ทั้งนี้ นิยามใหม่ประเภทผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรม-ทำหน้าที่โดยได้รับค่าตอบแทน คือผู้ดูแลกลุ่ม “Caregiver” ขณะที่ “ผู้ดูแลที่เป็นคนในครอบครัวผู้สูงอายุ” คือผู้ดูแลกลุ่ม “Carer” หรือ “ผู้ดูแลแบบไม่เป็นทางการ” ที่ไม่มีค่าตอบแทน ดูแลด้วยความสมัครใจ เช่น… คู่สมรส บุตร ญาติ ของผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงซึ่งชีวิตผู้ดูแลกลุ่มนี้ก็ต้องให้ความสำคัญ…
ก็อย่า “ละเลย–หลงลืมผู้ดูแลกลุ่มนี้”
เพราะ “อาจมีภาวะอ่อนล้า–หมดไฟ”
จนทำให้ “ย่ำแย่ทั้งผู้สูงวัยและผู้ดูแล”
เกี่ยวกับ “ผู้ดูแลที่เป็นคนในครอบครัวผู้สูงอายุ” นี่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ก็เคยสะท้อนต่อข้อมูลแง่มุมไปบ้างแล้ว ซึ่งเมื่อมีข่าวจะมีการพัฒนา “หลักสูตรวิชาชีพดูแลผู้สูงอายุ” ก็ขอพลิกแฟ้มสะท้อนต่อข้อมูลโดยสะท้อนย้ำแง่มุม “ชีวิตผู้ดูแลที่เป็นคนในครอบครัวผู้สูงอายุ” เพื่อที่ทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องใส่ใจกับคนกลุ่มนี้ด้วยเช่นกันซึ่ง “การดูแลผู้สูงอายุเป็นหน้าที่ที่หนัก”และก็อาจจะส่งผลกระทบหรือเกิดปัญหาขึ้นกับผู้ดูแลเองได้
ทั้งนี้ ในครอบครัวที่มีผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแล “ผู้รับหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุถือเป็นกลไกสำคัญของครอบครัว” ที่ต้องรับบทหนักในการแบ่งเบาความรับผิดชอบของสมาชิกครอบครัวคนอื่น ซึ่งถ้าคนที่รับหน้าที่นี้ “ถูกหลงลืม–ไม่ได้รับการดูแลจากสมาชิกครอบครัวเท่าที่ควร” เช่นนี้ก็ “อาจประสบปัญหาได้ทั้งทางกายและใจ”เนื่องเพราะภาวะ…
“เหนื่อยล้า–หมดไฟ” มากขึ้นเรื่อย ๆ…

จากประเด็นปัญหาในมุมนี้ จึงเป็นที่มาของการจัดทำ “แนวทางเพื่อลดภาวะเหนื่อยล้าของผู้ดูแลผู้สูงอายุ” ซึ่งมี คู่มือ The Caregiving Manual for Caregivers (CMC) เพื่อการดูแลผู้ป่วยสูงอายุ เพื่อลดภาวะผู้ดูแลเหนื่อยล้า โดย ดร.กภ.รัตนา เพชรสีทอง และทีมคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้ทุนสนับสนุนจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) หนึ่งในหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ เพื่อใช้ “ดูแลผู้ดูแลผู้สูงอายุ”
กรณี “คู่มือดูแลผู้ดูแลผู้สูงอายุ” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล-จะสะท้อนย้ำ… ทาง ดร.กภ.รัตนา อาจารย์สาขาวิชากายภาพบำบัดชุมชน ผู้สร้างสรรค์และเจ้าของลิขสิทธิ์คู่มือ The Caregiving Manual for Caregivers (CMC) ได้เผยความสำคัญของคู่มือนี้ไว้ว่า… นอกจากจะมีกลยุทธ์และแนวทางการดูแลผู้สูงอายุอย่างง่าย ๆ แล้ว ภายในคู่มือดังกล่าวก็ยังมี “คำแนะนำ” ในการ “พิชิตภาวะเหนื่อยล้าของผู้ดูแลผู้สูงอายุ” อีกด้วย โดยเฉพาะผู้ดูแลที่ประสบปัญหา “หมดไฟ”หรือกำลัง “ท้อถอย” เกี่ยวกับการที่ “ต้องดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว” …นี่เป็นเป้าหมาย-หัวใจสำคัญของคู่มือดังกล่าวนี้
และผู้สร้างสรรค์คู่มือยังฉายภาพ “ปัญหาของผู้ดูแลผู้สูงอายุ” ไว้ว่า… เมื่อผู้ดูแลถึงจุดที่ต้องมานั่งถามตนเองว่า “จะทำไปเพื่ออะไร?”หรือ “จะต้องทำอีกเท่าไหร่ถึงจะพอ?”นี่สะท้อนว่าผู้ดูแลผู้สูงอายุกำลังตกอยู่ภายใต้ความรู้สึก “เหน็ดเหนื่อย”จนเกิดการตั้งคำถามกับตนเองว่าการดูแลผู้สูงอายุกำลังเป็นภาระหรือไม่? ซึ่ง ภาวะนี้เกิดขึ้นกับผู้ดูแลที่เป็นญาติใกล้ชิดของผู้สูงอายุ “อาจส่งผลลุกลามเป็นโดมิโนชีวิตครอบครัว” ที่เมื่อผู้ดูแลล้ม…ก็จะพาให้ผู้สูงอายุล้มตามไปด้วย!! ซึ่งถ้ามี “ผู้ดูแลรอง” เข้ามา “ทำหน้าที่คั่นเวลาวิกฤติ” เพื่อให้ผู้ดูแลหลักได้ฟื้นคืนแรง-คืนไฟ ก็จะเป็นตัวช่วยสำคัญ
“ป้องกันโดมิโนชีวิต” ล้มตาม ๆ กัน…
ทาง ดร.กภ.รัตนา ยังสะท้อนไว้ถึงประสบการณ์จากการลงพื้นที่ว่า… พบ “ผู้ดูแลผู้สูงอายุ” ที่มีภาวะ “เหนื่อยล้า–หมดไฟ” จากการที่ต้องใช้แรงกายแรงใจอย่างมาก และเกิดจากการที่ผู้ดูแลส่วนใหญ่ขาดทักษะและอุปกรณ์ที่จำเป็น ซึ่งจากปัญหาที่พบ ทีมกายภาพบำบัดชุมชนของคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล จึงจัดทำ คู่มือ The Caregiving Manual for Caregivers (CMC) ขึ้นมา ซึ่งจะ ช่วยลดภาระหนักให้ผู้ดูแล ได้ระดับหนึ่ง โดยในคู่มือมีสาระสำคัญ อาทิ… วิธีเคลื่อนย้ายผู้ป่วยผู้สูงอายุที่ปลอดภัย, วิธีจัดท่าในการทำกิจวัตรประจำวันที่ถูกต้อง รวมถึงวิธีอื่น ๆ ที่จำเป็น เพื่อเสริมสร้างทักษะให้ผู้ดูแล
นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ก็มีการประสานไปยัง อสม. ในพื้นที่ ให้เข้ามาช่วยทำหน้าที่เป็น “ผู้ดูแลรอง” เพื่อให้ผู้ดูแลหลักมีโอกาสพักฟื้นแรงเพื่อจะดูแลผู้สูงวัยต่อไป …เหล่านี้เป็นข้อมูลโดยสังเขปเกี่ยวกับกรณี “ดูแลชีวิตของผู้ดูแลผู้สูงอายุ”เพื่อที่จะ“ไม่ล้มกันไปทั้งคู่”จนยิ่งยุ่ง ซึ่งนี่ก็บ่งชี้ว่า “ผู้ดูแลผู้สูงอายุเองก็ต้องการแรงกายแรงใจ”เช่นเดียวกับผู้สูงอายุ
ทั้งนี้ทั้งนี้ กรณีหน่วยงานรัฐจะจัดทำหลักสูตรวิชาชีพเพิ่มบุคลากรดูแลผู้สูงอายุไทย…ก็นับเป็นเรื่องดีที่น่ารอดู อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่การดูแลผู้สูงอายุยังไม่มีสวัสดิการฟรี ก็แน่นอนว่าครอบครัวไทยที่มีผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องพยายามดูแลกันเองในครอบครัวก็ย่อมจะมีจำนวนไม่น้อย ซึ่งสมาชิกครอบครัวที่ไม่ต้องรับหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ…ก็อย่าหลงลืมการเสริมแรงกายแรงใจช่วยผู้ที่ต้องรับหน้าที่ ขณะที่ภาครัฐนั้นหากพอจะมีแนวทางที่ช่วย “ดูแลผู้ดูแลผู้สูงอายุด้วย” ก็ย่อมจะดี…
ผู้สูงอายุเพิ่ม…ผู้ต้องดูแลก็จะเพิ่มตาม
โดยที่…อาจเกิดปัญหาซ้ำซ้อนในบ้าน
และ…อาจลามเป็นปัญหาสังคมได้!!.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



