โดดเข้าไปอยู่ในใจแฟน ๆ นางงามและคนไทยทั้งประเทศได้อย่างไร้ข้อกังขา สำหรับสาวสวย “วีนา–ปวีนา ซิงห์” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 (Miss Universe Thailand 2025) ที่ได้เดินตามฝันด้วยการคว้ามงกุฎมาครองได้สำเร็จ ท่ามกลางกำลังใจจากแฟน ๆที่รักเธอและเธอรักอย่างสมภาคภูมิ แถมเธอยังได้พิสูจน์ให้แฟน ๆ เห็นแล้วว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จย่อมอยู่นั่น” นั้นเป็นความจริง เพราะเธอไม่ยอมหยุดฝัน และไม่เคยย่อท้อต่อความยากลำบาก ยังคงเดินหน้าพัฒนาตัวเองในทุกด้านจนเป็นที่ชื่นชมของทุกคน
มาวันนี้วีนาได้สร้างประวัติศาสตร์ของตนเองด้วยการก้าวขึ้นไปรับตำแหน่งอันทรงเกียรติอย่าง มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 ก็ยิ่งทำให้หลายคนมองเธอเป็นแบบอย่างของความตั้งใจและการต่อสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ งานนี้ “บันเทิงเดลินิวส์” จึงไม่พลาดคว้าตัวสาววีนามาพูดคุยถึงเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของเธอ จนวันนี้ที่ทุกคนในประเทศหลงรักเธออย่างหมดหัวใจ

ถ้านับจนถึงตอนนี้วีนาสู้กับเวทีนี้มากี่ปีแล้ว ?
“8 ปีค่ะ นับตั้งแต่ 2018 มาจนถึงปัจจุบัน 2025 ก็จะเป็น 8 ปีกับ 4 ครั้งที่มาประกวดคือรอบแรกที่ประกวดจบ วีนามีความคิดว่าอยากจะกลับมาอีก แต่ด้วยความที่เราอาจจะยังไม่เก่งมาก เลยอยากจะหาประสบการณ์ในวงการบันเทิงและวงการนางงามมากยิ่งขึ้น เลยไปทำงานเป็นนางแบบที่อินเดีย ที่โมร็อกโกแล้วก็กลับมาอีกทีปี 2020 ตอนนั้นอาจจะด้วยความที่เรายังไม่เต็มที่และยังไม่พร้อม แต่เราก็ฝึกฝนมาเพิ่มยังมีจุดที่สามารถพัฒนาได้อีกพอ 2023 กลับมาเพราะคนไทยได้ลิขสิทธิ์มิสยูนิเวิร์สและรู้สึกว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจดีเพราะเราก็อยากจะนำเสนอความเป็นไทยด้วย หลังจากประกวดครั้งนั้นไม่ได้ เราก็เสียใจมากเพราะเราตั้งใจมากจริง ๆ เราพยายามพัฒนาศักยภาพของตัวเองในทุก ๆ ด้านคิดว่าจะไม่กลับมาแล้ว แต่พอเวลาผ่านไปซักหนึ่งปี เรามาคิดได้ว่ามันคือแพสชันแล้วคือสิ่งที่เรารักจริง ๆ เราก็เลยไม่อยากจะทิ้งมันไป ประกอบกับลิขสิทธิ์ได้มาอยู่กับบอสณวัตน์ MGI ด้วย วีนารู้สึกว่าเป็นอะไรที่ใหม่และสิ่งที่เขาต้องการ วีนารู้สึกว่ามันตอบโจทย์ เลยอยากจะทำให้เต็มที่ในทุก ๆ ด้านก็เลยลองมาประกวดดู และอยากจะลองพิสูจน์ศักยภาพของตัวเองเหมือนกันเราไม่อยากทิ้งความฝันนี้ สุดท้ายเราก็ดีใจมาก ๆ ที่ได้คว้ามงกุฎนี้มาได้”
สมมุติว่าถ้าครั้งนี้วีนาไม่ได้มงกุฎอีก ครั้งหน้าวีนาจะมาอีกไหม?
“วีนาคิดว่าคงไม่มาแล้วค่ะ เพราะวีนารู้ว่าครั้งนี้วีนาทำเต็มที่มากที่สุดและจะไม่ให้พลาดเลยสักจุด และสมมุติว่าถ้าไม่ได้มงกุฎจริง ๆ เราก็คงจะเข้าใจตัวเองแล้วว่าเราทำเต็มที่แล้ว สิ่งนี้อาจจะไม่ได้เหมาะกับเรา เราไปทำอย่างอื่นแทน วีนาอยากจะลองไปอยู่แคนาดากับคุณแม่ ลองไปเรียนต่อ แต่โชคดีที่เราได้มงกุฎมา เราก็ไม่อยากจะเสียใจเป็นรอบที่ 4 และไม่อยากให้ “ชาวนาวี” แฟนคลับของเราเสียใจด้วย”

เส้นทางการเป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 ของวีนามันผ่านมาได้อย่างสวยงามมาก?
“คิดว่าเป็นครึ่งทางที่ดีมาก ๆ (ยิ้ม) เพราะยังมีต่อก็คือมิสยูนิเวิร์ส ซึ่งวีนามองว่าเป็นความฝันที่สูงสุดของวีนา ครั้งแรกที่วีนามาประกวดยังพูดเลยว่ามาประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์เพราะอยากเป็นมิสยูนิเวิร์ส เราอยากทำให้ประเทศไทยภาคภูมิใจในเรื่องนี้ ต่อไปการประกวดมิสยูนิเวิร์ส แน่นอนว่ามันต้องมีความยาก ตรงที่เราเป็นเจ้าภาพ กว่าที่เราจะไปถึงจุดสูงสุดได้มันก็ต้องมีชาเลนจ์และบททดสอบอะไรหลายอย่าง วีนาอยากจะทำให้เต็มที่และอยากจะทำให้ประเทศไทยได้รับการกระตุ้นจากสิ่งรอบข้าง ทำให้ทุกคนหันมาสนใจในความเป็นไทยในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งบางทีเราอาจจะนำเสนอไปแล้ว แต่คนยังไม่ได้เห็นมากเท่าไหร่ ยังมีอีกเยอะแยะมากมายเราอยากจะนำเสนอตรงนี้”
สำหรับวีนาเองสมมุติว่าถ้าอยากจะนำเสนอสถานที่ในประเทศไทยที่ให้คนไปตามรอย วีนาจะเสนอที่ไหนเพราะอะไร?
“วีนาว่าสิ่งที่สวยที่สุดในประเทศไทยที่ชาวต่างชาติรู้จักหลายคนอยากมาแล้วไม่ได้มา หรือไม่ได้รู้จักประวัติจริง ๆ เลยก็คือ “วัดพระแก้ว” และ “วัดอรุณ” เป็นวัดที่อยู่ริมแม่น้ำและหลาย ๆ คนได้เห็นความสวยงามอยู่แล้ว วีนามีโอกาสได้ไปหลายรอบ ได้ล่องเรือเจ้าพระยาหลายรอบแต่ทุกครั้งที่ไปก็จะมีมนต์เสน่ห์ใหม่ ๆ ของวัดอรุณที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นแสงยามเย็นที่กระทบวัดอรุณ มีซันเซตที่สวยงามมีร้านอาหารฝั่งตรงข้ามที่มานั่งทานแล้วก็ยังเห็นความสวยงามของวัดด้วย และวัดอรุณก็เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม ต่าง ๆ ของไทยได้ดีมาก ๆ เป็นสิ่งที่สามารถพรีเซนต์ความเป็นไทยว่าเรายอมรับหลาย ๆ วัฒนธรรม ทำให้ประเทศของเราเจริญรุ่งเรืองมาได้จนถึงทุกวันนี้ น่าจะเป็นสถานที่ที่ใกล้และเข้าใจได้ง่ายที่สุดในสายตาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ”

โจทย์เริ่มยากขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องเตรียมความพร้อมเรื่องไหนมากขึ้นอีกไหม?
“วีนาก็ต้องหาประวัติของประเทศไทยให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นวัดอรุณและวัดพระแก้ว เรารู้โดยเบสิกอยู่แล้วตามที่เราเรียนมา แต่เมื่อเราไปถึงสถานที่เหล่านั้น มันจะต้องมีหลายคำถามแน่นอน ที่หลายคนสงสัยว่ามีความเป็นมาได้ยังไง ทำไมถึงมาเป็นแบบนี้ได้ในวันนี้ วีนาอยากจะพรีเซนต์ความเป็นไทยได้ดีที่สุด อธิบายให้ชาวต่างชาติเขาได้เข้าใจมากขึ้นว่าความเป็นไทยจริง ๆ แล้วมีมา 2-3 พันกว่าปีเรามีการย้ายเมืองและรักษาเอกราชของเราไว้ได้ยังไง อันนี้เป็นจุดที่เราอยากให้ชาวต่างชาติเข้าใจอย่างแท้จริงมากยิ่งขึ้น เราจะต้องทำการบ้านมากยิ่งขึ้นเพราะอย่างที่บอกประวัติศาสตร์เราอาจจะไม่ค่อยเก่ง แต่เรามีความสนใจในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวอาหารต่าง ๆ ของประเทศไทย อยากนำเสนอออกไปให้มีความลึกซึ้งและเข้าใจง่าย”
ในส่วนของการเดินแบบหรืออะไรต่าง ๆ เรามีความพร้อมไหม?
“ก็คิดว่าจะต้องฝึกเพิ่มแน่นอนเพราะเราต้องทำให้มีความเป็นสากลและโมเดิร์นในแบบที่เป็นไทยมากขึ้นอยากจะทำให้เฉียบคมและดูมีความโปรเฟสชันแนลพร้อมที่จะขึ้นไปโชว์บนเวทีระดับโลก”

ความมั่นใจอยู่ในระดับไหน?
“ตอนนี้คิดว่าให้ประมาณ 70% แล้วกันค่ะ เพราะวีนารู้สึกว่าอยากจะพัฒนาอีกไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถามภาษาอังกฤษ การสปีชเป็นภาษาอังกฤษ การตอบนักข่าวเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเราจะต้องใช้คำศัพท์ที่แอดวานซ์มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะให้เข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นและสามารถเข้าถึงผู้คนได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็อยากเรียนภาษาสเปนเพิ่มขึ้นเพราะอย่างที่เรารู้กันว่าเราสามารถนำเสนอตรงนี้แล้วคนเข้าถึงเราได้ เราคิดว่าน่าจะสามารถซื้อใจเขาได้มากยิ่งขึ้น วีนาก็อยากจะทำให้เต็มที่เพราะบอกตรง ๆ ว่าเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่และสวมมงกุฎกับสายสะพายมันเหมือนเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ เราก็ต้องนำเสนอความเป็นไทยในแบบที่เข้าใจง่ายเห็นปุ๊บก็รักในสิ่งนี้ ก็อยากจะทำให้เต็มที่มากที่สุด”
เท่ากับว่าตอนนี้หน้าที่หลักของเราก็คือการไปมิสยูนิเวิร์สจริง ๆ?
“ใช่ค่ะ ในระยะเวลา 2 เดือนนี้ก็คือ กันยายนกับตุลาคม เพราะพฤศจิกายนเราต้องเข้ากอง มีเวลาแค่ 2 เดือนที่เราจะต้องวางแผนแล้วก็ฝึกให้มันเข้มข้นมาก ๆ วันที่ 2 พฤศจิกายน เข้ากองวันแรก เวลาก็เริ่มสั้นลงเรื่อย ๆ 2 เดือนก็ถือว่าน้อยมาก ๆ สำหรับการเตรียมตัว เพราะฉะนั้นก็ต้องคิดหลาย ๆ ด้านหลาย ๆ แง่มุม เพื่อที่เราจะสามารถมีอะไรมาสำรองได้ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น”

เคยคิดไหมถ้าวันนี้ไม่ได้เป็นนางงามอยากจะเป็นอะไร?
“คิดว่าอยากจะเป็นนักธุรกิจค่ะ เพราะอย่างปีที่แล้วก็ได้เปิดบริษัทของตัวเองในการทำธุรกิจเกี่ยวกับความสวยความงาม แล้วเราก็มีความชอบในเรื่องของเครื่องสำอางไร้สารเคมีเพราะว่าเราก็อยู่ในวงการนี้มานานแล้วก็อยากให้สิ่งนี้เข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากนี้สิ่งที่วีนามีความรักและความชอบอยู่แล้วนั่นก็คือการร้องเพลง เป็นไปได้เราก็อยากจะร้องเพลงอยากจะไปเรียนให้มากยิ่งขึ้นแล้วก็คิดว่าเราเป็นศิลปินคนหนึ่งที่คิดว่าน่าจะโอเค”
มีนักร้องในดวงใจที่วีนาชอบไหม?
“ก็มีนะคะวีนาชอบฟังเพลงสากลมาก ถ้าเป็นเพลงสากลก็น่าจะเป็นบียอนเซ่เพราะเขาเป็นผู้หญิงที่มีพาวเวอร์มาก ๆ เป็นผู้หญิงที่เก่งฉลาด ถ้าในประเทศไทยวีนาน่าจะชอบพี่แก้ม วิชญาณี แต่ละคนที่เราชอบ คือเราชอบคนที่มีพลัง เราก็อยากจะร้องทำให้ได้เหมือนเขา อยากลองฝึกดู คิดว่ามันต้องใช้เวลานานแหละ แต่เวลาเรามีไอดอลที่วางไว้สูงจริง ๆ มันก็อยากจะทำให้เราอยากพัฒนาศักยภาพตัวเอง แต่จริง ๆ แล้วชอบหลายอย่าง ก็อยากเป็นนักแสดงด้วยอยากจะเป็นพิธีกรด้วย เวลามีความสนุกกับการทำงานในวงการบันเทิงเรารู้สึกว่าตัวเราดีแล้วก็ชอบที่จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ รู้สึกว่า ทั้งหมดทั้งมวลที่พูดมามันเป็นสิ่งที่เราต้องใช้มิสยูนิเวิร์สด้วยจากที่วีนาดูมาเขาก็ตามหาคนที่ครบพอสมควรเพื่อจะไปสานต่อในการเป็นแนวหน้าหรือเป็นตัวแทนของมิสยูนิเวิร์สของแต่ละประเทศ”

ถ้าได้เป็นมิสยูนิเวิร์สในอนาคตสิ่งที่อยากจะทำเป็นสิ่งแรกคืออะไร?
“ฉลองค่ะ(หัวเราะ) แต่จริง ๆ อยากเผยแพร่ความเป็นไทยที่มีความโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น เพราะวีนารู้เลยว่าตั้งแต่ไปอยู่แคนาดามา อะไรที่เป็นไทย คนเขาชอบคนอยากซื้อคนอยากได้มาก อย่างเช่นร้านอาหารไทยมีเยอะมาก คนอยากซื้ออาหารไทย คนชอบมากของใช้ต่าง ๆ เค้าอยากจะเข้าถึง แต่บางทีเราอาจจะยังไม่ได้ผลักดันตรงนั้นมากพอ คิดว่าเราทำได้อีก ก็เลยอยากจะเป็นตัวแทนให้ความเป็นไทยก้าวไกลมากยิ่งขึ้น”
แฟนคลับของวีนามีเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ที่เค้าให้ความรักกับเรามาตั้งแต่ปีแรก รู้สึกอย่างไรบ้าง?
“ดีใจมากค่ะ ที่จริงแล้วชื่อแฟนคลับของวีนามาจากชื่อของวีนานี่แหละค่ะ สลับเป็น “นาวี” ประจวบเหมาะกับตอนที่คิดภาพยนตร์เรื่องอวตารกำลังฉาย เขาซัพพอร์ตวีนามาตั้งแต่ปี 2018 มีกลุ่มแม่ ๆ ที่เราจะคุยกันอยู่ตลอด 4-5 คนในช่วงแรก ๆ จนถึงวันนี้มีอยู่ประมาณ 13,000 คน รู้สึกว่าเขาเหนียวแน่นกันมาก ไม่ยอมปล่อยเราไป เมื่อไหร่ก็ตามเขาพร้อมที่จะซัพพอร์ตเราวีนารู้สึกว่าวีนาจะไม่สามารถมาอยู่ตรงนี้ได้ ถ้าเขาไม่มาเป็นส่วนช่วยวีนา วีนาพูดอยู่ตลอดว่ามงกุฎและสายสะพายของวีนาที่ได้มาเป็นความฝันของเราทั้งหมด เราอยากจะทำให้เกิดขึ้นจริง ๆ แล้วก็ร่วมใจกันทำให้มันเกิดขึ้นในวันนี้ เราก็ขอบคุณมาก ๆ จะไม่มีวันลืม ชาวนาวีคือที่หนึ่งในใจ”

เขาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เรายังมั่นใจในตัวเองอยู่ใช่ไหม?
“ใช่ค่ะ ได้รับข้อความมาตลอดว่าขอบคุณที่กลับมาประกวดขอบคุณที่สู้ขอบคุณที่ตั้งใจ เราจะช่วยโหวต ช่วยกดตะกร้าให้ เป็นกำลังใจให้ บางคนไม่จำเป็นต้องลงเงินเลยแค่ส่งกำลังใจให้ส่งข้อความมาให้ว่าสิ่งที่วีนาทำอยู่ทำให้เขาฟื้นจากการเป็นมะเร็ง ทำให้เขามีกำลังใจในการใช้ชีวิตแค่นี้มันก็คือจุดประสงค์ที่วีนาอยากเป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์และมิสยูนิเวิร์สเพราะแค่คำว่ากำลังใจจากคนรอบข้างใกล้ ๆ เรายังรู้สึกถึงมันได้ วีนาอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เด็กพอเราได้เห็นไอดอลที่อยู่ในจอทีวีแล้วเข้าถึงได้ สิ่งนี้สามารถเป็นกำลังใจเรา รู้สึกว่าเรามีคุณค่า เราว่าสิ่งนี้สามารถมอบพลังให้กับเขาได้เป็นอะไรที่หาเปรียบเทียบไม่ได้”
พูดถึงตอนนี้มันเหมือนเป็นหนังสือครึ่งเล่มของวีนาที่สวยงามแล้ว ถ้าให้เปรียบเทียบชาวนาวีเป็นอะไรในหนังสือเล่มแรก จะเปรียบเขาเป็นอะไร?
“เป็นปากกาค่ะ ชาวนาวีคือสิ่งนั้นเลย ครึ่งเล่มที่ผ่านมาปากกาเล่มนี้ใช้มาเยอะมาก ๆ เพราะมีหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้น ต่อไปในอนาคตถึงแม้เขาจะมีส่วนช่วยในการเขียนหนังสือเล่มนี้ แต่วีนาอยากจะทำให้เขาเหนื่อยน้อยลงและทำให้เขามีความสุขมากยิ่งขึ้น เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปในอนาคตอยากจะให้มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ”

สามารถติดตามทางช่องทางไหนบ้าง?
“ทางเพจมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์และโซเชียลมีเดียของวีนา ช่วยเป็นกำลังใจให้วีนาด้วยนะคะในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส จะทำให้เต็มที่และจะไม่ทำให้คนไทยต้องรู้สึกผิดหวังหรือเสียดายที่ได้วีนาเป็นตัวแทนของประเทศไทยค่ะ”
ยิ่งได้พูดคุยก็ยิ่งได้สัมผัสถึงแพสชันในการเป็นนางงามที่เดินหน้าทำเพื่อประเทศไทยของเธอ รวมถึงยิ่งได้เห็นความรักในการทำตามความฝันแล้ว ก็ยิ่งน่าชื่นชม ยังไงก็อยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้สาววีนาด้วยนะจ๊ะ.
เรื่อง : สมคิด แซ่คู ภาพ : ธนทัต จันทารักษ์



