เนื่องจาก พรรคแกนนำรัฐบาล ทำข้อตกลงกับ “พรรคประชาชน” ไว้ 5 ข้อ ช่วยเทเสียงสนับสนุนให้ “หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย” ได้ทำหน้าที่หัวหน้ารัฐบาล เช่น นายกฯ ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป
พรรคประชาชน และ พรรคภูมิใจไทย จะเร่งผลักดัน ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดให้มีกระบวนการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จ ในวาระของสภาชุดนี้โดยเร็ว ดังนั้นจึงมีข้อจำกัดในการทำงาน อย่าลืมว่า ปัญหาของประเทศ รอไม่ได้ ต้องรีบแก้ไข เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
อีกทั้ง นายกฯคนใหม่ ก็ดูจะเข้าใจปัญหา หลังจาก ผ่านการลงมติ จากสภา “นายอนุทิน” ก็บอกกับสื่อว่า จะตั้งใจทำงานให้เต็มที่ เพราะว่า เวลามีอยู่ไม่นาน ต้องทำงานทุกวันให้คุ้มค่าที่สุด จากนี้ ไม่มีวันหยุดแล้ว ต้องทำงานหนักมากไม่ใช่มากขึ้นอย่างเดียว ทำให้สิ่งที่ เป็นปัญหาอยู่ ได้รับการคลี่คลายโดยเร็วที่สุด พร้อมตอบผู้สื่อข่าวต่างประเทศช่วงหนึ่งว่า แน่นอนว่าเราจะก้าวไปใน ทิศทางที่ถูกต้อง move forward to the right action definitely
นอกจากนี้ยังกัน ตำแหน่งรัฐมนตรี ไว้ให้คนนอก เพื่อให้เข้ามาช่วยดูแล งานด้านเศรษฐกิจ และ ต่างประเทศ อาทิ กระทรวงการคลัง, กระทรวงพลังงาน, กระทรวงการต่างประเทศ และ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ได้รับการยอมรับ สร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนและต่างประเทศ
ส่วนความเห็นของ “นายเกรียงไกร เธียรนุกุล” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ภายหลังการโหวตเลือก นายอนุทิน ดำรงตำแหน่งนายกฯ ใน รัฐบาลเฉพาะกิจ โดยมีวาระการทำงาน 4 เดือนว่า ก่อนอื่น ส.อ.ท. ต้อง ขอแสดงความยินดี กับนายอนุทิน ที่ได้รับเลือกเป็นนายกฯ คนที่ 32 และยินดีที่ประเทศไทย มีความชัดเจน ด้านผู้นำรัฐบาล ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจ แก่นักลงทุน และ ภาคธุรกิจ หลังจากที่การเมือง มีความไม่แน่นอน มาระยะหนึ่ง
“เราหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะคัดเลือก บุคลากรที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ และกล้าตัดสินใจ โดยเฉพาะใน ทีมเศรษฐกิจหลัก เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงอุตสาหกรรม เพราะสิ่งนี้จะเป็นสัญญาณสำคัญที่ ช่วยฟื้นความเชื่อมั่น ให้ทั้งนักลงทุน ในประเทศ และ ต่างประเทศ แม้จะเป็นรัฐบาลระยะสั้น ก็ควรรีบเร่งทำงานอย่างเต็มที่ทันที” นายเกรียงไกร กล่าว
สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่ต้องการเห็น ภายใน 4 เดือน ส.อ.ท. เสนอว่ารัฐบาลใหม่ควร เร่งดำเนินการ ดังนี้ บรรเทาค่าครองชีพและต้นทุนพลังงาน ที่ส่งผลโดยตรง ต่อประชาชนและผู้ประกอบการ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการ เพิ่มสภาพคล่อง ลดภาษี และมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้เสีย
เร่งรัดการเจรจาการ ค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะกับสหรัฐ และตลาดสำคัญ เพื่อไม่ให้ การเจรจาสะดุด จากการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ปรับปรุงระบบธุรกิจ และภาษี ให้ทันสมัย ลดความซ้ำซ้อน และ สร้างสภาพแวดล้อม ที่เอื้อต่อการลงทุน
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า “ระยะเวลา 4 เดือน นับว่าสั้นมาก” สำหรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับระบบภาษี การพัฒนาทักษะแรงงาน หรือการวางยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน ซึ่งต้องใช้ความต่อเนื่องหลายปี จึงเห็นผลชัดเจน ในระยะเวลาจำกัดนี้ รัฐบาลจึงควรเน้น มาตรการเฉพาะหน้า เพื่อบรรเทาปัญหาเร่งด่วนและสร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่ดี
ถือเป็น การบ้านข้อสำคัญ เพราะอย่างน้อยรัฐบาลก็ต้องทำงาน ประมาณ 9 เดือน ทุกนาทีต้องทำประโยชน์ให้กับ ประเทศชาติ และ ประชาชน มากที่สุด.
“เขื่อนขันธ์”



