดูกเสื่อม มีนามว่า “ปรีชา เต็มพร้อม” อายุ 88 ปี ซึ่งได้เผยอย่างเสียงดังฟังชัดว่า…

กราฟแสดงความแตกต่าง ก่อนฝึก-หลังฝึกด้วยหุ่นยนต์


…ก่อนจะมาหาคุณหมอได้เกิดปัญหาเดินไม่ค่อยได้ จึงมาให้คุณหมอตรวจและรู้ว่าเป็นผลจากอายุที่มากขึ้น ทำให้กระดูกเสื่อม-ขาเสื่อม หัวเข่าใช้ไม่ได้ตามปกติ คุณหมอได้แนะนำให้เข้ารับการฟื้นฟูด้วยการใช้เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อรอบเข่าด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าก่อนราว ๆ 15 นาที จากนั้นได้พาไปฝึกด้วย หุ่นยนต์กระตุ้นการทำงานเข่า ซึ่งไม่ได้ทำให้เกิดความเจ็บปวดแต่อย่างใด ผมต้องมาฝึกทั้งหมด 12 ครั้งตามที่คุณหมอแนะนำ…หลังจากมาทำ 2-3 ครั้งแล้วรู้สึกเลยว่าขยับเข่าได้คล่องขึ้นครับ…”

จริง ๆ แล้ว “ภาวะเข่าเสื่อม” กับผู้สูงวัยถือเป็นสิ่งคู่กันก็ว่าได้ เพราะมันมีโอกาสมาสร้างปัญหาให้ใครต่อใครได้ทั้งนั้น ยิ่งหากมันอาละวาดทำให้เจ็บปวดจนรบกวนชีวิตประจำวันล่ะก็…มีหวังได้เข้าโรงซ่อมแน่ ๆ ซึ่งหมายถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่านั่นเอง หากแต่ในกรณีของ “คุณลุงปรีชา” นั้นน่าจะเป็นเพราะความมีสุขภาพร่างกายที่ยังแข็งแรงมากกว่าคนวัยเดียวกันจึงยังไม่เกิดอาการเจ็บปวดทารุณเหมือนรายอื่น ๆ ที่ผิวข้อเข่าสึกมากถึงขั้นไม่ไหวแล้ว ก็ต้องไปเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าในที่สุด…แต่หลังจากผ่าตัดเสร็จแล้วรับรองว่ามีอาการเจ็บแผลแน่นอน จึงทำให้ผู้ป่วยทั่ว ๆ ไปมักรู้สึกว่าไม่อยากขยับเข่า เอาเป็นว่างดหรือพักใช้เข่าไว้ก่อน-อย่าเพิ่งไปยุ่งกับมันจะได้ไม่เจ็บ แต่ในโลกของความเป็นจริงแล้วบอกได้เลยว่า… ยิ่งพักการใช้ มันก็ยิ่งบวมยิ่งปวด!!! เพราะถ้าผู้ป่วยขืนปล่อยให้เข่าข้างที่ผ่าตัดและกล้ามเนื้อโดยรอบขยับตัวเพียงเล็กน้อยดังที่คุ้นชินกับการขยับน้อยตอนที่ข้อเสื่อมก่อนผ่าตัดล่ะก็…มันก็จะยิ่งทำให้แผลผ่าตัดบวม ฉะนั้นที่คิดว่าหลังผ่าตัดใหม่ ๆ ไม่ควรขยับเคลื่อนไหวเข่าจะได้ไม่เจ็บ แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งขยับข้อน้อยนิดจนแทบไม่ขยับเลยนั้นจะส่งผลให้กล้ามเนื้อรอบเข่าฝ่อ-ลีบ-ไม่ฟื้นตัว และก็ตามมาด้วยภาวะอ่อนแรง เกิดการลีบลงจนส่งผลต่อความแข็งแรงของข้อเข่า ส่งผลให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างเชื่องช้า ขณะที่ความปวดจะตามรังควานและเกิดผลกระทบหลังการรักษาจนได้

ดูกราฟเปรียบเทียบได้จากแท็บเล็ต


แต่ก็จะเกิดปัญหาเช่นกันสำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าบางรายที่ได้ขยับข้อเข่าแบบเร่งรีบไม่ทันระวัง โดยจะเสี่ยงเกิดเอ็นฉีก-เข่าเคลื่อนตามมาถึงกับมีการบาดเจ็บมากขึ้นและกลายเป็นปัญหาอีกแบบ ซึ่งโดยปกติแล้วการขยับเคลื่อนไหวเข่าของผู้ป่วยหลังผ่าตัดด้วยกระบวนการทำกายภาพบำบัดถือเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพียงแต่ในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ยังไม่มีการค้นคิดพัฒนาเทคโนโลยีใด ๆ มารองรับจึงไม่อาจเลี่ยงปัญหาที่นักกายภาพมาช่วยขยับเคลื่อนไหวเข่าโดยไม่คาดคิดว่าจะทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวดและอาจเอ็นฉีกด้วยอีก จะไปโทษใครก็ไม่ได้เพราะ… ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าจะขยับเคลื่อนไหวเข่าแค่ไหนอย่างไรจึงจะ “พอดิบ-พอดี” ณ จุดที่จะไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด…


ปิดตำนานเจ็บปวด ด้วย ‘เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า’

นั่นคือที่มาของพัฒนาการ “หุ่นยนต์ฝึกเข่า” ที่ใช้เทคโนโลยีก้าวหน้ามาช่วยให้เกิดความพอดีสำหรับจุดที่จะไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดแก่ผู้ป่วย ซึ่งอธิบายได้ว่า… เทคโนโลยีก้าวหน้าทันสมัยของหุ่นยนต์จะมีอุปกรณ์วัดกำลังกล้ามเนื้อและองศาการเคลื่อนไหวของข้อเข่าช่วยให้นักกายภาพประเมินความเหมาะสมในการเคลื่อนไหวข้อเข่าได้โดยผู้ป่วยไม่เจ็บและที่ละเอียดกว่านั้นอีกคือช่วยให้นักกายภาพสามารถเปรียบเทียบได้ด้วยถึงกำลังกล้ามเนื้อและองศาการเคลื่อนไหวที่มีการบันทึกไว้ตั้งแต่ผู้ป่วยผ่านการผ่าตัดข้อเข่าระยะแรกจนถึงวันที่กลับบ้านอันเป็นผลจากเทคโนโลยีทันสมัยที่ช่วยให้มีกลไกการประเมิน Range Of Motionอยู่ในตัวเลย

หุ่นยนต์ฝึกฟื้นฟูเข่า ลดเจ็บ-ลดเสี่ยง


สาระที่หยิบยกมาถ่ายทอดใน“อุ่นใจ…ใกล้หมอ”วันพุธนี้ ก็เพื่อสะท้อนถึงเหตุผลของการที่มีการนำเข้าเทคโนโลยีก้าวหน้าทันสมัยมาใช้ประโยชน์ที่“ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลธนบุรี”เพื่อเพิ่มศักยภาพและความพร้อมในการรับมือดูแลผู้มาใช้บริการดูแลรักษา “ภาวะเข่าเสื่อม” จำนวนไม่น้อย ให้ได้ผ่อนคลายสบายใจ-คลายความวิตกตั้งแต่ในขั้นตอนการบำบัดรักษาไปจนถึงขั้นตอน “การฟื้นฟู” ให้คืนสู่การใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่ต้องหวาดหวั่นเรื่องความเจ็บปวดหรือการบาดเจ็บเพิ่ม…และได้รับการรักษาฟื้นฟูอย่างลงตัวอย่างแท้จริง…

โรงพยาบาลธนบุรี” ยังมีสาระดี ๆ ให้ท่านได้ติดตามจาก “อุ่นใจใกล้หมอ” ครั้งต่อไปในเดือนหน้า

หมอหน้าเดิม