ข้อมูล “ปรากฏการณ์ดวงดาว” ดังกล่าวข้างต้นนี้เป็นการเปิดเผยไว้โดย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. หรือ NARIT ซึ่งดาวเสาร์จะอยู่ห่างโลกราว 1,279 ล้านกิโลเมตร จากปกติที่อยู่ห่างกว่านี้
ปรากฏการณ์นี้เกิด “21 ก.ย. 2568”
“ดาวเสาร์จะใกล้โลกที่สุด” ในรอบปี
เกณฑ์ดาวเช่นนี้ “หลักโหรล่ะว่าไง??”

อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ
ทั้งนี้ ในทางโหราศาสตร์นั้น ช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. 2568 นี้ก็มีการจับตา “อิทธิพลจันทรคราสเต็มดวง” ที่เกิดไปเมื่อคืนวันที่ 7 ก.ย. ต่อเนื่อง 8 ก.ย. มีการ “จับตาการเปลี่ยนแปลงสำคัญเกี่ยวกับรัฐสภา??” …นี่ก็ส่วนหนึ่ง และล่าสุดกับกรณี“อิทธิพลดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุด”…นี่ก็เป็นอีกส่วนที่มีการ “จับตา??”โดยเกณฑ์-ตำแหน่ง “ดาวเสาร์” ดังกล่าวนี้ อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ได้วิเคราะห์ทางหลักโหร และได้สะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาดังนี้…
อิทธิพลจาก “ดาวเสาร์” ซึ่งในทางโหรจัดให้เป็น “ดาวประธานฝ่ายบาปเคราะห์” นั้น ช่วงนี้นอกจากดาวเสาร์จะใกล้โลกแล้ว ยังมีที่น่าสนใจ-น่าจับตาเพิ่มเติมอีกส่วนด้วย นั่นคือ “ดาวเสาร์กุมกับดาวเนปจูนตรงราศีมีน”ซึ่งทาง อ.ภิญโญ ระบุว่า… “เนปจูน” เป็นดาวพระเคราะห์ที่ “ให้ผลด้านคลุมเครือ ไม่ชัดแจ้ง แอบแฝง อำพราง ซ่อนเร้น” เปรียบเสมือนเมฆหมอก เพราะฉะนั้นจึง… “บ่งบอกว่าช่วงที่ ครม. ชุดใหม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมีเงื่อนไขสัญญาที่ให้ไว้ อาจมีความคลุมเครือ อาจไม่ชัดเจน เหมือนมีเมฆหมอกมาบดบังอำพราง??”…ก็ต้องรอดูการรักษาสัญญา-เงื่อนไขที่มี??
“และยังเกิดมุมเล็ง ที่เสาร์–เนปจูน เล็งกับอาทิตย์–พุธ หมายความว่า จะเกิดการถ่วงดุลระหว่าง 2 ฝ่าย จะเกิดการเผชิญหน้า ท้าทาย ต่อรอง ดึงดันกัน ระหว่างอาทิตย์–พุธที่อยู่ราศีกันย์ กับเสาร์–เนปจูนที่อยู่ตรงราศีมีน จะเกิดการถ่วงดุลกันระหว่าง 2 ด้าน คือระหว่างพรรคฝ่ายค้านกับพรรครัฐบาลที่มีการสัญญาอะไรต่อกันไว้ ที่ก็ต้องรักษาดุล ซึ่งถ้ารักษาดุลไม่ได้ อีกหน่อยก็ต้องมีการเลือกข้างใหม่”…นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ วิเคราะห์
อิทธิพลจากเสาร์ “กุม” กับเนปจูนด้วย
ที่ “ผสมโรง…ใกล้โลก เพ็ญ–พักร์ เล็ง!!”

กรณี“ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี 2568”นั้น ทาง อ.ภิญโญ วิเคราะห์และระบุว่า… ปรากฏการณ์ดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 21 ก.ย. 2568 ในทางโหราศาสตร์คือตอนเที่ยง 9 นาที ดาวเสาร์จะโคจรมาอยู่ใกล้กับโลกโดยมีดวงอาทิตย์อยู่อีกฝั่ง ดาวเสาร์ใกล้โลกมากที่สุด ทำให้เห็นดาวเสาร์ดวงใหญ่ดวงโตมีความสว่างไสว โดยที่ “เล็งกับดวงอาทิตย์” ด้วย
ในทางโหร เสาร์เป็นดาวที่ส่งผลให้ต้องขยันหมั่นเพียร ต้องรอคอย วิตกกังวล เครียด หลักโหรเลยบอกว่า“ทายโทษทายทุกข์ให้ทายเสาร์”และ เสาร์เป็นตัวแทนราศีมังกรซึ่งเป็นที่ตั้งภพที่ 10 ของดวงเมือง–ดวงโลก ภพที่เรียก “กัมมะ” แปลว่า “การงาน การบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นตัวแทนของนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี” อีกด้วย ซึ่งเมื่อดาวเสาร์เกิด “เพ็ญ” หมายความว่า “มีความสว่างมาก” ทำให้เห็นดวงใหญ่ขึ้น และดาวเสาร์“เพ็ญถอยหลังเข้ามาใกล้โลก”ภาษาทางโหรเรียกว่า“เพ็ญ–พักร์”หมายถึง “เพ็ญในขณะที่ถอยหลัง” ฉะนั้น “ดาวเสาร์จึงมีพลังมาก”
“แล้วช่วงนี้เป็นช่วงตั้ง ครม. ชุดใหม่ ฉะนั้นการจัดตั้ง ครม. จึงเป็นที่สนใจของประชาชนมาก และเสาร์เล็งกับอาทิตย์ แล้วยังเล็งกับดาวพุธ ซึ่งพุธเป็นเกษตรและเป็นอุตม์ด้วย ทำให้พระเสาร์ยิ่งมีกำลังมาก พระเสาร์เล็งพระอาทิตย์และเล็งพุธด้วย ทำให้เรื่องการจัดตั้ง ครม. หรือการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน อาจเกิดข่าวเกิดความสับสนวุ่นวายกันไปหมดได้??”…นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ วิเคราะห์ “อิทธิพลจากดาวเสาร์ในช่วงนี้”
พร้อมทั้งยังระบุด้วยว่า… นอกจากนี้ดาวเสาร์ยังเป็นตัวแทนแรงงานส่วนใหญ่ ชนชั้นกรรมาชีพ ฉะนั้น ต้องจับตาเรื่องการบริหารงานราชการแผ่นดินในการแก้ปัญหาของแรงงาน–เรื่องชนชั้นกรรมาชีพ??ทั้งนี้ ดาวเสาร์เพ็ญ–พักร์ (ถอยหลัง) ไปอยู่ที่ต้นราศีมีน ซึ่งเสาร์เป็นพระเคราะห์ธาตุไฟ ส่วนราศีมีนเป็นราศีธาตุน้ำ เพราะฉะนั้นก็จะไม่ถูกโฉลกกัน โดยในหลักโหราศาสตร์นั้นราศีจะไปปรุงแต่งดวงดาว หากดวงดาวไปอยู่ตรงพื้นที่ราศีใดก็จะถูกอิทธิพลของธาตุในพื้นที่ของราศีนั้น ๆ ปรุงแต่งดวงดาว ทำให้ดวงดาวนั้น ๆ มีมาตรฐานให้คุณหรือให้โทษ …ซึ่งกรณีราศีมีนกับดาวเสาร์กรณีนี้ไม่ให้คุณ
“ดาวเสาร์อยู่ใน 1 ราศีใช้เวลา 2 ปีครึ่ง เสาร์จะอยู่ในราศีมีนอีกปีกว่า ก็จะมีผลไปอีกปีกว่า ซึ่งราศีมีนไม่ถูกกับเสาร์ หมายความว่าการบริหารราชการแผ่นดินจะมีอุปสรรคปัญหา เกิดความวุ่นวาย เกิดความยุ่งยาก ฉะนั้น ครม. ชุดใหม่ที่ต้องรับภาระแก้ไขปัญหาอุปสรรคเรื่องต่าง ๆ ที่สัญญาไว้กับประชาชน และกับบางพรรคฝ่ายค้านด้วย ก็อาจจะเหนื่อยหน่อย เรื่องที่คิดว่าจะง่าย ๆ ก็กลับยากขึ้น หรือซับซ้อนขึ้น” …ทาง อ.ภิญโญ ทายทักทิ้งท้าย
สรุปคือ “มีทั้งเพ็ญ–พักร์…ทั้งกุม+เล็ง”
อิทธิพล “ดาวเสาร์ช่วงใกล้โลกที่สุด”
กับ “การเมือง…ยังไม่หยุดวุ่นง่าย ๆ”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



