ทั้งนี้ ช่วงวันที่ 26-30 พ.ค. 2569 ไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่ชื่อ CHILE ASEAN BUSINESS SUMMIT 2026” ซึ่งเป็นเวทีที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศละตินอเมริกากับอาเซียนที่สำคัญอีกเวทีหนึ่ง โดย “กรุงเทพฯ” ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานในปีนี้ ซึ่งสะท้อน “ศักยภาพประเทศไทย”

ในฐานะเป็นฮับสำคัญของภูมิภาคอาเซียน

ในการเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจในระดับภูมิภาค

ที่ไทยเองก็จะได้รับประโยชน์จากเวทีนี้ด้วย

สำหรับรายละเอียดของเวทีดังกล่าว กรมส่งเสริมการส่งออกชิลี สถานทูตชิลี ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการจัดงานในประเทศไทยให้ข้อมูลว่า… การประชุมสุดยอดธุรกิจชิลีอาเซียน 2026 ซึ่งจัดที่กรุงเทพฯ นี้ มีเป้าหมายเพื่อเป็นประตูเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจและผู้ประกอบการของชิลี และในแถบละตินอเมริกา กับตลาดอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม โดย ProChile ซึ่งเป็นองค์กรภายใต้สังกัดของกระทรวงการต่างประเทศชิลีเลือกไทยให้เป็นสถานที่จัดงาน เพราะมองว่า… ไทยมีศักยภาพที่แข็งแกร่งของการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการค้าของภูมิภาคนี้ โดยจะมีสมาชิกอาเซียน 6 ประเทศเข้าร่วม คือ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และไทย เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ และผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ…

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก กรมส่งเสริมการส่งออกชิลี สถานทูตชิลี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึง “มูลค่าการค้า” ของ ชิลีกับอาเซียน ว่า… รอบทศวรรษที่ผ่านมามูลค่าการค้าระหว่างชิลีและอาเซียนเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยปี 2568 ที่ผ่านมา มีมูลค่าการค้าระดับทวิภาคีสูงถึง 5.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 11.5% ในตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สะท้อนว่า… ผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียนมีความต้องการสินค้าคุณภาพสูงจากชิลีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และไทยคือผู้เล่นคนสำคัญที่จะได้รับประโยชน์จากการเป็นผู้กระจายสินค้าเหล่านี้

โดย “ความน่าสนใจ” สำหรับผู้ประกอบการไทยจากเวทีประชุมครั้งนี้ที่จัดขึ้นนั้น คือเรื่องของ “โอกาสการเข้าถึงซัพพลายเชนระดับโลก” โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารของชิลี เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารของชิลีขยายตัวเกือบ 87% ในทศวรรษที่ผ่านมา หลังจากมียอดการส่งออกกลุ่มสินค้าอาหารทั่วโลกเพิ่มจาก 295 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2558 เป็น 571 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ซึ่งไทยสามารถใช้เป็น “ทางลัดสร้างโอกาส” ให้กับผู้นำเข้าและ SME ไทยได้ โดยเฉพาะการเจรจาตรงกับยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตซึ่งไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้จะช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจ เพิ่มความสามารถการแข่งขัน และสร้างความหลากหลายให้กับพอร์ตสินค้าในมือได้อย่างมหาศาล…นี่เป็น “ประโยชน์ที่จะเกิด” กับผู้ประกอบการ-ผู้นำเข้าของไทย…

และนอกจากคณะผู้แทนธุรกิจ กับสมาคมการค้าจากชิลีที่จะเข้าร่วมงานครั้งนี้แล้ว ในเวทีครั้งนี้ยังมีไฮไลท์น่าสนใจสำคัญอีกอย่าง นั่นก็คือ การเปิดตัวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความร่วมมือเชิงนวัตกรรม ระหว่างประเทศไทยกับชิลีผ่านโครงการเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนแอตแลนติกครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ProChile, คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) และบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด โดยได้มีการนำเข้าไข่ปลาแซลมอนจากชิลี 20,000 ฟองไปเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อเริ่มศึกษาทดลองวิจัยในระยะแรก ซึ่งจะช่วยยกระดับวงการประมงไทยสู่มาตรฐานสากล โดยมี ผศ.ดร.สุริยัน ธัญกิจจานุกิจ คณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าทีมทำวิจัยของโครงการฯ นี้…

ส่วนรายละเอียดของโครงการฯ นั้น ผศ.ดร.สุริยัน ให้ข้อมูลว่า… งานวิจัยนี้เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง ระบบน้ำหมุนเวียน (Recirculating Aquaculture System หรือ RAS” ในระดับห้องปฏิบัติการ เพื่อควบคุมอุณหภูมิและคุณภาพน้ำให้มีความแม่นยำตลอดทั้งปี โดยจุดเด่นของระบบนี้ก็คือ ใช้น้ำน้อย ใช้พื้นที่จำกัด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดความเสี่ยงจากสารปนเปื้อน และยังใช้พลังงานความเย็นที่ได้จากกระบวนการก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG มาใช้ลดอุณหภูมิน้ำที่จำเป็นต่อการเพาะเลี้ยงด้วยซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้มหาศาล โดยเป้าหมายสำคัญของโครงการนี้ คือ ศึกษาและประเมินโอกาสสู่การเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยในอนาคต…

ทั้งนี้ เป้าหมายของเวที การประชุมสุดยอดธุรกิจชิลีอาเซียน 2026 ที่จัดขึ้นครั้งนี้นั้น อิกนาซิโอ เฟอร์นันเดซ ผู้อำนวยการใหญ่ ProChile กล่าวว่า… อาเซียนไม่ได้เป็นตลาดเกิดใหม่สำหรับชิลีอีกต่อไป แต่เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว ดังนั้นการขยายตลาดมายังอาเซียน ชิลีไม่ได้มุ่งเพียงขยายมูลค่าการค้า แต่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืนบนรากฐานของความไว้วางใจ และเติบโตร่วมกันกับอาเซียน รวมถึงไทยด้วย โดยนอกจากเวทีนี้จะเป็นพื้นที่พบปะเจรจาแล้ว ชิลียังเข้าร่วมงาน THAIFEX-Anuga Asia ด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกชิลีได้พบปะโดยตรงกับผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก ผู้จัดจำหน่าย ธุรกิจโรงแรม และผู้ประกอบการด้านอาหาร ทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก…

เพื่อสร้างโอกาสและพันธมิตรการค้าที่ยั่งยืน

เชื่อมโยงโอกาสของชิลี อาเซียน รวมถึงไทย

ในฐานะ “ตลาดการค้าใหญ่สำคัญระดับโลก”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์