ทั้งนี้ จากคำถามที่ว่า “ดวงดาวมีกลิ่นหรือไม่?” กรณีนี้ก็มีการทดลองเพื่อค้นหาคำตอบเช่นกัน เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยสงสัยเรื่องนี้ จนค้นพบว่า “ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ” ที่มนุษย์รู้จัก ทุกดวงล้วนมี “กลิ่นเฉพาะตัว” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของดาวแต่ละดวง…
ที่กลิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นของดาวแต่ละดวง
เกิดจากองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ทำให้มีกลิ่น
ดวงไหนจะมีกลิ่นแบบใด? …ก็ต้องมาดูกัน
ทั้งนี้ เกี่ยวกับวิสัชนาเรื่อง “กลิ่นของดวงดาว” นั้น สำหรับข้อมูลที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” สะท้อนต่อ ณ ที่นี้ มาจากชุดข้อมูลที่เผยแพร่อยู่ใน เฟซบุ๊ก NARIT โดย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ผ่านบทความชื่อ “ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะมีกลิ่นแบบไหนกันนะ ?” เขียนโดย เกวลิน ทองโพธิ์ใหญ่ เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร. ซึ่งอธิบายถึง “กลิ่น” ของดาวเคราะห์แต่ละดวงในระบบสุริยะว่า ดาวแต่ละดวงล้วนมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์!!
แล้วรู้ได้อย่างไรว่าดาวดวงไหนมีกลิ่นอย่างไร? ซึ่งผู้เขียนคือ เกวลิน เจ้าหน้าที่ สดร. อธิบายไว้ว่า… เนื่องจากยังไม่มีมนุษย์คนใดเคยสัมผัสพื้นผิวหรือชั้นบรรยากาศดาวเคราะห์ดวงอื่น ยกเว้นแค่ “ดวงจันทร์” (ซึ่งไม่ใช่ดาวเคราะห์ แต่เป็นดาวบริวาร) ดังนั้นจึงต้องอาศัยวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของชั้นบรรยากาศ ควบคู่กับ เทคนิคสเปกโทรสโกปี (Spectroscopy)
“เทคนิคสเปกโทรสโกปีเป็นการตรวจวัดความยาวคลื่นของแสงที่สัมพันธ์กับโมเลกุลแต่ละชนิดในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ เมื่อนำข้อมูลที่ได้มาถอดรหัส จะช่วยระบุองค์ประกอบทางเคมีของบรรยากาศ และทำให้มนุษย์สามารถคาดการณ์เกี่ยวกับกลิ่นของดาวแต่ละดวงได้” …เป็นคำอธิบาย “กระบวนการ” เพื่อพิสูจน์กลิ่นของดาว

แล้วดาวแต่ละดวงในระบบสุริยะจักรวาลนั้น “ดวงไหนมีกลิ่นอย่างไร?” โดยเรื่องนี้ในบทความดังกล่าวแจกแจงเอาไว้ดังนี้… เริ่มจาก “โลก” ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่มนุษย์สูดลมหายใจได้อย่างเต็มปอด แต่ โลกก็เป็นดาวที่ไม่มีกลิ่นเดียวตายตัว เนื่องจากขึ้นกับว่า… ยืนอยู่ที่จุดไหนของโลก? อาทิ ชายทะเล จะได้กลิ่นเค็มเกลือและไอน้ำทะเล หรือบริเวณป่าดิบชื้น ก็จะได้กลิ่นไอดินกับความชื้นของต้นไม้ หรือในเมืองใหญ่นั้น ก็อาจได้กลิ่นควันหรือมลพิษจากกิจกรรมของมนุษย์
“ดาวพุธ” เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด และ “เป็นดาวที่ไม่มีกลิ่นอะไรเลย” โดยดาวพุธได้รับฉายาเป็น… “เตาไฟแช่แข็ง” เนื่องจากมีความสุดขั้ว ทั้งมีอุณหภูมิที่ร้อนจัดในกลางวัน และอุณหภูมิหนาวจัดเวลากลางคืน ดาวพุธจึงแทบไม่มีชั้นบรรยากาศ เพราะมีขนาดเล็กและมีแรงดึงดูดน้อยเกินกว่าจะรักษาชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นไว้ได้ รวมถึงไม่มีโมเลกุลอากาศมากพอที่จะนำพากลิ่นไปสู่ประสาทสัมผัสได้ เหตุนี้จึงทำให้ดาวพุธนั้น จึงเป็นดาวที่แทบจะไม่มีกลิ่นอะไรเลย
“ดาวศุกร์” ถูกขนานนามว่า “เป็นนรกที่อบอวลด้วยกลิ่นไข่เน่า!!” โดยดาวที่ได้รับฉายาว่าเป็นฝาแฝดของโลกดวงนี้กลับมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างสุดขั้วกับโลก เนื่องจากชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์เต็มไปด้วย “คาร์บอนไดออกไซด์” และมี “ซัลเฟอร์ไดออกไซด์” หรือ “กำมะถัน” จำนวนมาก ส่งผลทำให้เกิดกลิ่นไม่พิสมัยแบบกลิ่นไข่เน่าฉุนรุนแรง
“ดาวอังคาร” เป็นดาวที่ “มีกลิ่นสนิม” โดยดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์สีแดงที่มีบรรยากาศเบาบาง ซึ่งเต็มไปด้วยแก๊สต่าง ๆ อาทิ คาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจน และอาร์กอน ซึ่งเป็นแก๊สที่ไม่มีกลิ่น อย่างไรก็ดี แต่ก็ใช่ว่า… จะไร้กลิ่น เพราะ “กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์” นั้น เกิดจากพื้นผิวที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นสีแดงของ “เหล็กออกไซด์” หรือ “กลิ่นสนิม”
“ดาวพฤหัสบดี” ดาวเคราะห์แก๊สที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะจักวาล ทำให้กลิ่นดาวดวงนี้จึงเริ่มซับซ้อนขึ้นตามระดับความลึกชั้นบรรยากาศ อาทิ ชั้นบนจะมีกลิ่นฉุนจัดของแอมโมเนีย แต่เมื่อเข้าสู่ ชั้นบรรยากาศที่ลึกลงไปจะได้กลิ่นคล้ายไข่เน่าผสมกลิ่นแอมโมเนีย โดยกลิ่นของดาวพฤหัสบดีนั้น เป็นส่วนผสมที่ชวนวิงเวียนและมีกลิ่นฉุนแสบจมูก
“ดาวเสาร์” เป็นดาวที่มีองค์ประกอบทางเคมีคล้ายดาวพฤหัสบดี ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจน ฮีเลียม และแอมโมเนีย แม้กลิ่นโดยรวมจะโทนเดียวกับดาวพฤหัสบดี แต่ “กลิ่นดาวเสาร์มีความฉุนเบาบางกว่าดาวพฤหัสบดี” อยู่เล็กน้อย
“ดาวยูเรนัส” ดาวเคราะห์แก๊สสีฟ้าอมเขียว ซึ่งถูกจัดให้เป็น “ดาวที่เหม็นที่สุดในระบบสุริยะ” เนื่องจากชั้นบรรยากาศของดาวยูเรนัสอัดแน่นด้วยไฮโดรเจนซัลไฟด์ในปริมาณมาก จนทำให้มีกลิ่นคล้ายไข่เน่ารุนแรงออกมาอย่างชัดเจน
สุดท้าย “ดาวเนปจูน” ดาวเคราะห์ที่ไกลที่สุด มีองค์ประกอบชั้นบรรยากาศคล้ายดาวยูเรนัส โดยมีไฮโดรเจน ฮีเลียม และมีเทน และอาจมีแก๊สชนิดอื่น ๆ ในชั้นบรรยากาศที่ลึกลงไป ทำให้ “มีกลิ่นผสมของไข่เน่าและกลิ่นฉุน”
นี่ก็เป็นเกร็ดน่าสนใจ เกี่ยวกับเรื่อง “กลิ่นของดาว” ในระบบสุริยะจักรวาล ซึ่งเผยแพร่ใน เฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โดยบทความได้ย้ำว่า… การได้เรียนรู้เรื่องกลิ่นของดาว ไม่ใช่แค่ความสนุก เท่านั้น…
แต่เตือนใจให้มนุษย์ช่วยกันดูแลรักษาโลก
บ้านหลังเดียวที่มนุษย์หายใจได้ปลอดภัย.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



