โดยปัจจุบันบทบาท “แคดดี้” เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากอดีตที่ทำหน้าที่แค่แบกถุงไม้กอล์ฟ แต่สำหรับ “แคดดี้ยุคใหม่” มีบทบาทที่เปลี่ยนไป เพราะต้องทำหน้าที่ เป็นทั้งผู้ช่วยส่วนตัว แถมบางครั้งยังต้องเป็นที่ปรึกษา เป็น “นักกลยุทธ์ในสนาม” เพื่อช่วยให้นักกอล์ฟทำผลงานได้ดี ซึ่งผู้ที่ทำอาชีพนี้จำนวนไม่น้อยก็มีเส้นทางน่าสนใจ ทั้งกับชีวิตตัวเอง และชีวิตในสายอาชีพนี้ อย่าง “แคดดี้สวย-เก่ง” ที่ชื่อ “นุ่น-รุจาวดี เกตุแก้ว” ที่วันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” จะพาไปสัมผัสเส้นทางชีวิตที่ผ่านมาของเธอคนนี้ ลองมาติดตามกัน…

“นุ่น-รุจาวดี เกตุแก้ว” แคดดี้สาวมืออาชีพคนนี้ ปัจจุบันเธออายุ 33 ปี ซึ่งได้เล่าประวัติให้ฟังว่า เป็นลูกสาวคนโตในจำนวนลูก 2 คนของ “คุณพ่อพิษณุ” และ “คุณแม่พุทรา” โดยเธอโตมากับคุณย่าที่ จ.กำแพงเพชร ซึ่งในช่วงปิดเทอมหรือถ้าหากมีวันหยุดยาว ๆ เธอถึงจะได้มาอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่กรุงเทพฯ เพราะพ่อแม่ของเธอมาทำงานที่นี่ ด้วยการรับจ้างทั่วไปและทำงานก่อสร้าง เพื่อหาเงินส่งกลับไปให้เธอที่บ้านเกิด เรียกได้ว่าช่วงวัยเด็กเธอแทบไม่มีโอกาสได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่นาน ๆ เลย เพราะทั้ง 2 ท่านต้องทำงานหาเงินทั้งคู่ อย่างไรก็ดี ชีวิตของเธอเริ่มได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่ “โลกของอาชีพแคดดี้” ก็จากการที่คุณแม่ของเธอมาทำอาชีพนี้ ซึ่งเธอบอกว่า อาชีพแคดดี้นี้ทำให้อะไรหลาย ๆ อย่างในชีวิตของเธอดีขึ้น เพราะทำให้เธอมีโอกาสได้เจอคุณแม่มากขึ้น แถมมีของกินของใช้มากขึ้น ทำให้ตอนนั้นจึงคิดว่าอาชีพนี้ช่างว้าวมาก เพราะทำให้คุณแม่สามารถให้ค่าขนมเธอได้เยอะขึ้น เธอก็เลยมีความรู้สึกผูกพันกับอาชีพแคดดี้และสนามกอล์ฟมาตั้งแต่เด็ก ๆ ส่วนคุณพ่อเธอนั้นก็เปลี่ยนอาชีพไปตามแต่จะมีคนจ้าง เช่น บางช่วงก็ไปทำงานเป็น รปภ. หรือบางช่วงก็ไปขับวินมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น
ทั้งนี้ เธอยังได้เล่าย้อนถึงเส้นทางของโลกแคดดี้ที่เธอมีโอกาสเข้ามาสัมผัสว่า เธอโตมากับกอล์ฟตั้งแต่เด็ก เพราะคุณแม่ทำงานเป็นแคดดี้ประจำอยู่ที่สนามกอล์ฟใน จ.ปทุมธานี ทำให้คุ้นเคยกับสนามกอล์ฟมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ พออายุ 13 ปีเธอก็เริ่มทำงานเป็นแคดดี้พาร์ทไทม์ ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตกฤษ์ หรือในช่วงที่มีวันหยุดยาว ๆ เพราะจะมีคนมาตีกอล์ฟเยอะมาก ทำให้แคดดี้มีไม่พอ เธอก็เลยรับทำงานนี้ เพราะอยากช่วยคุณแม่เก็บเงินด้วย

“นุ่นวิ่งเล่นอยู่ในโรงแคดดี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ ก็เลยจะได้ยินแคคดี้คุยกัน ได้เห็นบรรยากาศสนามกอล์ฟ ได้เห็นนักกอล์ฟ แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าการทำงานในอาชีพนี้จริง ๆ คืออะไร จนได้ลงสนามจริงตอนอายุ 13 ปี โดยคุณแม่ฝึกให้ทุกอย่าง เพราะสมัยก่อนไม่มีครูฝึก หรือไม่มีโปรฝึกแคดดี้เหมือนในสมัยนี้ ก็จะเป็นแบบรู้จักกัน ติดสอยห้อยตามกันไป หรือมีเพื่อนแนะนำเพื่อน ซึ่งคนไหนพาแคดดี้ใหม่ลงไปสนามด้วยก็ต้องฝึกให้กันเอง ทำให้เวลาคุณแม่ออกรอบ คุณแม่ก็จะขออนุญาตนักกอล์ฟว่าขอพาลูกสาวมาฝึกงานด้วย โดยไม่ต้องจ่ายค่าอะไรให้ นุ่นติดตามอยู่ 4-5 รอบ คุณแม่ก็ปล่อยให้ออกรอบครั้งแรก ตอนนั้นจำได้ว่ารู้สึกตื่นเต้นมาก โชคดีที่ได้เจอนักกอล์ฟใจดี ยิ่งเราบอกไปว่ามาทำงานช่วงปิดเทอมเพื่อหาเงินช่วยแม่ เขาก็ยิ่งเอ็นดู ตอนนั้นได้ทิปมา 400 บาท ซึ่งเมื่อ 20 ปีก่อนเป็นเงินเยอะมากนะ และได้ค่ารอบอีก 250 บาท ทำงาน 3 ชั่วโมงได้มา 650 บาท ทำให้เราดีใจสุด ๆ”
แคดดี้สาวเล่าถึงโมเมนต์ในอดีตเมื่อครั้งที่ทำงานแคดดี้เป็นรอบแรก และยังเล่าอีกว่า หลังจากได้ทำงานออกรอบครั้งแรกตอนนั้น เธอก็ได้ย้ายมาอยู่กับคุณแม่ และทำงานเป็นแคดดี้มาเรื่อย จนถึงอายุ 18 ปี ซึ่งด้วยความที่เธอเป็นเด็กเนิร์ด เรียนดี ทำให้สามารถสอบโควต้าได้เข้าคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แต่ตอนกำลังจะเข้าเรียน ด้วยความที่อยากเก่งภาษาอังกฤษ เธอก็เลยยอมเป็นเด็กซิ่วเพื่อไปเรียนปริญญาตรี ที่ Bachelor of Computer Application (BCA) Bangalore University ที่ประเทศอินเดีย โดยเธอเลือกเรียนด้านไอทีและคอมพิวเตอร์ พอเรียนจบกลับมาไทย เธอก็ได้ทำงานตรงสายเป็นโปรแกรมเมอร์ ที่ จ.ภูเก็ต แต่ทำอยู่ได้ 1 ปี ก็พบว่าตัวเองชอบทำงานกับคนมากกว่าคอมพิวเตอร์ จึงตัดสินใจเปลี่ยนงาน แล้วตอนหลังก็เป็นแคดดี้เต็มเวลาอยู่ 4 ปี ที่สนาม Red Mountain Golf Course จ.ภูเก็ต ซึ่งการกลับมาทำอาชีพแคดดี้ครั้งนี้เองที่หล่อหลอมให้เธอเป็นคนเปิดกว้าง เข้าใจผู้คน และได้เริ่มเรียนรู้รายละเอียดการเล่นกอล์ฟ ทั้งจากมุมผู้เล่นและมุมของแคดดี้


บทบาทแคดดี้ / บทบาทนักกอล์ฟ
“ตอนทำโปรแกรมเมอร์รู้สึกว่าไม่ได้ใช้ชีวิต และเริ่มเบื่อการทำงานกับคอมพิวเตอร์ เพราะชอบทำงานกับคน ก็เลยเปลี่ยนสายไปทำสายเรือยอร์ช อยู่แผนกดูแลกับเก็บเงินลูกค้า โดยเป็นหุ้นส่วนเปิดบริษัทกับแฟนตอนนั้นที่เป็นคนเยอรมัน ต่อมาเราเลิกกับแฟนคนนี้ ก็เลยกลับไปทำงานด้านไอทีเหมือนเดิม แต่ทำเป็นแบบฟรีแลนซ์ เพราะไม่อยากทำงานประจำแล้ว ซึ่งระหว่างนั้นนุ่นได้เจอแฟนคนใหม่ ก็เลยไปทำธุรกิจนวดสปาและอสังหาริมทรัพย์กัน แล้วก็เจอกับมรสุมชีวิตรัก เมื่อแฟนคนนี้หนีไปพร้อมกับเงินที่มีทั้งหมด” เป็นจังหวะหกล้มในชีวิตที่เธอได้เล่าให้ฟัง
นุ่น เล่าต่อไปว่า หลังเกิดอุบัติเหตุชีวิตรัก เธอก็กลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งช่วงนั้นโควิด-19 ระบาดพอดี ทำให้ธุรกิจที่ภูเก็ตเงียบเหงามากเพราะถูกสั่งให้ปิดยาว จะมีก็แค่สนามกอล์ฟเท่านั้นที่ปิดแค่ 1 เดือน แล้วก็ได้รับอนุญาตให้เปิด ทำให้เธอเลยนึกย้อนถึงอาชีพแคดดี้ เพราะทั้งอิสระและรายได้ดี เธอก็เลยมาเป็นแคดดี้ฟูลไทม์ ที่สนามกอล์ฟ Red Mountain โดยทำอยู่ 4 ปี
“ทีมวิถีชีวิต” ขอให้เธอสะท้อนมุมมองที่มีต่อ “อาชีพแคดดี้” เพื่อให้คนทั่วไปเห็นภาพและเข้าใจคนที่อยู่ในอาชีพนี้มากขึ้น โดยนุ่นบอกว่า หากถามในมุมมองของเธอว่า “แคดดี้มีหน้าที่อะไร?”ถ้ามองในภาพรวม “แคดดี้คือผู้ช่วยนักกอล์ฟ”ที่จะต้องทำให้นักกอล์ฟตีได้สกอร์คะแนนที่ดีที่สุด ซึ่งหน้าที่สำคัญของแคดดี้ คือ 1.ซัพพอร์ตการตีกอล์ฟให้นักกอล์ฟ 2.ซัพพอร์ตความรู้สึกนักกอล์ฟ และรวมถึง3.ซัพพอร์ตสนาม ด้วยการช่วยดูแลสนาม
“การที่จะบอกได้ว่าแคดดี้ประสบความสำเร็จในการทำงานรอบนั้น ก็คือการช่วยทำให้นักกอล์ฟ หรือที่เรามักเรียกนักกอล์ฟที่เราดูแลกันว่านาย ให้ตีได้คะแนนดี ๆ ในรอบนั้น”นุ่น แคดดี้สาวบอกเรื่องนี้ พร้อมกับเล่าถึงงานนี้อีกว่า “ทุกครั้งที่ออกรอบ นุ่นจะใช้เวลาในช่วง 3 หลุมแรก จดจำพฤติกรรมและสังเกตการตีของนักกอล์ฟแต่ละท่าน ว่ามีเทคนิคแบบไหน ชอบตีแบบใด หรือใช้เหล็กใช้ไม้อะไรตี รวมถึงศึกษาวิธีคิดของนักกอล์ฟ เพราะแต่ละท่านก็มีสไตล์ไม่เหมือนกัน ซึ่ง 3 หลุมแรกนี้ถ้าเราจับสังเกตได้ ก็เก็บดีเทลได้ทุกอย่าง ทำให้การออกรอบวันนั้นเป็นไปด้วยความราบรื่น และนักกอล์ฟเองก็จะประทับใจเรา” เป็นเทคนิคของแคดดี้สาวคนนี้


ลุคผู้บริหาร / ลุคเซ็กซี่
แต่เธอก็ได้เน้นย้ำด้วยว่า แคดดี้จะต้องระลึกไว้เสมอว่านักกอล์ฟแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน มีวิธีตีไม่เหมือนกัน ฉะนั้น แคดดี้จะต้องปรับตัวเก่ง ซึ่งถ้าหากปรับตัวได้ การทำอาชีพแคดดี้ไม่มีวันน่าเบื่อแน่นอน เพราะแต่ละวันแต่ละรอบจะได้เจอนักกอล์ฟที่มีสไตล์ไม่เหมือนกันเลย ซึ่งสำหรับตัวเธอแล้ว เธอมองเป็นความท้าทายทุกครั้งที่ออกรอบทำหน้าที่แคดดี้
และเมื่อเราถามว่า “เคยโดนลวนลามหรือถูกเสนอขอเลี้ยงดูบ้างมั้ย?” พอเธอได้ยินคำถามนี้เธอก็ยิ้ม ก่อนตอบว่า “ต้องเคยอยู่แล้ว!!” แต่เธอก็ได้เรียนรู้วิธีที่จะปฏิเสธอย่างนุ่มนวล แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น โดยวิธีปฏิเสธที่ใช้ก็จะต่างกันไป “จำได้ว่าเคยถูกลวนลามสมัยเป็นแคดดี้ใหม่ ๆ ตอนนั้นยังเด็กมาก จึงไม่รู้วิธีรับมือ พอเจอเข้าไปก็ร้องไห้กลับบ้าน พอถึงบ้านเราก็บอกกับแม่ว่าไม่อยากทำอาชีพนี้แล้ว” เป็นความทรงจำที่ไม่ดีกับการทำงานในอาชีพนี้ของนุ่น
อย่างไรก็ตาม นุ่นได้ย้ำว่า แต่นักกอล์ฟส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแบบนี้ จะมีก็แค่น้อยนิดมาก ๆ ที่ไม่ให้เกียรติอาชีพแคดดี้ ที่คิดว่ามีเงินแล้วจะฟาดหัวเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่งพอเธอมีชั่วโมงบินนาน ๆ เธอก็รู้จักวิธีวางตัวและป้องกันตัว โดยรู้ว่าจังหวะไหนควรยืนใกล้ จังหวะไหนควรยืนไกล หรือรู้ว่าจังหวะไหนที่อาจจะถูกถือโอกาสถูกเนื้อต้องตัว โดยนุ่นบอกว่า “คุณแม่สอนว่าอย่าเปิดโอกาสเด็ดขาด!!” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีนายบางคนพยายามมาก ๆ ที่จะลวนลามแคดดี้ ซึ่งถ้าหากต้องเจอขนาดนี้ แคดดี้สามารถแจ้งสตาร์ทเตอร์ และเปลี่ยนถุงกอล์ฟได้เลย เพราะแคดดี้มีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ทำงานกับนักกอล์ฟที่มีพฤติกรรมแบบนี้ได้
“ตอนเป็นแคดดี้อยู่ภูเก็ต สนามนั้นส่วนใหญ่จะเป็นนักกอล์ฟต่างชาติ แต่จะไม่เจอที่ลวนลาม จะเป็นแนวพูดตรง ๆ มากกว่า เช่น ฉันมาตีกอล์ฟ ฉันมาเที่ยว ต้องการความสนุก เธอโอเคไหม ตีกอล์ฟจบเธอไปเที่ยวกับฉัน ต้องการเงินเท่าไหร่บอกมา จะเป็นประมาณนี้ ส่วนเรื่องทิปเคยได้สูงสุดถึงวันละ 20,000 บาทก็เคย”

กับคุณแม่และน้องสาว
นุ่นยังบอกว่า ช่วงเริ่มต้นในอาชีพแคดดี้ เธอนำวิธีจากการสอนของคุณแม่มาปรับใช้ และค่อย ๆ เรียนรู้ ทำให้รู้จังหวะและการวางตัวทุกอย่าง ซึ่งสำคัญมากกับคนที่ทำอาชีพนี้ เนื่องจากถ้าวางตัวดีก็จะส่งผลดีกับตัวแคดดี้เอง ซึ่งนักกอล์ฟส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจและมีฐานะ บุคคลระดับนี้ก็จะดูออกว่าแคดดี้คนนี้เล่นด้วยได้หรือเปล่า
“งานแคดดี้สำหรับนุ่น คืองานออกกำลังกายที่ได้เงินดี แถมได้สนุก ได้เรียนรู้ทุกวัน แต่ใด ๆ ก็ตามนุ่นเชื่อว่า อาชีพในโลกนี้ ไม่มีงานไหนที่ง่าย โดยเฉพาะงานที่ทำเงินดี อย่างแคดดี้นั้นแต่ละคนก็จะมีทักษะไม่เหมือนกัน บางคนเก่งในการอ่านไลน์บนกรีนว่าควรจะพัตต์ลูกไปทางไหน อย่างนุ่นเองก็ดูไลน์เป็น โดยไลน์บนกรีนของสนามจะปรับไปเรื่อย ๆ ทำให้จะสูงต่ำลาดเอียงหรือสโลปไม่เหมือนกัน”นุ่นพูดถึง“ทักษะที่ต้องขวนขวายศึกษา” เอาเองเพิ่มเติม
พร้อมกันนี้เธอยังบอกว่า เธออยากพัฒนาตัวเองให้เก่งยิ่ง ๆ ขึ้น รวมถึงอยากช่วยให้คนอื่น ๆ ที่สนใจในอาชีพนี้มีทางลัดที่จะเข้าสู่สายอาชีพนี้ได้แบบไม่ต้องลองผิดลองถูกด้วย แต่ก่อนอื่นเธอตัดสินใจเปิดธุรกิจให้บริการนักกอล์ฟ ชื่อ Nerine Golf Service ขึ้นมา ให้บริการนักกอล์ฟต่างชาติระดับพรีเมียมที่มาเล่นกอล์ฟเมืองไทย โดยจะอำนวยความสะดวกสบายทุกอย่างให้ขณะที่มาเล่นกอล์ฟที่ไทย รวมถึงจัดหาเพื่อนเล่นกอล์ฟให้กับนักกอล์ฟที่ต้องการเพื่อนเล่นด้วย และนอกจากนี้เธอก็ยังรับงานฟรีแลนซ์ และทำอาชีพอินฟลูเอนเซอร์ด้วย โดยตอนนี้มีคนติดตามในช่องทางติ๊กต็อกเกือบ 50,000 คน ในอินสตาแกรมราว 14,300 คน และเธอยังเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่น รวมถึงรับแปลซับไตเติ้ล กับรับตรวจพิสูจน์อักษรภาษาไทยและอังกฤษอีกด้วย
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายการสนทนากัน “นุ่น-รุจาวดี” แคดดี้สาวมืออาชีพคนนี้เธอบอกว่า “ล่าสุดนุ่นแพลนไว้ว่าจะกลับไปทำงานแคดดี้อีกครั้งในช่วงเดือน ต.ค.นี้ ที่สนามฟลอล่าวิว จ.ปทุมธานี เพราะวางแผนไว้ว่าปีหน้านุ่นจะทำไทยแลนด์ แคดดี้ อคาเดมี แต่ด้วยความที่ลาออกจาก Red Mountain มา 2 ปีแล้ว บางอย่างก็รู้สึกว่ามันจางไปแล้ว ซึ่งการที่เราจะสอนใครได้ หรือจะเทรนใครได้ เราควรจะมีประสบการณ์นั้นเข้มข้นพอด้วย นุ่นก็เลย…เอาตัวเองเป็น Case Study เลย”.

‘เทคนิค’ สำคัญ ‘ทำให้นายติด’
บางช่วงบางตอนจากการสนทนากัน “นุ่น–รุจาวดี เกตุแก้ว” แคดดี้สาวมืออาชีพคนนี้ยังได้ “แนะนำเคล็ดลับสำคัญ” ในการทำให้ “นักกอล์ฟประทับใจ” หรือทำให้ “นายติดใจ” จนเลือกใช้บริการจากแคดดี้คนเดิมเป็นประจำ ซึ่งมีเทคนิคโดยสังเขปดังนี้… 1.ต้องรู้จักทักษะการเป็นแคดดี้ที่ดี แคดดี้ที่หวังจะประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ควรหมั่นศึกษาฝึกฝน เช่น การดูไลน์ การบอกระยะตี และการวางตัวที่ดี 2.ต้องรู้จักดูแลตัวเอง เช่น ชุดที่ใส่ทำงานต้องสะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่น ชุดไม่หลวมหรือรัดเกินไป รวมถึงต้องยิ้มแย้มแจ่มใส มีเซอร์วิสมายด์ 3.มีมายด์เซ็ทที่ดี อาทิ ต้องรักในอาชีพ ต้องรักตัวเอง ต้องรักสนามกอล์ฟ ซึ่งถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งไปก็จะยืนระยะในอาชีพนี้ได้ไม่นานแน่นอน “ถ้าเราเน้นแค่ดูแลตัวเอง เน้นสวยอย่างเดียว แต่ทำงานไม่เป็นเลย มันก็จะดึงดูดนักกอล์ฟที่มาหาความสนุกอย่างเดียว แต่สุดท้ายลูกค้าเขาก็ไม่เลือกซ้ำ เพราะจะมีคนที่สวยกว่าเด็กกว่ามาแทนที่อยู่ดี มันจึงไม่ยั่งยืน ดังนั้นถ้าอยากทำอาชีพนี้ให้ยั่งยืน แคดดี้จะต้องเก่งด้วย และก็ดูดีด้วย เพราะไม่ว่าจะทำอาชีพไหนวงการไหน คนที่ดูดี สวย น่ามอง มีภาษีดีกว่าอยู่แล้ว แคดดี้ที่วางตัวดีส่วนใหญ่จะมีนายหรือนักกอล์ฟประจำ ซึ่งถ้ามีนายติดประจำแบบนี้ ต่อให้อายุมากขึ้นก็ไม่มีวันที่จะเกษียณง่าย ๆ”.
เชาวลี ชุมขำ : รายงาน



