น่าสนใจตั้งแต่เริ่มประกาศชื่อนักแสดงและผู้กำกับเลยทีเดียวสำหรับ “ซ้ำวัน กับ Someone” ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ จาก Netflix ประเทศไทย ผลงานการกำกับฯของ เสือ-ยรรยง คุรุอังกูร ตามด้วย แนน-รังสิมา อัคราวิวัฒน์ เขียนบทและร่วมกำกับฯ ซึ่งเรื่องนี้ได้นางเอกสาว เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ‘เมษา’ ภัณฑารักษ์สาวไฮโซผู้เพียบพร้อม ที่โคจรประกบคู่ครั้งแรกกับพระเอกหนุ่ม เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์ ในบท ‘เบน’ ภัณฑารักษ์หนุ่มหน้าผมสุดเนิร์ดที่หลายคนจะหลงรักเขาได้อย่างแน่นอน

งานนี้เพราะเป็นงานใหญ่ยักษ์ที่หลายคนรอคอย มีหรือที่ yimyim จะตกขบวนไม่มีทางจ๊ะ เราเลยไปคว้าตัวนักแสดงและผู้กำกับมาเม้าท์เรื่องการทำงานกันสักหน่อย

ทำไมถึงรับเล่นเรื่องนี้คู่กันเล่าให้ฟังหน่อย?

เกรท: เห็นเป็นโอกาสใหม่ๆ และยิ่งได้ร่วมงานกับ Netflix ก็ไม่ลังเลที่จะรับเล่นเลย สำหรับตัวผมนะ พอได้โอกาสนี้มาก็ไม่คิดอะไรเลย พอได้พูดคุยและอ่านบทแล้วก็รู้สึกเลยว่าผมจะสนุกกับเรื่องนี้ได้ เพราะเป็นบทที่ผมไม่เคยเล่นเลย คาแรกเตอร์ข้างในและนอกของตัวละครทำให้ผมรู้สึกท้าทายอยากให้เราเล่น

เต้ย: ช่วงนั้นมีแต่หนัง ซีรีส์แนวดาร์กๆติดต่อมาให้เล่น เยอะมาก ก็เลยอยากหาอะไรสดใส แล้วพออ่านบทแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้ให้ข้อคิดอะไรบางอย่างกับคนดู เลยตกลงรับเล่นเลย อีกอย่างคือถามผู้กำกับว่าเรื่องนี้เป็นหนังเรียลๆใช่มั้ย ผู้กำกับก็บอกว่าใช่ แต่พอได้มาเวิร์คชอปจริงก็พบว่า เรียลตรงไหนเนี่ย มีความแฟนตาซีมากๆ ก็รู้สึกสนุกค่ะ(ยิ้ม)

ได้ร่วมงานกันจริงจังครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง?

เต้ย : จริงๆเคยร่วมงานกันมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่ได้คู่กัน ซึ่งนานมากๆแล้วประมาณ 10 ปี แต่พอได้มาร่วมงานกันครั้งนี้ จะเป็นอย่างไรบ้าง พอได้มาเวิร์คช้อปกันก็รู้เลยเขาคือตัวละครนั้นๆ แล้วก็ในความเป็นตัวละคร ก็มีความเป็นพี่เกรทอยู่ในนั้นด้วย ทำให้เราอินกับตัวละครตัวนี้ไปด้วย และด้วยตัวเขาเอง เป็นคนที่เราอยู่ด้วยแล้วแฮปปี้มากๆ พอมีฉากใกล้ชิดกันก็รู้สึกสบายใจมากๆที่เป็นพี่เกรท และในเรื่องนี้ก็ได้เกรท วรินทรเป็นเพื่อนสนิทใหม่อีกหนึ่งคนค่ะ”

เกรท : จริงๆอย่างที่เต้ยบอกเราเคยทำงานด้วยกันแต่ไม่ได้ทำงานด้วยกัน ไม่ได้เข้าฉากด้วยกัน ตอนนี้เลยรู้สึกดีใจมากที่มีเวิร์คช้อปเพราะไม่เคยเล่นกับเต้ยแบบคู่กันจริงๆจังเลย พอเล่นด้วยกัน เรารู้ว่าเขาเป็นคนยังไง แต่รู้ว่าสนิทกันได้แน่นอน พอเวิร์คช้อปพอได้สวมคาแรกเตอร์เป็นตัวละครก็ทำงานด้วยกันได้แฮปปี้แล้ว

ที่ผู้กำกับบอกเห็นเราเป็นตัวละครตั้งแต่แรกเลย รู้สึกอย่างไรบ้าง?

เกรท : สำหรับผมคือเวลาแสดงเรื่องไหนก็ตามเราจะหามุมที่ตัวละครเหมือนเรา และอันไหนที่เราเหมือนเขา หาจุดที่มันซ้อนทับกันอยู่ เราจะได้ครีเอทได้ อย่างตัวละครผมเขาจะแฮปปี้ในสิ่งที่ตนเองเป็นอยู่แล้ว ส่วนนี้คล้ายเรา แต่มันมีบางส่วนเหมือนกันที่ไม่เหมือนเรา คือตัวละครจะไม่กล้าออกจากเซฟโซน แต่ผมเป็นคนทำสุดทุ่มเต็มที่ คือตัวละครเขาจะคิดว่าไม่ก้าวไปไหนเพราะอยู่ตรงนี้เขาก็เก่งอยู่แล้ว จะก้าวไปอีกทำไม อันนี้เป็นจุดที่แตกต่างกับผม แต่ตอนเล่นเอาสิ่งที่เหมือนเราเข้ามาเล่นให้กลมกล่อม และปล่อยตัวตามตัวละครไปแค่นั้น

เต้ย : เราทำการบ้านกับตัวละครตอนเวิร์คช้อปค่อนข้างเยอะค่ะ คือเมษา(ตัวละคร) คาแรกเตอร์ของเขา เหมือนเป็นการดีไซน์ของทีมด้วยว่าเป็นประมาณไหน เพราะเขามีบุคลิกภาพที่ดีเพราะเป็นผู้ดี แต่พอเข้าบทเมษาต้องพยายามเต็มที่ และมีโรลโมเดลเป็นดาราคนนี้ๆ พอเข้าบทเต้ยก็จะจูนอินเป็นเมษาเลย เหมือนต้องหาคาแรกเตอร์ให้เจอว่าตัวนี้มีอะไรที่พรีเซ็นต์ได้ เวลาคุยกับพี่เกรทมีจริตประมาณไหน คุยกับคนอื่นเป็นแบบไหน ตัวละครเมษาเองเต้ยก็ต้องหาเหมือนกัน ว่าในความเป็นจริงความเว่อร์ๆของเมษามันมีคนเป็นแบบนี้หรือเปล่า ก็ไปรีเสิร์ตมา ปรากฎว่ามีจริง เขาจะมีท่าและมีแอคชั่นยังไง ทำการบ้านเยอะเหมือนกัน

เกรท : ผมเองก็เหมือนกัน น้อยมากที่ในละครจะมีหนวดมีเครา และมีใส่แว่น แต่ในเรื่องนี้ คือมันเปลี่ยนทั้งข้างในและนอกเลย ต้องมาจูนอะไรหลายๆอย่างต้องคุยกับผู้กำกับว่าโอเคไหม ตัวละครของผมเป็นคนคลูๆ เขาจะใจเย็นที่ผมต้องปรับให้เบาๆหน่อย ผมเลยต้องจูนตัวละครพอสมควร

เขินตรงไหนที่สุดที่บอกว่าเขินเล่าให้ฟังหน่อย?

เกรท : น่าจะเป็นตอนใส่แว่นและทรงผม แต่ผมชอบนะ ถ่ายรูปและเห็นตัวเองเป็นแนวเนิร์ดดี(ยิ้ม) ปกติผมจะทำทรงผมแนวน่าเชื่อถือในบทอื่นๆที่เล่นมา แต่เรื่องนี้ถือว่าหลุดดี พอดูเนิร์ดๆแล้วก็ชอบตัวเองแบบนี้เหมือนกัน แปลกดี

เต้ย : ขอเสริมตรงเมษาหน่อยค่ะ(ยิ้ม) เขาจะมีเรื่องต่างๆ เรื่องหมูกรอบ หรือไหว้เจ้าแม่ อันนี้ไม่ต้องทำการบ้านเลย เพราะเข้าใจอยู่แล้ว(หัวเราะ)

เกรทแสดงเป็นบทบาทของภัณฑารักษ์ต้องทำรีเสิร์ตหรือค้นหาข้อมูลเยอะไหม?

เกรท : ถ้าจากบทมันอาจจะต้องมีการใช้สกิลฝีมือไม่เยอะมาก จะมีพวกดีเทลตอนเปิดตัวที่จะมีการดูแลวัตถุโบราณ์ที่ตนเองคลั่งไคล้ ซึ่งโดยส่วนตัวก็ปรับกับชีวิตจริงเหมือนกันว่าผมชอบสะสมของ แต่สกิลการใช้แปรงต่างๆ ตอนเด็กๆเคยทำของที่บ้านเป็นของเก่าๆ ได้ใช้สิ่งนี้ตอนฉากเปิดตัว แต่ฉากอื่นๆผมรู้สึกว่าตัวละครผมเขาเป็นคนที่หลงใหลในวัตถุโบราณ มันเป็นเรื่องของจินตนาการที่ดีไซน์ออกมามากกว่า

เต้ย : ปกติสะสมหินอยู่แล้วค่ะ แล้วเต้ยก็มีหินหมูกรอบอยู่ที่บ้าน (ยิ้ม) สิ่งที่ทำการบ้านเพิ่มของเมษาก็คือภาษาที่อาจจะต้องมีพูดภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสที่อาจจะต้องฝึก เราอาจจะไม่ได้ยาวมาก แต่เป็นเรื่องแรกที่ได้พูดภาษาอังกฤษยาวๆเต็มๆ ก็พยายามทำให้ได้ดีที่สุด อยากให้สำเนียงมีความติดอังกฤษนิดนึง แต่ฝรั่งเศสก็พูดให้คนเข้าฉากด้วยกันเข้าใจว่าเราพูดอะไร (หัวเราะ)

ผู้ชมได้เห็นภาพยนตร์แนว time loop มาหลายเรื่องแล้ว เรื่องนี้จะได้เห็นอะไรแตกต่างออกไป จะเป็นหนังลูปที่คนดูเดาตอนจบได้มั้ย?

เสือ : ส่วนตัวผมอ่านบทจากพี่แนนแล้ว ผมเดาตอนจบไม่ได้เลย อีกอย่างคือเสน่ห์ของเรื่องนี้คือตัวละครที่ติดลูปเป็นคนดี ต่างจากเรื่องอื่นๆ ที่ตัวละครติดลูปเป็นคนไม่ดีที่ต้องแก้ไขอะไรสักอย่าง ก็เลยคิดว่าเรื่องนี้มีเสน่ห์ในตัวของมันเหมือนกัน

แนน: ตอนที่เขียนบทออกมาก็ลองเอาไปเทสต์กับคนอื่นว่าจะเดาตอนจบได้มั้ย แต่ส่วนใหญ่ก็เดาไม่ได้ เลยคิดว่าน่าจะเวิร์คแล้ว

คาดหวังอะไรจากงานชิ้นนี้บ้าง?

เต้ย : ก็คงเป็นเรื่องที่คนดูมีความสุขจากงานชิ้นนี้มั้งคะ แค่เขาแฮปปี้ยิ้มได้ แต่ถ้าคาดหวังจริงๆอยากให้คนดูได้แมสเสจไปขบคิดในชีวิต ได้รู้สึกอบอุ่นหัวใจไปกับงานของเราค่ะ

เกรท : เรื่องแมสเสจของงานที่เราภาคภูมิใจ และทำให้เราเองก็ได้ข้อคิดว่าเวลามีปัญหาจะได้มองหลายๆมุม เป็นข้อความที่อยากให้คนมุมกว้างได้รับรู้ และอยากให้คนได้สนุกจะดีมากค่ะ”

ถ้าในชีวิตต้องเลือกคนซ้ำๆมาอยู่ในชีวิตเราจะเลือกใครเพราะอะไร?

เกรท : ผมเลือกเต้ยช่วงนี้(หัวเราะ) ช่วงนี้คุยกับเขาบ่อยครับ ด้วยหลายๆอย่าง มีเรื่องบางอย่างที่กำลังเผชิญครอบครัวคล้ายๆกัน เลยคุยกับเขาครับ

เต้ย : ก็อปปี้คำตอบ กะจะตอบพี่เกรทพอดี (ยิ้ม) เรื่องนี้ทำให้เราสนิทกันมากขึ้น เหมือนเราได้เพื่อน แต่ไม่อยากใช้คำว่าเพื่อนในวงการ แต่พี่เกรทเป็นพี่ชายและเหมือนพี่อีกคนหนึ่งเลยในชีวิตที่แบบจากนี้ต่อไปเราจะมีเขาที่เราสามารถคุยเรื่องอะไรต่างๆได้ สมมุติไปเจอเรื่องนี้มาแล้วถามเขาได้ เต้ยควรมองมุมไหนอีกไหม เหมือนเราคุยกันได้ดีมากๆ

อยากให้แต่ละท่านบอกความพิเศษของเรื่องนี้ที่ทุกคนไม่ควรพลาด?

เกรท: ผมอยากคนได้แมสเสจจากในเรื่อง คือการเจอปัญหาเดิมๆ แต่พยายามมองออกไปรอบๆ มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ได้มุมใหม่ๆ

เต้ย: ชีวิตเราบางทีก็เจอปัญหาเดิมๆ แล้ว move on เป็นวงกลม ทำให้ออกจากปัญหานั้นไม่ได้ นอกจากนี้ยังีเรื่องเกี่ยวกับโชคร้ายที่เกิดขึ้น บางทีเรามัวแต่โทษโชคชะตาอย่างเดียว แต่ไม่ลองเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนมุมมอง ก็จะทำให้เราติดลูปกับสิ่งนั้นอยู่แบบนั้น

เสือ: ถ้าเรามีชีวิตที่ดีอยู่แล้ว อยากให้ลองเผื่อแผ่ ให้โอกาสคนอื่นมากขึ้นเหมือนในหนังเรื่องนี้ อยากให้ลองมองคนอื่นรอบๆ นอกจากตัวเอง โดยเฉพาะคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ถ้าเราทำได้สังคมจะน่าอยู่มากขึ้น

แนน: แนนมีเรื่องส่วนตัวที่ได้ใช้ข้อคิดจากเรื่องนี้ คือมีช่วงที่รู้สึกทุกข์ซ้ำๆ เลยนำ message ของเมษาจากในเรื่องมาปรับใช้ ว่าอย่าไปโทษแต่ตัวเองหรือโทษแต่โชคชะตาซ้ำๆ ลองมองสิ่งอื่นรอบๆ ตัวมากขึ้น แล้วจะเจอด้านดีๆ

ยิ่งได้พูดคุยกับนักแสดงและผู้กำกับของเรื่องนี้แล้วก็ยิ่งทำให้เราค้นพบว่าจริงๆแล้ว เรื่องบางเรื่องอาจจะไม่ได้มีแค่มุมมองเดียวก็ได้ แต่ที่สำคัญนอกจากจะได้ความสนุกแล้ว เราก็ได้มองเห็นการแสดงใหม่ๆของทุกคนในเรื่องอีกด้วย


คอลัมน์ 1 Day With ซุปตาร์

โดย yimyim