ถูกยกเป็นอีกหนึ่งนักร้องสาวขวัญใจแฟน ๆ ทั้งประเทศ ไม่ว่าจะด้วยน้ำเสียง เพลงฮิตและนิสัยส่วนตัวสำหรับนักร้องดัง นิวนภัสสร ภูธรใจ หรือ นิว นิวจิ๋ว ที่หลายคนรู้จักกัน ซึ่งล่าสุดเธอพัฒนาตัวเองและมีบทบาทเพิ่มเติมทั้งในเรื่องของการเปิดค่ายเพลงเป็นของตัวเอง และการเป็นแม่ที่ดีของลูก งานนี้เรื่องราวของเธอจะเป็นอย่างไร บันเทิงเดลินิวส์จะพาไปติดตามกันจ้า

 “20 กว่าปี ตั้งแต่ปี 2546 จริง ๆ แล้วตอนเราอยู่ในวงการ เราไม่ได้นั่งนับเลย เพราะมันสนุกและมันผ่านไปไวมาก (ยิ้ม) แต่พอมันถึงจุดหนึ่งที่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็ย้อนกลับไปคิดถึงมันว่าเราอยู่ตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว ถามว่าพอได้เข้าวงการตื่นเต้นไหม คือตอนนั้นเรารู้สึกว่า เราเป็นคนรักเดียวใจเดียวดีจัง เหมือนรักใครมา 20 ปี รักตัวเองเคารพในความสามารถ และมีคนมาชื่นชมเรามา 20 ปี มันมีความรู้สึกอิ่มเอม ถ้าหากว่าเราไม่เจอตัวเองในวันที่เริ่มก้าวเข้ามาในวงการ ก็คงจะไม่มี 20 กว่าปีในวันนี้”

“ใช่ค่ะ ตอนเด็ก ๆ เป็นคนชอบลองทำอะไรหลายอย่าง แต่บังเอิญว่าตอนเด็ก ๆ เราก็เรียนได้ปานกลาง ไม่ได้มุ่งเรียน แต่เรามุ่งกิจกรรม ประกวดวาดรูป ประกวดร้องเพลง ประกวดทำอาหาร ทุกอย่างที่มีการประกวด เราพยายามเอาตัวเองเข้าไปสนุกกับมัน จนเจอตัวตนและเจอเส้นทาง ซึ่งตอนนั้นน่าจะเป็นยุคของพี่นิโคล เทริโอ, พี่โบ สุนิตา, ทาทา ยัง เลยแบบอยากมีโอกาสได้เป็นแบบนั้นบ้าง แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรขนาดนั้น เรียกว่าแอบหวังดีกว่า เราเป็นเด็กเชียงใหม่ เด็กบ้านนอก อยู่ชานเมือง เราไม่สามารถที่จะมีแมวมองมาเห็นเราได้ แต่มันมีโอกาสมีการประกวดร้องเพลงในกรุงเทพฯ เราก็เอาตัวเองมาประกวด จนเราเจอหนทางของตัวเอง”

“เป็นอาชีพแรก เพราะว่าตอนที่จบ ม.6 กำลังจะขึ้นปีหนึ่ง ก็เริ่มร้องเพลงแล้ว เริ่มเข้าไปอยู่ในร้านอาหารเป็นนักร้องนำวงดนตรี เป็นอาชีพแรกและเป็นอาชีพเดียวยาวนานจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งนักร้องเป็นอาชีพหลัก แล้วเราก็มีอาชีพเสริมที่ควบคู่กัน เพราะเรารู้ว่าการเป็นดาราศิลปิน มันจะมีวันเกิดและวันดับเราก็ต้องหาอะไรรองรับในวันที่เรา “แลนดิ้ง” (ลงจอด) เราต้องดีไซน์ชีวิตให้เราลงจอดสวย ๆ ตอนแรกเราเปิดคาเฟ่ และมีความสนใจในเรื่องของการปลูกข้าว ก็เลยทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับข้าว ซึ่งอันนี้ทำช่วงโควิด และทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่และอีกหนึ่งอาชีพก็คือ ที่บอกว่าวันที่เราเป็นศิลปิน เราจะแลนดิ้ง คำว่าศิลปินให้สวย ๆ เราก็เลยมีความตั้งใจว่า เราเคยได้รับโอกาสจากการเข้ามาอยู่ในวงการ ในวันนี้นิวอยู่วงการมา 20 กว่าปี ก็เลยอยากจะเอาประสบการณ์นี้เปิดเป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดโอกาสให้กับเด็กรุ่นใหม่ให้เขาได้สืบทอดเจตนารมณ์ ความรู้ความสามารถที่เรามีให้กับเด็กรุ่นใหม่ ก็เลยเปิดค่ายชื่อว่า “Bibbidii Entertainment” ซึ่งชื่อ BiBBiDii เป็นชื่อเพลงของนางฟ้าแม่ทูนหัวในเรื่องซินเดอเรลล่า”

“เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนพาร์ตเนอร์ ก็บอกว่า ความตั้งใจของนิวคือจะเสกให้คนที่เก่ง เขาเก่งขึ้นอีก เสกคนที่ไม่กล้าให้กล้า คือเสกสรรค์ความรู้ความสามารถของเด็ก ๆ ให้เป็นจริง ก็เลยรู้สึกว่านิวคือนางฟ้าแม่ทูนหัว เพราะทุกคนก็จะเรียกว่าคุณแม่ก็เลยตั้งชื่อนี้นี่แหละค่ะ”

“2 ปีค่ะ ก็เริ่มคุยกันตั้งแต่ตอนที่ท้องลูกเราเอง ซึ่งมีเราเป็นศิลปินเบอร์แรก คือนักร้องในค่าย ครั้งแรกเรารับสมัครทั่วประเทศ ก็มาสมัครประมาณ 700 คน ส่งเดโม่มา แล้วก็มาคัดเลือกกัน แล้วก็เปิดการแข่งขันเรียลิตี้เล็ก ๆ ใน YouTube ชื่อว่า “คายตะขาบ” ก็เลยได้ศิลปิน ตอนแรกจะปั้นแค่สองคนแต่ศิลปินเหล่านั้นก็เก่งกันทั้งนั้น ก็เลยเลือกน่าจะได้มา 22 คน ก็เลยดูแลทั้งหมด ถ้านับก็จะมีเรา แต่มีศิลปินที่เป็นบอยเลิฟ เราก็ทำซีรีส์ด้วยควบคู่กันไป ซึ่งซีรีส์ของบอยเลิฟค่ะ คือโปรเจกต์นี้ทำตั้งแต่เปิดค่ายเลยค่ะ ซึ่งงานแรกของค่ายเรา คือรายการ “คายตะขาบ” ก่อน หลายคนอาจจะมองว่านิวคลอดลูกอาจจะดูแลลูกแล้วไม่ทำงาน คือนิวทำงานตั้งแต่ลูกสองเดือน คือ 15 วันก็รับงานแล้ว”

“ไม่ใช่เลยค่ะ ความตั้งใจของนิวคือ อยากจะสร้างเด็กรุ่นใหม่ให้มีความมั่นใจ เราก็ยังเป็นศิลปินอยู่ ตอนนี้ก็กำลังจะทำอัลบั้มที่สองเสร็จเรียบร้อย ด้วยความที่คนอื่นอาจจะมองว่านิวกับจิ๋วแยกทางกัน ก็เลยคิดว่าจะไม่รับงาน มันก็เลยเป็นช่วงที่ตั้งแต่ตอนที่นิวท้องเราก็มีการพูดคุยกัน เพราะว่ามันจะมีการเซ็นสัญญากับค่ายแกรมมี่ แล้วเราอยู่บ้านแกรมมี่อย่างอบอุ่นมา 20 ปีแล้ว แล้วตอนนั้นเรากำลังจะคลอดด้วย ตอนนั้นก็เลยขอพักเบรกแป๊บนึง ระหว่างนั้นนิวก็อยากจะทำค่าย จิ๋วก็อยากจะเป็นนักธุรกิจ ก็เลยแยกทางเดินกัน แต่เราไม่ได้ทะเลาะกัน เราก็ยังเป็นเพื่อนกัน แต่ทุกคนก็ยังรอวันที่เราจะกลับมา เอาจริง ๆ สองปีที่ผ่านมา ถามว่านิวคิดถึงเสียงที่ก้องอยู่ตลอดระยะเวลา 20 ปีของนิวไหม คิดถึงอยู่แล้ว ไม่มีใครที่สามารถยืนแล้วก็หลับตาร้องไปพร้อมกันได้ โดยที่ไม่ต้องบอก แต่ด้วยความที่คนเราต้องให้โอกาสตัวเองในการที่จะไปเจอประสบการณ์ใหม่ ๆ แต่เราก็ไม่ได้ทิ้งความเป็นเพื่อน หรือว่าความฝันของเรา มันเดินทางมาไกลเกินกว่าที่จะฝันแล้ว”

“แน่นอน (หัวเราะ) ทุกวันนี้เราก็ยังคุยกัน เรายังสามารถมาจอยกันในบางงานได้ ตอนเปิดค่ายเขาก็มาร่วมยินดี(ยิ้ม)”

“เปลี่ยนไปมาก ๆ คือชีวิตเรา 24  ชั่วโมงเหมือนเดิม แต่เราต้องทำมากกว่าเดิมในหลายตำแหน่งและหลายบทบาท ทั้งเป็นแม่ เป็นภรรยา เป็นเจ้าของธุรกิจ ตั้งแต่แต่งงานมาหกปี เรายังไม่มีน้องสักที เราเคยถอดใจว่า พระเจ้าอาจจะให้เราอยู่อย่างนี้ก็ได้ แต่มันจะมีอยู่ห้วงความคิดหนึ่ง แล้วจำได้ว่าตัวเองคิดว่า ในเมื่อเราได้รับโอกาสเกิดมาในครอบครัวที่ดี พ่อแม่สอนเรามาดี เราก็อยากจะมีอีกคนหนึ่ง มนุษย์ดี ๆ คนหนึ่งบนโลกใบนี้มาแทนเราในวันที่เราจากไป ก็เลยมาตั้งใจหาคนคนนั้นไปพร้อมกัน ซึ่งลูกคนนี้ได้มาด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ แล้วก็ไม่อายที่จะพูดด้วย เพราะว่าเดี๋ยวนี้ด้วยอะไรไม่รู้ทำให้มนุษย์มีลูกน้อยลง แต่มันก็ไม่ผิด ด้วยความที่โลกเปลี่ยนไป มนุษย์รักตัวเองมากขึ้น พยายามทำงานหนักเพื่อให้ตัวเองมีความสุข และพาตัวเองไปเที่ยว และพาตัวเองหาความสุขอย่างอื่น แต่บางคนก็ยังยึดว่า ความสุขของเราก็ยังคือการให้ การสร้าง ซึ่งความสุขของนิวก็คือการสร้าง สร้างคนน่ารักมาหนึ่งคน สร้างธุรกิจที่จะผลิตคนเก่ง ๆ”

“เสียงสูงจังเลย คือความเจ็บปวดไม่มีเลย ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์เดี๋ยวนี้ มันไม่เจ็บไม่ปวดแล้ว แต่มันมีความสุขปีติมากกว่า แล้วพอเขาเอาลูกมานอนใกล้ ๆ หันไปไม่รู้จะคิดอะไรเลย แต่ว่าหัวใหญ่ ตัวขาว รู้สึกว่าตัวเองเป็นแม่ก็ตั้งแต่ตอนที่ให้นมลูก ถ้าเอาจริง ๆ นะ เพราะตอนที่เขาคลอดแล้วเราไปดูเขาที่ห้อง เรายังไม่รู้จะทำอะไรยังไง แต่พอมันมีสัมผัสที่แนบชิดเกิดขึ้น มันก็เลยรู้สึกว่าอ๋อนี่คือความรักและความห่วงใย เราก็เลยเข้าใจแล้วว่า กว่าจะเป็นเราในวันนี้ แม่ต้องทุ่มเทอะไรขนาดไหน”

“ไม่มีเลย เมียน้อยใจ (หัวเราะ) คือเป๊กต้องทำงานมาก ด้วยความที่เขามีไอเดียเยอะ และกำลังสร้างธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาฯ เขาก็จะไม่ค่อยมีเวลาให้เรา เขาก็อิจฉาแล้วแหละว่า เรามีเวลาให้กับลูก แต่เราก็อิจฉาเขาว่าเขาได้ออกไปเที่ยว ไปเจอผู้คน เราเองก็อยากจะใช้เวลากับเขา คือไม่อยากให้มันเปลี่ยนไปหมด เรายังอยากมีเวลากุ๊กกิ๊ก อยากจะมีเวลาสามีภรรยา คือช่วงนี้ก็ยังต้องปรับ เพราะลูกเองก็ยังอายุหนึ่งขวบแปดเดือน คือน้องก็พัฒนาการของเขาก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แล้วยิ่งเด็กเบบี๋มันก็จะพัฒนาการเปลี่ยนไปรวดเร็วมาก พวกเราเองก็ต้องเปลี่ยน ต้องปรับตลอด แต่เรื่องติดลูก คือติดลูกกันทั้งคู่ คือนิวทำงานก็อยากทำ เพราะทำเสร็จปุ๊บก็กลับเลย”

“ไม่เคยคาดหวังเลย นิวโตมากับครอบครัวที่ไม่เคยคาดหวังนิวเหมือนกัน คือนิวเป็นคนหาความสุขด้วยตัวเอง ก็เลยอยากให้ลูกได้มีความสุขของเขา แต่ถ้าในเมื่อเรามีโอกาสที่จะผลักดัน แน่นอนเราก็จะทำให้เต็มที่ คือถ้าเขาสนใจในวงการเราก็จะพร้อม ตอนเด็กนิวอยากเป็นนักดนตรี แต่ไม่มีเวลามาเรียนเพราะว่าบ้านไกล อยากเรียนภาษาอังกฤษ อยากเรียนเหมือนที่เพื่อน ๆ ได้เรียน แต่ก็ไม่มีโอกาสเลย เพราะว่าพ่อแม่ก็ทำงานอยู่ที่บ้าน เราก็ต้องอยู่บ้าน ซึ่งถ้าหากเรามีลูกเอง เราก็ต้องจดจำเอาความรู้สึกเก่า ๆ แต่เราก็ไม่เคยน้อยใจนะ แค่เอาความรู้สึกนั้นมาเป็นพลังในฐานะแม่ คือถ้ามีโอกาส ถ้าเขาอยากทำอะไร เราก็จะส่งเสริม”

“16 ปีค่ะ (ยิ้ม) ตลอดเวลาถามว่าเหมือนเดิมไหมมันก็จะมีความเป็นตัวเราตัวเขาที่เหมือนเดิม ความเปลี่ยนไปไหมก็เปลี่ยนไป เพราะบทบาทเราก็เปลี่ยนไป มันไม่มีอะไรที่เหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราต้องปรับตัวเข้าหากันให้ได้ หาตรงกลางให้เจอ”

“นิวว่าเคล็ดลับมันอยู่ที่ตัวเราก่อน เราจะไปคาดหวังกับสิ่งที่เราให้เขาเป็นอย่างนั้นให้เขาเปลี่ยนแปลงมันเป็นไปไม่ได้ แต่เราต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้ อยู่กับความสุขที่อยู่กับเขาให้เจอ เราไม่สามารถมีความสุขเดียว หรือมีสิ่งเดียว ยึดเหนี่ยวแบบนั้นไปตลอดไป คือมันจะต้องมีอะไรใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิตเราอยู่แล้ว”

“เขาว่ากันนะ (หัวเราะ) คือเรื่องเจ้าชู้ตั้งแต่ตอนที่คบ ถ้าตอนที่คบก็ไม่มีแต่คือคนที่อยู่ในวงการเราก็จะมีหวาดระแวง แต่เราไม่อยากระแวงเยอะเพราะว่ามันบ้าถ้าไม่มีก็คือไม่มีไม่ต้องไปตามหา พอโตมาที่เขาบอกกันว่าเป๊กเจ้าชู้ไม่จริงนะ แต่เขาเพื่อนเยอะ เขาเป็นคนเฟรนด์ลี่ เพื่อนผู้ชายเยอะ “แฮงก์เอาต์” เยอะ คนก็เลยคิดแบบนั้น คือเราต้องเข้าใจเขาก่อน เขาถึงจะเกรงใจเรา”

“คู่ชีวิตเป็นคนที่พร้อมปรับเปลี่ยนได้เสมอ ไม่ต้องเหมือนเดิมตลอดเวลาก็ได้ มนุษย์เราเป็นคนขี้เบื่อ คือไม่มีใครเหมือนเดิม เราก็ต้องเข้าใจแล้วก็ปรับไปด้วยกัน จริง ๆ แล้วทั้งหมดทั้งมวลความรักคือความต้องเคารพซึ่งกันและกันด้วย”

“ตอนนี้นิวมีอีกหนึ่งธุรกิจเป็นเกี่ยวกับเอนเตอร์เทนเมนต์ ด้วยความที่ตัวเองอยู่มา 20 กว่าปี ก็จะเอาประสบการณ์นี้แหละมาพัฒนาจากเบื้องหน้ามาอยู่เบื้องหลัง และผลักดันอุตสาหกรรมบันเทิงของไทย ให้ไปไกลเท่าที่จะไปได้เท่าที่ส่งเสริมได้ และมีความตั้งใจที่อยากจะทำให้เด็ก ๆ มีความสุขกับการร้องเพลงและการแสดง ฝากติดตามนิวและเด็ก ๆ ในค่ายด้วยนะคะ”

ยิ่งได้พูดคุยกับสาวนิวก็ยิ่งรู้ว่า บางทีการได้ทำงานในวงการบันเทิงก็ถือว่ายากมาก ๆ แล้ว แต่การจะเป็นศิลปินที่อยู่ในใจของแฟน ๆ และไม่ว่าจะกี่ปีคนก็ยังรักและติดตามอยู่เสมอมันไม่ง่ายเลย และวันนี้นิวนภัสสรได้ทำให้ทุกคนดูแล้วว่า การเป็นศิลปินที่มากด้วยคุณภาพและความสามารถเป็นอย่างไร ฝากติดตามเธอด้วยจ้า.