“ ผมยืนยันตลอดไม่เคยเปลี่ยน เมื่อครบ 4 เดือนก็ต้องยุบสภาตาม MOA ส่วนกระแสข่าวจะยุบสภาก่อนหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องดูสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา ดูว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีวัตถุประสงค์อะไร ผมตั้งใจยุบสภาวันที่ 31 ม.ค.69 อยู่แล้ว ผมไม่ปล่อยให้ใครมาด่ารัฐบาลเล่นๆ ฟรีๆ หากเป็นเกมการเมือง รัฐบาลสู้เกมการเมืองไม่ได้ก็ยุบสภาไป ห่างแค่เดือนเดียวคงไม่ทำให้เกิดความแตกต่างอะไร มีความพร้อมในการเลือกตั้งใหม่ตลอด”

ถือว่าเป็นคำประกาศของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย  ขยับไทม์ไลน์อาจมีการยุบสภาเร็วกว่าหนึ่งเดือน เล่นเอาเวทีการเมืองดีดๆ ขยับทัพรอลงสนามรบ ในศึกเลือกตั้ง

คำถาม คือ ทำไมถึงต้องยุบสภาเร็วกว่ากำหนด?

“รัฐบาลอนุทิน” เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยใช้ “พรรคประชาชน” เป็นฝ่ายค้ำหากถูกผลักเข้าสู่เวทีซักฟอกจะกลายเป็น ว่า ไม่สามารถคุมชะตาชีวิตตัวเองได้เหมือนไปเดินอยู่บนเส้นด้าย และเมื่อมีการยื่นยัญติซักฟอกแล้ว อำนาจที่ “นายกฯอนุทิน” จะตัดสินใจยุบสภาได้จะถูกริบไปในทันที จะกลายเป็น หนูรอราชสีห์ขย้ำ

และหากโดนเชือด ตกเก้าอี้กลางสภา จะเปิดช่องให้พรรคการเมืองที่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผงาดขึ้นเสียบบัลลังก์ไทยคู่ฟ้าแทน โดยที่เห็นอยู่รำไร คือ คู่แค้น อย่างพรรคเพื่อไทย ที่ยังมี “ชัยเกษม นิติสิริ” เหลืออยู่ก็จะคว้าพุงปลาไปกิน

เกมการเมืองง่ายๆอย่างนี้จึงตัดสินใจไม่ยากที่จะเลือกปลิดชีพรัฐบาลด้วยฝีมือตัวเอง เพราะดูหนทางในเวทีซักฟอกมีเกมร้อน เกมร้ายซ่อนเงื่อน รอจัดหนักอยู่ โดย“พรรคเพื่อไทย” รอสางแค้นบวกกับ “พรรคส้ม” เตรียมลับมีดรอเชือด

ทั้งประเด็น สแกมเมอร์ ทุนเทา โควตาหวยบนดิน หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่เป็นปัญหา ซึ่งล่าสุดโควตาขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ที่หายไปจากระบบถูกนำมาขยี้อีก และพุ่งเป้าโยงไปถึง “ธมน.” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐในตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ถึงแม้จะออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยว และ 5 เสือกองสลากก็ถูกทำลายไปหมดแล้วตั้งแต่ปี 57   

 งานนี้ทำ “นายกฯหนู”ต้องปิดห้องคุย กับ “ร.อ.ธรรมนัส” ที่ห้องทำงาน บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ต่อมา “ธนดล สุวัณณะฤทธิ์”คนสนิท “ธมน.” ที่พึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต้องประกาศยุติบทบาทการทำหน้าที่ที่ปรึกษากฎหมาย และถอนตัวจากการดำเนินคดีของนายเบน สมิธ อ้างเหตุผล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหา หรือความเข้าใจผิดใด ๆ ในอนาคต 

ทุกอยากแม้จะพุ่งเป้าไปที่ “ธมน.” ร.อ.ธรรมนัส แต่ก็ไม่พ้นความรับผิดชอบของ “อนุทิน ชาญวีรกุล” ในฐานะนายกฯที่แต่งตั้ง และที่สำคัญท่าทีของ “นายกฯหนู”ก็มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป การตอบคำถามมักตีชิ่งเอาตัวเองออกจากปัญหา ยังพูดว่าได้ “ตีเช็คเปล่า” ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปว่ากันเรียบร้อยแล้ว

กลายเป็นการจุดไฟร้อนขยายวงเปิดจุดอ่อนให้พร้อมไล่ขยี้ !!

อย่าง“หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน  เปิดหัวพุ่งหอกไปที่ “นายกฯหนู” ที่ยังไม่เห็นจริงจังในการปราบสแกมเมอร์ที่ประกาศมาเป็นวาระแห่งชาติ  การที่นายกฯหนูพูดว่า “เซ็นเช็คเปล่า” ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำไปตามอำนาจ จึงเท่ากับตอกย้ำว่า รัฐบาลจงใจเกียร์ว่าง ไม่มีการสั่งการอย่างเป็นรูปธรรม  เตะถ่วงการสืบสวนเครือข่ายทุนเทาสแกมเมอร์ในไทยหรือไม่

“หากรัฐบาลตั้งใจจริง  รูปธรรมที่ทำได้ทันทีคือ ตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ รวมปฏิบัติการให้มีวอร์รูมแห่งเดียว นายกฯ สั่งการโดยตรง ติดตามอายัดทรัพย์บุคคลที่ปรากฏชื่อในร่างกฎหมาย HR 5490 ว่าด้วยการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติสแกมเมอร์ ของสหรัฐฯ เช่น เบน สมิธ, ยิม เลียก, เฉิง จื้อ และสอบเส้นเงินเพื่อขยายผลถึงผู้อยู่เบื้องหลังทุกคน”   

ขณะที่ “ขุนพลส้ม”รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ  รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยังเย้ย“นายกฯหนู” ที่จะยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะไม่ยอมให้โดนด่าฟรี เป็นสิ่งที่นายกฯทำได้ตามกฎหมาย แต่อีกมุมหนึ่งสิ่งที่ประชาชนเชื่อ หรือมองจะเป็นอย่างไร  ขอ“นายกหนู” ต้องคิดให้ดี เพราะคำพูดที่ “ชาดา ไทยเศรษฐ์”  สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล เคยระบุว่า “ตั้งโจรมาปราบโจร”นั้น ส่วนตัวจึงตั้งคำถามว่า แล้ว ”โจรจะอุ้มโจร โจรอุ้มโจร ” นั้นมันก็หลายต่อ จะกลายเป็นว่าสุดท้าย คือ การช่วยเหลือซึ่งกันและกันหรือไม่ และทำเช่นนี้ใครจะได้ประโยชน์ “กลุ่มสีเทา” จะได้ประโยชน์ใช่หรือไม่

“นายกฯหนู” ไม่ยอมให้เสียเหลี่ยมง่ายๆ ตีปี๊บจัดอีเว้นท์ใหญ่ เป็นประธานจับ 15 หน่วยงาน ลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย “ประกาศสงครามกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมชี้ว่านี่คือ วาระแห่งชาติ ต้องปราบปรามฯให้เห็นผลจริงทั้งในระยะสั้นและยั่งยืนในระยะยาว

“ผมมีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ที่จะปฏิบัติ ก็คือ จะต้องร่วมกันปราบปรามปกป้องประชาชนชาวไทยให้ปลอดภัยจากภัยสแกมเมอร์ ขอให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลและคณะรัฐบาลทุกคนขอให้ความมั่นใจว่า เรื่องนี้เคลียร์ไม่ได้และเรื่องนี้ไม่มีเกี้ยเซียะ และเราจะถือว่าสิ่งเหล่านี้คือ “ผลงานของเรา” ทำมา 1 เดือนมีการยึดทรัพย์สินหลักหลายหมื่นล้านบาท พร้อมท้าให้เปิดชื่อคนในรัฐบาลมีใครบ้างที่เกี่ยวข้อง ใครที่มีหลักฐานขอให้เอ่ยชื่อดังๆแล้วเราจะไปดำเนินการผิดว่าไปตามผิดไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่คนเดียว”นายกฯ กล่าว

 จับสัญญาณเดาใจ “นายกฯหนู” หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า การยุบสภาน่าจะอยู่ในช่วงเดือน ธ.ค. เพราะวันที่ 12 ธ.ค.68 ถึงวันที่ 10 เม.ย.69 เป็นช่วงที่จะมีการเปิดสมัยประชุมสภา

ซึ่งในวันที่ 12 ธ.ค.จะเป็นจุดเริ่มต้นนับหนึ่งของฝ่ายค้านที่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากเพลย์เซฟ ก็น่าจะยุบสภาก่อน 12 ธ.ค.68 ถ้าเป็นเช่นนั้น อาจทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหนึ่งใน MOA ที่พรรคส้มหมายมั่นปั้นมือไว้ ก็จะต้องสะดุด กลายเป็นฝันสลาย และเข้าทาง “พรรคภูมิใจไทย” ที่เคยแสดงท่าทีไว้ก่อนหน้านี้ว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ดังนั้นการชิงยุบสภาก่อนที่จะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของค่ายเซาะกราว ที่ดูจะพร้อมที่สุดในการลงสนามเลือกตั้งในเวลานี้

“พรรคประชาชน” ถึงแม้กระแสจะมา แต่ก็อย่าลืมว่าตัวเองยังมีคดีร้อนกรณี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ร่วมกันเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ซึ่งคณะกรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ป.ป.ช.) เคยออกมาบอกว่าไม่เกินเดือนธ.ค.นี้ ก็น่าจะรู้ผล

ต้องมาลุ้นกันว่า “พรรคส้ม” จะเจอวิบากกรรมตอนไหน และจะใช้โอกาสนี้ สร้างขุนพลใหม่ “มีเราไม่มีเทา” เรียกคะแนนสงสาร เติมพลังส่งส้มขึ้นพรรคอันดับ 1 ได้หรือไม่

อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวพรรคการเมืองช่วงนี้ก็ มีการย้ายเข้า-ย้ายค่ายของสส.เป็นไปอย่างคึกคัก ล่าสุด “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” และ “เดชอิศม์ ขาวทอง” ออกมาบอกว่า ได้ย้ายบ้านไปเป็นหุ้นส่วนกับพรรคกล้าธรรมแล้ว 

ขณะที่ “พรรคเพื่อไทย” ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาโวยมีคนมาตกสส.ในพรรค โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน มีกลุ่มบุคคลที่อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังพรรคการเมืองบางพรรค  เริ่มแสดงพฤติกรรมยี้  ด้วยการส่งคนเข้ามาติดต่อ สส.ของพรรค  เสนอให้เปิดตัวย้ายพรรคไป หรือหากยังไม่สบายใจก็เสนอให้เป็น สส.งูเห่า หากพร้อมเมื่อไรค่อยย้ายพรรค มีการเสนอเรื่องผลตอบแทนเป็นผลประโยชน์หลายกิโลกรัมและค่าตอบแทนเป็นรายเดือน 

ต้องจับตาดูว่ายิ่งใกล้เลือกตั้งการเมืองจะคึกคักร้อนระอุขนาดไหน อะไรก็เกิดขึ้นได้ เกมการเมืองขึ้นอยู่ที่จังหวะและโอกาส ใครพลาดเดินหมากผิดจังหวะการเมืองเปลี่ยนแน่นอน.

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่