ทั้งนี้ กับเรื่องพระนั้นมีบุคคลที่ชักแถวพ้นสภาพกันเป็นทิวแถว ส่วนกับเรื่องตำรวจจะน้อยหรือจะมากก็ยังต้องตามดูกันไป อย่างไรก็ตาม จากกระแสอื้อฉาวเกี่ยวกับตำรวจ ก็มีกระแสต่อเนื่องที่เหมือนแผ่นเสียงตกร่องตามมาอีกเช่นเคย…

กรณีนี้เป็น “วังวนเดิม ๆ วนลูปซ้ำ ๆ”

เช่นทุกครั้งที่ “ตำรวจเกิดกรณีอื้อฉาว”

ปุจฉา “จริยธรรมตำรวจ??”อื้ออึงอีก!!

เกี่ยวกับเรื่อง “จริยธรรม” ที่เวลานี้ “คนในแวดวงตำรวจถูกสังคมตั้งปุจฉามาก” อีกครั้งนั้น ก็เพราะตำรวจมีหน้าที่ดูแลประชาชน ดังนั้นก็ย่อม “ถูกคาดหวังว่าต้องมีจริยธรรมมาก” แม้จะไม่ได้คาดหวังมากเท่าพระก็เถอะ แต่ดูเหมือนระยะหลัง ๆ มีการตั้งคำถามเรื่องนี้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง จากการที่มี “กรณีดังคดีใหญ่” โดยปรากฏชื่อตำรวจใหญ่ ๆ บางราย แล้วก็มีการ “ซัดกันไฟแล่บ” ในแวดวงตำรวจเอง ทั้งนี้ หากจะดูกันถึงกรณี “จริยธรรมวิชาชีพตำรวจ” ในภาพรวม ๆ กรณีนี้ก็ “มีงานวิจัยโฟกัสไว้” โดยที่ “งานวิจัยจริยธรรมวิชาชีพตำรวจ” นี่ก็มิใช่เพิ่งจะมี…หากแต่ “มีตั้งแต่ปีมะโว้” แล้ว!!…

หนึ่งในงานวิจัยกรณีนี้ที่มีมานานแล้ว ที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะพลิกแฟ้มสะท้อนต่อข้อมูล ณ ที่นี้ ก็คือ โครงการศึกษาวิจัย “จริยธรรมในวิชาชีพตำรวจ (Ethics of the Policemen’s Profession)”ที่จัดทำไว้โดย อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ ซึ่งเป็นนายตำรวจนักวิชาการ เป็นงานวิจัยภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) หรือ สกสว. ในปัจจุบัน ซึ่งรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์เผยแพร่ไว้ตั้งแต่ปี 2556 โดยระบุวัตถุประสงค์การวิจัยไว้ว่า… เพื่อศึกษาปัญหาต่าง ๆ อาทิ การปฏิบัติตามจริยธรรมวิชาชีพ ปัญหาด้านจริยธรรมในวิชาชีพ กลไกควบคุมด้านจริยธรรม แนวทางแก้ไขปัญหาจริยธรรม…

งานวิจัยนี้โฟกัสที่ “จริยธรรมตำรวจ”

เพื่อ “ศึกษาปัญหาค้นหาทางออก??”

งานวิจัยโครงการดังกล่าวนี้ อยู่ภายใต้ชุดโครงการวิจัยเรื่อง “จริยธรรมในวิชาชีพ” ที่ได้มีการศึกษาและวิเคราะห์เกี่ยวกับจริยธรรมวิชาชีพ จำนวน 11 วิชาชีพ ที่รวมถึง “ตำรวจ” ซึ่งนี่ก็ฉายภาพได้ชัดว่า “จริยธรรมก็เป็นหัวใจสำคัญของวิชาชีพตำรวจ” …โดยที่การศึกษาวิจัย “จริยธรรมในวิชาชีพตำรวจ” ดังกล่าวนี้ มีกลุ่มตัวอย่างเป็นตำรวจในแต่ละภาค รวมถึงประชาชนที่เป็นผู้เสียหาย ผู้ที่ใช้บริการตำรวจ ผู้ต้องหา ซึ่งสิ่งที่พบจากการศึกษาวิจัยกลุ่มตัวอย่าง โดยสังเขปมีดังนี้คือ…

ประเด็นปัญหา “จริยธรรมของตำรวจ” ได้แก่… ปัญหาจริยธรรมด้านการบริการประชาชน ที่พบว่า… บางครั้งการปฏิบัติงานไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างตรงไปตรงมา จากปัจจัย อาทิ ภาวะกดดัน ผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอิทธิพล และจากการ มีผลประโยชน์ตอบแทน เป็นต้น, ปัญหาจริยธรรมด้านการอำนวยความยุติธรรม ที่พบว่า… มีตำรวจในกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้พัฒนาความรู้กฎหมายใหม่ ๆ ซึ่งทำให้ ไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมได้อย่างแท้จริง

อีกด้านที่ก็น่าสนใจคือ… ปัญหาจริยธรรมด้านความประพฤติส่วนตัว ข้อมูลด้านนี้สะท้อนทัศนคติกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ใช่ตำรวจ ที่มีต่อตำรวจที่มีปัญหาจริยธรรม โดยกลุ่มตัวอย่างคิดว่าตำรวจมักมีปัญหา เช่น มักมีเรื่องชู้สาวภรรยาน้อย, มักใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย, มักแสดงความเป็นใหญ่หรือเป็นนักเลงเสียเอง, มักใช้ทรัพย์สินราชการทำประโยชน์ส่วนตัว, มักใช้เวลางานหาประโยชน์ให้ตนเอง, มักประพฤติผิดทำผิดกฎหมายเสียเอง, มักทำตัวรับใช้นักการเมือง ผู้มีเงิน ผู้มีอิทธิพล …ทั้งนี้ ก็ต้องเน้นว่านี่เป็นผลศึกษาวิจัยกลุ่มตัวอย่าง มิได้หมายความว่าตำรวจทั้งหมดเป็นดังผลศึกษาวิจัย

ส่วน“สาเหตุที่อาจทำให้ตำรวจละเมิดจริยธรรมวิชาชีพ” นั้น ผลศึกษาวิจัยพบว่าเกิดจาก… การ แต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ความก้าวหน้าไม่ขึ้นกับความสามารถ, ขาดจิตใจในการให้บริการประชาชนสังคมนี่ก็สาเหตุ,ค่าตอบแทนน้อยจึงใช้หน้าที่แสวงหาประโยชน์, ปัญหาค่านิยมและระบบที่ปฏิบัติต่อ ๆ กันมา นี่ก็สำคัญ, ขาดมาตรการตรวจสอบและลงโทษที่บังคับใช้ได้อย่างจริงจัง และก็ยังอาจเกิดจากถูกแทรกแซงทั้งจากผู้มีอิทธิพล และนักการเมือง ด้วย…

นี่เป็น “ประเด็นปัญหา” กับ “สาเหตุ”

ที่อาจ “ทำให้มีการละเมิดจริยธรรม”

นอกจากนั้น ในรายงานวิจัยก็เสนอแนะไว้ว่า… แนวทางแก้ปัญหาจริยธรรมวิชาชีพตำรวจ” นั้นได้แก่… พิจารณาเกณฑ์สรรหาผู้เข้ารับราชการตำรวจให้เหมาะสม, ปรับปรุงหลักสูตรอบรมข้าราชการตำรวจให้มีคุณภาพ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน, สร้างขวัญกำลังใจ เงินเดือน สวัสดิการ อุปกรณ์ปฏิบัติหน้าที่ ความก้าวหน้าในวิชาชีพ, เสริมสร้างวัฒนธรรมที่ดีขององค์กรตำรวจ และเพิ่มบทลงโทษตำรวจที่ละเมิดจริยธรรม รวมถึงป้องกันการแทรกแซงจากผู้มีอิทธิพล และนักการเมือง ด้วย …นี่เป็นข้อเสนอที่เคยมีจากงานวิจัย ที่เสนอไว้ตั้งแต่ปี 2556 แล้ว

จริยธรรมตำรวจ “พูดซ้ำ ๆ มานาน”

แก้ปัญหา “วันนี้แก้ได้แค่ไหนไม่ชัด”

ขณะที่ “ที่ชัดคือตำรวจยังอื้อฉาว!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์