ชายไทยเป็นเหยื่อมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่ม
‘รพ.ธนบุรี’ ใช้เทคโนฯตรวจแม่นยำ-กำจัดได้
“มะเร็งต่อมลูกหมาก” ถือว่าเป็นภัยร้ายแรงที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งไม่เฉพาะ “ชายชาวไทย” เท่านั้น หากแต่พิษร้ายของมันยังทำให้ “ชายต่างชาติ” ก็มีความห่วงใยเรื่องนี้ถึงกับมีการก่อตั้ง “มูลนิธิโมเว็มเบอร์” หรือ “Movember Foundation” ขึ้นมาเป็นองค์กรการกุศลระดับโลกที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพของผู้ชาย เมื่อปี พ.ศ. 2546 โดยจะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เพื่อระดมทุนไว้สู้กับปัญหาสุขภาพของผู้ชาย ซึ่ง “มะเร็งต่อมลูกหมาก” ขึ้นหน้ามาเป็นอันดับแรก รองลงมาคือ “มะเร็งอัณฑะ” โดยมีเป้าหมายในการลดการเสียชีวิตจาก 2 โรคที่เอ่ยมานี้ แถมยังมีเรื่อง “สุขภาพจิต” พ่วงมาด้วย ซึ่งทุนที่ระดมมาก็เพื่อนำไปสนับสนุนโครงการวิจัยและโครงการสุขภาพท่านชายโดยตรง โดยตอนนี้ก็มาถึงเดือนพฤศจิกายนอีกครั้งแล้วและเชื่อว่าหากมีการจัดกิจกรรมระดมทุนกันเช่นที่เคยก็น่าจะมีข่าวแพร่มาถึงเมืองไทยให้เราได้รับรู้กับเขาด้วยเช่นกัน…

ส่วนในบ้านเราช่วงนี้ “โรงพยาบาลธนบุรี” ก็มีการเผยแพร่ต่อเนื่องเรื่องพิษภัยของ “มะเร็งต่อมลูกหมาก” เพื่อให้เป็นข้อมูลสำหรับท่านชายรวมทั้งคนใกล้ชิดในครัวเรือนที่อาจมีความกังวลว่าคนข้างกายที่มีวัย 45-50 ปีขึ้นไปแล้วจะพลาดท่าเสียทีตกเป็นเหยื่อโรคนี้โดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ ซึ่งเนื้อหาสาระที่นำมาฝากจะครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่ วิธีสกัดกั้น…วิธีตรวจหาที่แม่นยำ…ไปจนถึงวิธีกำจัด… เพราะเหตุว่ามีรายงานระบุชัดว่า “มะเร็งต่อมลูกหมาก” มาเล่นงานผู้ป่วยจำนวนเป็นอันดับ 4 จากโรคมะเร็งทุกชนิดที่ตรวจพบ ดังจะเห็นได้จากกรณีที่มี สถิติผู้ป่วยรายใหม่พุ่งทะลุ 7,800 รายต่อปี และเห็นได้จากจำนวน ยอดผู้เสียชีวิตสูงเกิน 3,800 ราย อีกด้วย…!!! เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่คุณผู้ชายที่มีวัยเกินกว่า 45-50 ปีซึ่งจัดว่าเป็น “กลุ่มเสี่ยง” ที่มีโอกาสเจอโรคนี้ไม่ควรวางใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่ “มีประวัติครอบครัว” ได้เจอฤทธิ์ของมันมาแล้ว โดยความเสี่ยงโรคนี้ยังรวมถึงเรื่อง “พันธุกรรม” ที่ก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญในการวางแผนหรือหาทางสกัดกั้นป้องกันเอาไว้แต่เนิ่น ๆ
“รศ.นพ.สิทธิพร ศรีนวลนัด” ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเป็น แพทย์ที่ปรึกษา “โรงพยาบาลธนบุรี” มีคำอธิบายให้ความชัดเจนเกี่ยวกับ การตรวจคัดกรอง…การมี-การใช้อุปกรณ์การแพทย์ที่ก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยีตรวจหาเซลล์มะเร็ง…รวมทั้งเทคโนโลยีที่ช่วยให้การตัดตัวอย่างชิ้นเนื้อที่ต่อมลูกหมากไปตรวจทำได้อย่างแม่นยำ… ซึ่งท่านกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า…

“…ปกติเวลาที่เราตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมากในกรณีที่อาจจะเป็นมะเร็งล่ะก็…ส่วนใหญ่แพทย์จะทำการซักประวัติตรวจร่างกายก่อนว่ามีความผิดปกติที่ต่อมลูกหมากอย่างไรหรือไม่ โดยจะทำการเจาะเลือดเพื่อดูค่าโปรตีนชนิดหนึ่งเรียกว่า PSA ซึ่งค่าที่ได้ออกมามันจะบอกได้ระดับหนึ่ง แต่ความแม่นยำมันไม่มากนัก ประมาณว่าเชื่อได้สัก 10-20-30% ครับ หรือถ้าจะให้ชัดเจนมากขึ้นแพทย์ก็จะส่งทำ MRI ต่อมลูกหมาก ซึ่งจะได้ภาพจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามาทำการแปลผลและช่วยให้เห็นภาพลักษณะของต่อมลูกหมากชัดเจน ได้ความแม่นยำเพิ่มขึ้นเป็น 40-50% แต่ก็ยังไม่ได้ 100% อยู่ดี และไม่สามารถฟันธงได้ 100% เพราะฉะนั้นก็อาศัยการตรวจตัดชิ้นเนื้อตัวอย่างจึงจะเป็นการตรวจที่ชัดเจน-แม่นยำที่สุด ซึ่งสมัยนี้เรา ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Fusion Biopsy โดยใช้ MRI หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ควบคู่กับอัลตราซาวด์ คือเหมือนกับการยิงพุ่งเป้าเข้าไปตรงบริเวณที่จำเพาะนั้นเลย ซึ่งจะต่างจากการตรวจตัดชิ้นเนื้อตัวอย่างแบบที่ใช้ดั้งเดิมที่ตรวจเข้าไปทางทวารหนัก หรือทางอุ้งเชิงกราน ที่เป็นเสมือนการยิงกราดซึ่งเป็นเพียงการสุ่มตัวอย่างครับ…”
‘หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด’ ขจัดปัญหาท่านชาย
ปลอดฤทธิ์มะเร็งร้าย-สมรรถภาพยังใช้ได้
หลังใช้เทคโนโลยีก้าวหน้าตรวจหาและยืนยันได้แน่ชัดว่ามีมะเร็งแฝงใน “ต่อมลูกหมาก” ท่านชายที่เผชิญความผิดปกติในการใช้ชีวิตชนิดที่ต้องทนทุกข์กับการขับถ่ายปัสสาวะที่เริ่มจากต่อมเจ้าปัญหา ก็จะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้ชำนาญการเกี่ยวกับ “การรักษา” ซึ่งขึ้นอยู่กับภาวะอาการที่เป็นอยู่ในขณะนั้น…หากไม่ถึงขั้นที่ส่อเค้าว่าจะลุกลามจนน่าห่วงว่าเชื้อร้ายจะกระจายไปสู่อวัยวะข้างเคียง จนเป็นผลให้เกิด “เรื่องใหญ่” ก็อาจมี “ทางเลือก” ในการบำบัดรักษาด้วยการกินยาเพื่อจะได้ให้คุณหมอช่วยติดตามผลว่าจะ “เอาอยู่” ได้แค่ไหน-อย่างไร…แต่ถ้าคุณหมอประเมินแล้วเห็นว่า ไม่น่าวางใจ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า “การผ่าตัด” จะเป็นขั้นตอนต่อไปในการ กำจัดเชื้อร้ายให้อยู่หมัด-อยู่มือ (หมอ) ได้โดยไว เพื่อเป็นโอกาสของผู้ป่วยที่จะป้องกันการลุกลามบานปลายของเชื้อร้ายได้อย่างมั่นไจไว้เลยจึงจะดีกว่า…
แต่เชื่อไหมครับว่า…ท่านชายส่วนใหญ่ที่ถึงแม้ได้เผชิญปัญหาจาก ปัสสาวะกะปริบกะปรอย…ปัสสาวะไม่พุ่งเหมือนในอดีต… เวลานอนก็ต้องลุกเข้าห้องน้ำบ่อยครั้ง-ต้องอดหลับอดนอนจนเกิดปัญหาภาวะแทรกซ้อนตามมา… แต่ก็มักจะเกิดความรู้สึกไม่ต่างกันเมื่อได้ยินคำแนะนำจากคุณหมอว่า สมควรเข้ารับการผ่าตัด…ได้ยินทีไรก็จะมีความกังวล-กลัวการผ่าตัดคล้าย ๆ กันแทบทั้งนั้น…!!! สาเหตุที่ทำให้เกิดความหวั่นเกรงเรื่องผ่าตัดต่อมลูกหมากนั้น สันนิษฐานว่าเพราะเคยได้ยินได้ฟังจากญาติผู้ใหญ่ที่เคยผ่านประสบการณ์ตรงจาก การผ่าตัดแบบมาตรฐานดั้งเดิม ที่ต้องเปิดแผลที่ท้องน้อย ซึ่งแม้ขนาดแผลจะไม่กว้างแต่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยถ่างเพื่อให้คุณหมอเห็น “จุดเกิดเหตุ” ได้ถนัดชัดแก่สายตา เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจกำจัดมะเร็งรวมทั้งต่อมลูกหมากออกมาให้ลุล่วงเรียบร้อยนั่นเอง… และหลังผ่าตัดก็แน่นอนว่าต้องใช้เวลาฟื้นตัวหลายวันจากแผลผ่าตัด การเสียเลือด และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ด้วย เมื่อเคยได้ยินเช่นนี้แล้วก็เกิด “กลัวฝังใจ” ไม่อาจลบเลือนง่าย ๆ… แต่ทั้งนี้ ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ยุคปัจจุบันที่ก้าวหน้า ได้เปลี่ยนแปลงกระบวนการผ่าตัดแบบดั้งเดิม…เปลี่ยนไปอย่างไรนั้น “รศ.นพ.สิทธิพร ศรีนวลนัด” ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคทางเดินปัสสาวะ ที่ปรึกษา “โรงพยาบาลธนบุรี” ได้อธิบายถ่ายทอดข้อมูลให้ทราบดังนี้ครับ…

“…ปัจจุบันมีการ ผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ที่แพร่หลาย ไม่เฉพาะต่อมลูกหมากนะครับ โดยมีการใช้กับมะเร็งอื่น ๆ หรือกรณีที่ไม่ใช่มะเร็งก็มีไม่น้อย เป็นเทคโนโลยีซึ่งช่วยให้คนไข้ได้ประโยชน์สูง ไม่ว่าจะในแง่ของภาพที่แพทย์เห็นระหว่างการผ่าตัดที่จะชัดกว่า ลดโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนจากการผ่าตัด การฟื้นตัวก็ดีกว่าการผ่าตัดแบบเปิด เพราะแน่นอนว่าคนไข้จะเสียเลือดน้อยกว่า เจ็บตัวน้อยกว่า ก็จะพักฟื้นน้อยกว่า มีโอกาสกลับคืนสู่ภาวะปกติได้เร็วกว่า-ดีกว่า รวมถึงการเอามะเร็งออกจะเห็นชัดกว่า สามารถนำจุดที่เกิดมะเร็งออกได้ดีกว่า จึงถือเป็นมาตรฐานการรักษาระดับสากลไปแล้ว… นอกจากจะผ่าตัดต่อมลูกหมากรวมถึงถุงน้ำเชื้ออสุจิ-ถุงเก็บเชื้ออสุจิออกแล้ว เราจะผ่าตัดแล้วเลาะเอาต่อมน้ำเหลืองรอบ ๆ ต่อมลูกหมากกับอุ้งเชิงกรานออกด้วยเพื่อนำไปวิเคราะห์ดูว่ามีมะเร็งไปที่ต่อมน้ำเหลืองรอบ ๆ หรือไม่…
ทั้งนี้ โดยหลักการแล้วการผ่าตัดรักษามะเร็งนั้น ยิ่งผ่าได้เร็ว ยังอยู่ที่ระยะเริ่มต้นมากเท่าไหร่ ก็จะให้ผลดีมากเท่านั้น ยิ่งผ่าเร็ว-ยิ่งรักษาเร็วจะยิ่งดีเพราะเป็นโอกาสที่จะเอามะเร็งออกได้หมด ถ้าทิ้งไว้นานจะมีโอกาสลามไปถึงต่อมน้ำเหลือง หรืออาจกระจายออกนอกต่อมลูกหมากแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะ ถ้ามาระยะที่ 1 หรือ 2 ก็จะมีโอกาสรักษาแล้วหายขาดได้สูงกว่าระยะที่ 3 หรือ 4 แต่ก็ยังมีประเด็นต้องพิจารณา ไม่ว่าจะในส่วนของคนไข้เอง รวมทั้งคุณภาพการผ่าตัด ซึ่งล้วนมีผลด้วยเช่นกัน… เมื่อผ่าตัดต่อมลูกหมากออกแล้วก็จะไม่มีการสร้างน้ำเชื้ออสุจิและไม่สามารถมีบุตรได้ แต่ ยังมีเพศสัมพันธ์ได้ในกรณีที่ผ่าตัดแบบเก็บเส้นประสาทไว้… ส่วนกรณีที่เกิดบ่อย ๆ คือการควบคุมการถ่ายปัสสาวะ หลังผ่าตัดต่อมลูกหมากออกแล้วช่วงต้น ๆ อาจกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เนื่องจากกล้ามเนื้อหูรูดตรงท่อปัสสาวะอาจยังไม่แข็งแรงพอ ต้องใช้เวลาฟื้นตัวสักระยะ หากได้รับการฟื้นฟูจนคนไข้แข็งแรงมากขึ้นก็น่าจะปัสสาวะและกลั้นปัสสาวะได้ดีขึ้นครับ…”

ขอแสดงความขอบคุณ “รศ.นพ.สิทธิพร ศรีนวลนัด” ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคทางเดินปัสสาวะ ที่ปรึกษา “โรงพยาบาลธนบุรี” ที่กรุณาอธิบายถ่ายทอดข้อมูลความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแพทย์ยุคใหม่ ที่ก็ได้มีการนำมาใช้ประโยชน์ใน “โรงพยาบาลธนบุรี” ซึ่งนอกจากจะช่วยคลี่คลายความทุกข์ของท่านชายที่เผชิญทุกข์จาก “มะเร็งต่อมลูกหมาก” แล้ว ยังจะเป็นโอกาสให้ช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตเพราะโรคนี้… แม้ว่าในบ้านเรายังมีการรณรงค์หาทุนมาสนับสนุนการแก้ปัญหาโรคนี้ไม่มากนัก…แต่ก็หวังว่า “…ศักยภาพ-ความพร้อมของเทคโนโลยีการแพทย์ ที่โรงพยาบาลธนบุรีได้จัดเตรียมไว้รองรับ จะมีส่วนช่วยลดอัตราป่วยและเสียชีวิตให้คนไทยได้…”
หมอฝั่งธน



