ทั้งนี้ วิวาทะคนดังในโซเชียลนั่นก็ว่ากันไป ส่วน ณ ที่นี้ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะชวนดูกันในภาพรวม ๆ เกี่ยวกับ “ศัพท์” คำว่า“โรแมนติไซส์-Romanticize”ที่ก็ “มี 2 มุมที่น่าพิจารณา”…

ความหมายของ “โรแมนติไซส์” นั้น

ก็ประมาณว่ามองโลกแง่ดีเกินจริง”

เกี่ยวกับศัพท์ภาษาอังกฤษคำว่า “โรแมนติไซส์” นี่หลัง ๆ เป็นคำที่มีการใช้ในหลาย ๆ วงการ จากที่แต่เดิมมักใช้ในแวดวงจิตวิทยาและมานุษยวิทยา โดยมักจะถูกหยิบยกนำมาใช้อธิบาย “วิธีการมองโลกรูปแบบหนึ่ง” ที่เป็นการ มองหรือนำเสนอสิ่งต่าง ๆ ดูดี สวยงาม มีเสน่ห์ หรือน่าหลงใหล “เกินกว่าความเป็นจริง” หรือเป็นการ “แต่งเติมจินตนาการและความรู้สึกเชิงบวกลงไป”ในภาพของบุคคล สถานที่ เหตุการณ์ หรือแม้กระทั่งช่วงเวลาในอดีต จนอาจบิดเบือนไปจากสภาพที่แท้จริง ซึ่งหากแปลความหมายเป็นภาษาไทย ที่ใกล้เคียงกับคำ ๆ นี้ก็ประมาณว่า…การ “มองโลกในแง่ดีเกินจริง”

พวกโลกสวย” อะไรประมาณนั้น

ทั้งนี้ กับ “โรแมนติไซส์” นี่ก็มีหลายแหล่งข้อมูลที่ระบุไว้ ประมวลโดยสังเขปก็ประมาณว่า… แม้พฤติกรรมการ “มองโลกแบบโรแมนติไซส์” จะเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมนุษย์ที่พยายามค้นหาความหมาย ความสุข และแรงบันดาลใจในชีวิต แต่ขณะเดียวกันก็อาจนำสู่ผลกระทบด้านลบได้…โดยเฉพาะถ้ายึดติดภาพมายาจนละเลยความเป็นจริงไป ส่วน “ทำไมคนเราถึงมองโลกแบบนี้?” กับคำตอบนั้น…ทางจิตวิทยามีการวิเคราะห์และระบุไว้ว่า…อาจเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้…

เกิดจากกลไกการรับมือ” เพราะ มองโลกในแง่ดีเกินจริงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คนเราจัดการกับความเครียด ความผิดหวัง หรือความน่าเบื่อในชีวิตประจำวันได้ ผ่านการสร้างภาพที่สวยงามขึ้นมาในใจ เพื่อช่วยปลอบประโลมและทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ชั่วขณะ, เพื่อใช้ค้นหาความหมายความสุข” เพราะมนุษย์ ต้องการรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย และเต็มไปด้วยเรื่องราวน่าจดจำ ซึ่งการมองโลกด้วยมุมมองโรแมนติไซส์ในช่วงเวลาธรรมดา เช่น ดื่มกาแฟยามเช้า เดินเล่นในสวน ก็อาจเปลี่ยนเรื่องราวธรรมดาประจำวันให้กลายเป็นประสบการณ์พิเศษ ที่ช่วยเพิ่มความสุขให้ได้จากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ

เกิดจากอิทธิพลของสื่อและวัฒนธรรม” โดยสื่อและสังคมมักมีการนำเสนอ ภาพชีวิตที่ผ่านการปรุงแต่งให้ดูสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นความรักที่หวานชื่น การเดินทางที่น่าตื่นเต้น ความสำเร็จที่ง่ายดาย ซึ่งหล่อหลอมให้บางคนมองโลกในลักษณะเดียวกัน และอีกปัจจัยคือ “จากความคิดถึงอดีต”โดยสมองคนเรามีแนวโน้มที่จะจดจำเรื่องราวในอดีตได้ดีกว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงขณะนั้น คนเราจึงมักโรแมนติไซส์อดีตมากกว่าปัจจุบัน โดย เลือกจำแต่ความทรงจำดี ๆ และมองข้ามความลำบากหรือปัญหาที่เกิดขึ้น …เหล่านี้เป็นปัจจัยที่อาจมีส่วนทำให้คนเรา “มองโลกแบบโรแมนติไซส์”

สำหรับ“ข้อดี”ของวิธีมองโลกแบบนี้ มีอาทิ… 1.สร้างแรงบันดาลใจและแรงจูงใจ โดยการมองเห็นด้านที่สวยงามของสิ่งต่าง ๆ อาจช่วยให้เกิดพลังใจในการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ หรือพยายามไปให้ถึงเป้าหมายที่วาดฝันไว้, 2.เพิ่มความสุขในชีวิตประจำวัน การฝึกมองหาความพิเศษในสิ่งธรรมดา อาจช่วยให้มีความสุขกับชีวิตปัจจุบันมากขึ้น, 3.ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากจินตนาการเป็นบ่อเกิดศิลปะ และนวัตกรรม ดังนั้นการมองโลกแบบโรแมนติไซส์ก็อาจสามารถกระตุ้นให้คนเราเกิดการสร้างสรรค์ จนเกิดผลงานที่สวยงามและเปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึกได้, 4.เป็นเกราะป้องกันทางใจ โดยเฉพาะในยามที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก การมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้คนเรามีความหวัง และฟื้นตัวจากวิกฤติได้เร็วขึ้น

ขณะที่ “ข้อเสีย”นั้นก็มีเช่นกัน กล่าวคือ… 1.สร้างความคาดหวังที่ไม่สมจริง โดยอาจทำให้เกิดการยึดติดกับภาพที่สวยงามเกินจริง จนนำสู่ความผิดหวังรุนแรงเมื่อเผชิญความจริงที่ไม่เป็นไปตามที่คาดคิด, 2.บิดเบือนจากความจริง โดยอาจทำให้มองไม่เห็นปัญหาที่แท้จริง จนละเลยการแก้ไขที่จำเป็น เช่น ทนอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (Toxic Relationship) เพราะยึดติดกับภาพลักษณ์ที่ดีของคนรัก, 3.หลีกหนีความเป็นจริง โดยการใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งจินตนาการมากเกินไปก็อาจทำให้ไม่สามารถรับมือกับความท้าทายและความเป็นจริงของชีวิตได้, 4.ลดทอนคุณค่าความพยายาม โดยการมองเห็นแต่ภาพความสำเร็จที่สวยหรู อาจทำให้มองข้ามความพยายาม และความล้มเหลว ความยากลำบาก ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น

มองโลกดีเกินจริง” นี่ก็ “มีทั้งดีเสีย”

ทั้งนี้ ปัจจุบัน “โรแมนติไซส์ (Romanticize)”ได้มีการใช้กับ “ดราม่ากระแสสังคม” หลาย ๆ เรื่อง อาทิ ในเชิง วิพากษ์วิจารณ์การมองข้ามปัญหา หรือ ทำให้เรื่องเลวร้ายกลายเป็นเรื่องสวยงาม อย่างความรุนแรงในความสัมพันธ์ อาทิ กรณีความรุนแรงในคู่รัก ที่เต็มไปด้วยการทำร้าย แต่ถูกทำให้ดูเป็นเรื่องฟิน หรือเป็นบทพิสูจน์รักแท้ไป หรือแม้แต่โรแมนติไซส์ความยากจน-ความลำบาก ที่เรื่องราวคนที่สู้ชีวิตในสภาพยากลำบากกลับถูกนำเสนอในมุมมองที่สวยงามเกินจริง เป็นต้น

ก็นับว่าน่าสนใจกรณี “โรแมนติไซส์”

หรือที่มีการค่อนแคะมองโลกสวย”

ที่ “ดีไม่ดีคีย์เวิร์ดคือความพอดี??”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์