ยาเสพติด เป็นปัญหาที่สะสมมานานที่ปราบอย่างไร ยังไม่หมดจากสังคมไทย จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการทำ ชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) ซึ่งดำเนินการมาระยะเวลาหนึ่ง ล่าสุด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ จัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพพลังอำเภอสู่การเป็นอำเภอต้นแบบและอำเภอขยายผลการขับเคลื่อนชุมชนล้อมรักษ์ และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

โดย นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ สสส. ระบุว่า ยาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศในขณะนี้ แต่ที่กระแสดรอปลงในช่วงนี้เพราะข่าวสแกมเมอร์มากลบ แต่ความเดือดร้อนจากยาเสพติดในพื้นที่ยังมีอยู่มากและเป็นภัยคุกคามของประเทศ คนติดยาเสพติด 1 คน เกิดอาการคลุ้มคลั่งจะทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั้งหมู่บ้าน ทั้งเรื่องความปลอดภัยในชุมชน เศรษฐกิจ สุขภาพ ทำให้วงการสาธารณสุขมีปัญหา ทั้งบุคลากรและต้องเพิ่มงบประมาณในการรักษา

ปัญหาเหล่านี้เกิดจากเราไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนในชาติเพียงพอ ตั้งแต่ที่ยังเป็นเยาวชน โดยเฉพาะภูมิความรักจากครอบครัว ที่จะทำให้เกิดหิริโอตตัปปะ ความกลัวพ่อแม่เสียใจ แต่วันนี้ เราอยู่ในสังคมโซเชียลมีเดีย เลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์ มีเด็กอายุเพียง 11 ขวบติดยาซึ่งมีตัวอย่างมากมาย วันนี้จึงต้องให้ชุมชนร่วมกันเป็นพ่อเป็นแม่ ดูแลและสร้างภูมิคุ้มกันความรักให้กับเด็ก ๆ ถ้าไม่ทำตั้งแต่วันนี้ อีก 10 ปีข้างหน้า เมื่อเขาโตขึ้นจะยิ่งแก้ไขได้ยาก”

รองนายกฯ ย้ำว่า การแก้ปัญหาต้องบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่บูรณาการแค่ในกระดาษ ที่สำคัญต้องเลิกหลงใหลในตัวเลขทิพย์ แล้วจัดทำข้อมูลสถิติจริงในทุกพื้นที่ ซึ่งตนสั่งการไปแล้วให้สำรวจว่ามีผู้ติดยาจริงเท่าไหร่ แล้วแบ่งกลุ่มสีขาว ไม่ให้เข้าเป็นผู้เสพสีเขียว หรือผู้เสพเป็นครั้งคราว และผู้ที่อยู่ในกลุ่มสีเขียวก็ต้องหาวิธีไม่ให้กลายเป็นสีเหลือง สีแดง ซึ่งการจัดทำข้อมูลจริงจะทำให้จัดสรรทรัพยากรไปต่อสู้ได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการแก้ปัญหาโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ร่วมกันเป็นเจ้าภาพขับเคลื่อนชุมชนล้อมรักษ์ ให้เกิดอย่างยั่งยืน เห็นผลจริง อย่าได้แต่ภาพ เพราะไม่มีประโยชน์

นายโสภณ กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า ตนได้พยายามคุยกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ก็มีงานมาก เพราะมีเวลาเพียงแค่ 4 เดือน ซึ่งตนก็เข้าใจ และเมื่อสื่อสารไปในเรื่องของการแก้ปัญหายาเสพติด นายกฯ ก็ระบุว่าให้ทำให้เต็มที่เลย เราเดินหน้าทั้งปราบปราม ป้องกัน และบำบัด มีขั้นตอนชัดเจน เพื่อคืนคนให้สังคมอย่างจริงจัง และบนข้อเท็จจริง ตนจึงขอทิ้งท้ายว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่กี่วัน กี่เดือนไม่สำคัญ ขอให้วางรากฐานเรื่องดี ๆ เอาไว้ให้สังคมเขารับรู้ ส่วนใครจะทำต่อหรือไม่ทำต่อ สังคมเขารู้แล้ว ก็เป็นเรื่องที่สังคมจะต้องตัดสินใจต่อ

รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายว่ากลุ่มสีขาวต้องไม่เสพ จึงบูรณาการให้ท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ซึ่ง CBTx เกิดมานาน มีหลายหน่วยงานเข้ามาทำ แต่เราอยากเห็นความยั่งยืนและต่อเนื่องครอบคลุมทั้งประเทศ ขจัดปัญหายาเสพติดในประเทศไทยให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งคำว่ายาเสพติดนี่รวมหมดทั้งยาบ้า กัญชา กระท่อม บุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าเราต้องพูดให้ดัง ๆ เพราะวันนี้เด็ก ๆ ในชนบทก็พบว่าสูบเยอะ ผมเป็นประธานพิจารณางบบูรณาการยาเสพติด โดยสำนักงบประมาณ ซึ่งวันนี้เห็นด้วยว่าการใช้เงินเพื่อบูรณาการแก้ปัญหายาเสพติดต้องจริงจัง วันนี้เรามาเพื่อให้เดินไปในแนวเดียว กัน แต่ปรับให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่”

ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า CBTx คือการทำงานเชื่อมกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และเครือข่ายชุมชนเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยชุมชนเป็นฐาน เป้าหมายคือ 1.พัฒนาอำเภอต้นแบบ 2.พัฒนารูปแบบการขยายผลดำเนินงานไปยังพื้นที่อื่นสู่การสร้างเครือข่ายบำบัดรักษาผู้ป่วย บำบัดฟื้นฟูในชุมชน 3.ค้นหารูปแบบการฟื้นฟู บำบัดผู้ป่วยในชุมชน เสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายในพื้นที่ให้สามารถใช้กระบวนการ CBTx ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.พัฒนากลไกการสื่อสารและขับเคลื่อนแนวทางบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดในชุมชนเป็นมาตรฐานเดียวกัน

สสส. ขับเคลื่อนงานป้องกันยาเสพติดมาตั้งแต่ปี 2558 ปัจจุบันมีพื้นที่ต้นแบบปลอดภัยจากยาเสพติด 29 พื้นที่ทั่วประเทศ มีเครือข่ายภาคประชาชนขับเคลื่อนงานสร้างพื้นที่ปลอดภัยป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 12,942 คน ในพื้นที่ 4,022 หมู่บ้าน/ชุมชน มีแกนนำเครือข่ายที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง 282 คน และตั้งแต่ปี 2567 สสส.ขยายการดำเนินงานผ่านเวทีสานพลังชุมชนล้อมรักษ์ เน้น “พื้นที่เป็นฐาน ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ถอดบทเรียนและหาแนวทางทำงานแบบบูรณาการร่วมใน 6 ภูมิภาค ส่งเสริมให้อำเภอรวมตัวเพื่อสร้างความเข้มแข็ง พัฒนาผู้นำชุมชน และหากลไกการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อำเภอแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญ สิ่งที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนคือ ไม่ว่าจะทำงานรูปแบบใดให้สิ่งนั้นต้องเกิดจากแรงบันดาลใจของชุมชนเอง เกิดจากการอยากทำ ไม่ใช่ทำเพราะสั่งการ แต่อยากทำเพื่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชนของเขาเอง

การป้องกันไม่ให้สีขาวเป็นสีเขียวนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะผู้ขายเขาก็พยายามหาลูกค้าใหม่ ๆ อย่าง เด็ก ถ้าชุมชนสื่อสารไปยังครอบครัวให้เห็นว่าคนติดยาเป็นอย่างไร และการมีส่วนร่วมกับโรงเรียน ซึ่งการสร้างกระแสในชุมชนนั่นแหละ จะเป็นการล้อมรั้วที่สำคัญ เพราะเด็กจะเห็นว่าผู้ใหญ่บ้านเตือนมา พ่อ แม่เตือนมา คนที่เขารักเตือนมา ถ้าทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน และทำให้คนในสังคม คนในชุมชนไม่เอายาเสพติด กลุ่มสีขาวก็จะไม่ไปยุ่งกับยาเสพติด” ผู้จัดการ สสส. กล่าวในตอนท้าย.

อภิวรรณ เสาเวียง