มีคนไข้หลายท่านเล่าให้ฟังว่า ยังไม่ทันเริ่มก็อยากปัสสาวะแล้วครับหมอ, กำลังจะถึงจุดสุดยอดก็ต้องรีบลุกไปเข้าห้องน้ำ ฟังดูอาจตลก แต่สำหรับเจ้าตัวแล้ว มันคือความเครียดที่กระทบต่อความมั่นใจและความสุขทางเพศโดยตรง คือผู้ชายก็ไม่รอด ผู้หญิงก็ไม่เว้นในผู้ชายอาการปัสสาวะบ่อยและกลั้นไม่อยู่ ทำให้ไม่กล้าร่วมเพศเต็มที่ กลัวจะเสียฟอร์ม หรือกลัวเกิดการเล็ดโดยไม่ตั้งใจ ความกังวลแบบนี้ส่งผลต่อระบบประสาทและหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวะ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือแข็งได้ไม่นาน
สำหรับผู้หญิงเ มื่อกระเพาะปัสสาวะไวเกิน ก็อาจรู้สึกอยากปัสสาวะอยู่ตลอดเวลา พอถึงช่วงมีเพศสัมพันธ์ ร่างกายไม่สามารถผ่อนคลายได้เต็มที่ บางคนกลัวจะราดจริงๆจนหมดอารมณ์ไปเลย ส่งผลให้สัมพันธ์กับคู่รักเริ่มห่างเหิน ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเรื่องควรรักษา โรคกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน รักษาได้ครับ เริ่มจากการปรับพฤติกรรม เช่น งดกาแฟ ชา แอลกอฮอล์ ฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (หรือที่เรียกว่า Kegel exercise) รวมถึงใช้ยาที่ช่วยลดการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ
ในรายที่อาการมาก ยังมีวิธีอื่น เช่น การกระตุ้นไฟฟ้าบางจุด หรือการฉีดโบทูลินัมท็อกซิน (Botox) เข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในการดูแลของแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ เมื่ออาการโอเอบี (OAB) ควบคุมได้ดี ความมั่นใจในชีวิตประจำวันก็จะกลับมา และ “เรื่องบนเตียง” ก็จะกลับมาเป็นเรื่องสนุกอีกครั้ง
โรคกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน ไม่ได้กระทบแค่เรื่องการปัสสาวะบ่อย แต่กระทบถึงสมรรถภาพทางเพศ และความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ด้วย ดังนั้น หากมีอาการเหล่านี้ อย่าปล่อยไว้หรืออายที่จะมาปรึกษาแพทย์ เพราะการรักษาที่ถูกต้อง จะช่วยให้ทั้ง “กระเพาะปัสสาวะ” และ “หัวใจ” ทำงานได้อย่างกลมกลืนอีกครั้ง มีคนไข้จำนวนหนึ่งที่ผมเจอในคลินิก มาด้วยปัญหา อยากปัสสาวะกับอยากมีเพศสัมพันธ์ เกิดพร้อมกัน บางรายเข้าใจผิดว่าเป็นโรคทางจิตใจ บางรายพยายามกลั้นไว้จนเกิดปัญหาใหญ่กว่านั้นเรื่องของพวกเขา เป็นกรณีที่น่าสนใจมาก.
ศ.เกียรติคุณ น.ท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
รพ.รามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล



