ที่เป็นที่ตลกโปกฮาของชาวเน็ต คือ เกิดกรณีคดีพลิก อีที่กะประจานคนอื่นลงโซเชี่ยลถูกแหก ถูกแขวนแทน จบด้วยไหว้สวย รวยกระเช้า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เราจะระมัดระวังมากกว่านี้ หรือบางคนแขวนประจานคนอื่นสำเร็จ ก็เพราะบังเอิญอีกฝ่ายผิดชัวร์
คนเดี๋ยวนี้ ใช้เวลาอยู่กับโซเชี่ยลมีเดียมาก แทนจะเรียกได้ว่า มากกว่าใช้เวลากับคนกันเองเสียอีก ก็เลยเกิดมีบุคคลที่อยากเป็น“ผู้นำทางความคิด”ของสังคมขึ้นมา ด้วยสาเหตุต่างๆ หวังจะขายอาหารเสริม ทำรายการรับเงินสปอนเซอร์ วอนนาบีเฉยๆ ฯลฯ แต่ภาวะหิวแสงนี่เป็นเรื่องธรรมดา เพราะมันทำให้คนได้แสงดูเป็น privilege เป็นคนได้สิทธิพิเศษต่างๆ ในสังคม ได้รับของฟรี บางคนยังไม่ค่อยจะดังยังจะแค่นไปขอของ ขอข้าวฟรี บอกช่วยทำรีวิว
หลายคนทำเนื้อหา ก็เลือกแนวทางทำตามคนที่ดังๆ ในอินเทอร์เนต ในโลกออนไลน์ บางครั้งมัวแต่ปั๊มแบตเตอรี่เครื่องผลิตแสงเลยไม่ได้มีเวลาไปศึกษา ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย อยากเป็น influencer ผู้นำทางความคิด แต่ความรู้เท่าหางอึ่ง เราเลยเห็นเนื้อหาประเภทเอาอีกช่องมาวิจารณ์ ทำรายการวิจารณ์โน่นนี่แบบตื้นๆ .. ไปขโมยเนื้อหาจาก content creator ที่ทำดีๆ จนเขาต้องติดป้ายห้ามลอกมิฉะนั้นจะโดนฟ้อง
ยังมีเนื้อหาประเภทเล่นไม่รู้อันตราย มีกรณีกลุ่มวัยคะนองเอาเหล้ายัดปากเด็กพิเศษ จนน็อคแอลกอฮอล์ตาย นั่นคือกรณีพวกไม่รู้จักคำว่า harm หรือ การกระทำใดที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ เหน็ดไอดอลหลายคนเลือกทำเนื้อหาประเภทนี้เพราะถูกแชร์ได้มาก ขำแบบตลกเจ็บตัว เหมือนที่อเมริกาเขาฮิตรายการ jackass
เราเห็นพฤติกรรมหน้าด้าน หวังแค่ยอด engagement เพื่อเป็นคนดัง อย่างเช่น กรณี “จอห์นสัน เหวิน” ชาวออสเตรเลียเชื้อสายเอเชีย ( คนนี้เล่นอินสตาแกรมชื่อบัญชี Pyjama man ) อยากเป็นเหน็ดไอดอลด้วยการโชว์เกรียน เลยกระโดดเข้ากลางพรมแดงงานกาลาเรื่อง Wicked ภาคสอง ที่สิงคโปร์ แล้วพุ่งเข้าคล้องคอ Ariana Grande ที่ดูตกใจอย่างหนัก จริงๆ แล้วถ้าหิวแสงมาก แล้วไปทำแบบนี้ที่สิงคโปร์ ก็น่าโบยโชว์ให้ตูดแตก จะได้เป็นตัวอย่างเกรียนอื่นด้วย
ปรากฏการณ์ Ariana Grande นี่คือสัญญาณหนึ่งที่เตือนสังคมว่า “เกรียนเหน็ดไอดอลเดี๋ยวนี้ไม่สนใจอันตราย ไม่สนใจมารยาท” ไม่รู้ต่อไปเราจะเจอปฏิบัติการวิ่งหาแสงแบบนี้ในที่ๆ ไม่เหมาะสมอีกหรือไม่ เช่น วิ่งผ่าพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดี วิ่งตัดหน้าขบวนรถบุคคลสำคัญ วิ่งลงสนามกีฬาในการแข่งขันนัดสำคัญๆ
เรื่องน่าบึนปากใส่เรื่องต่อมาคือ การแสดงพฤติกรรมห่วย ซึ่งยุคสมัยแห่งเสรีนี้ จะไปชี้ว่า พฤติกรรมไหนเหมาะไม่เหมาะ เห็นทีจะมีพวกเสรีนิยมสุดโต่งเถียงไม่ให้จบง่ายๆ บอกว่า เป็นเจตจำนงเสรี ..เช่น ตอนที่จับปาร์ตี้ยาที่ทำทัวร์ลงสารวัตรแจ๊ะ ยังมีความเห็นเกรียนๆ ในเนตประเภท “เสพยาก็ไม่ผิด เขาจำเป็นต้องเสพ ถึงมีคู่มือ chem sex ออกมา” เห็นที่เถียงมาแล้วก็ได้แต่เวียนหัวว่า ไม่รู้ว่าเอาอะไรคิดเข้า
หลายๆ อย่างที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรจำกัดการรับชมของบุตรหลาน อย่างเช่น มียัยคนหนึ่งที่ชอบกินอาหารมูมมามๆ เอาเข้าปากคำใหญ่ๆ เคี้ยวทีแทบจะปิดปากไม่มิด พฤติกรรมเหมือนหมูแย่งอาหารกันในราง อันนี้คงไม่มีผู้ปกครองที่มีสติปัญญาและสำนึกดีที่ไหนอยากให้ลูกหลานเลียนแบบ เพราะไปทำที่ไหนก็ขายขี้หน้า หรือไม่ก็ยัดห่าเข้าไปๆ จนติดคอตายได้ ไม่ทราบว่า สมัยนี้เขายังสอนเรื่องชูชกในเวสสันดรชาดกกันหรือไม่
อีกพฤติกรรมหนึ่งของชาวเหน็ดไอดอล ที่คิดว่า ผู้ใหญ่คงไม่อยากให้บุตรหลานเลียนแบบ คือวิธีพูด ที่เปิดคลิปมาปุ๊บ “แก๊!!!!” ลั่นๆ เสียงแสบหู เรียกบุคคลที่ดูคลิปอยู่ด้วยน้ำเสียงแบบเพื่อนสาวคุยกัน ซึ่งคงไม่ใช่จริตที่เหมาะสมจะทำในที่สาธารณะ และท่าทีจีบปากจีบคอเมาท์แตกมันก็ไม่ได้ดูงามน่าเอาอย่างเอาเยี่ยง มีแต่ความสลิดดกน่ารำคาญ ..
นอกจากท่าทางการพูดแล้ว ยังทำอะไรหลายๆ อย่างที่ทำแล้วให้คนสรรเสริญ“สำเนียงส่อภาษา..” คือด่ามาถึงพ่อแม่นั่นแหละ ที่ต้องดึงๆ สติกันว่า ไม่ควรทำตาม เช่นไปเที่ยวเต้นแร้งเต้นกาในที่แปลกๆ
บางบ้านเขาว่า“ควรต้องใช้เวลาจำกัดหน้าจอมือถือของเยาวชน” เผลอๆ พ่อแม่ต้องมานั่งเลือกช่องยูทูป ติ๊กต่อก ให้ลูกหลานดูอีก เพราะเกรงว่าจะติดกิริยามา .. เรื่องการเอาอย่าง กลายเป็นปัญหาของโลกจริงกับโลกโซเชี่ยลฯ อีกเรื่องหนึ่งต่อจากเรื่องติดโซเชี่ยลแล้วสมาธิสั้น หรือมีโอกาสถูกหลอกเอาทรัพย์สินออนไลน์ ..วิธีแก้ได้คือพ่อแม่ผู้ปกครองนั่นแหละต้องคอยสกรีนให้ลูก หรือคอยสอนเวลาเห็นอะไรไม่เหมาะสม
ช่วงนี้เห็นมีเหน็ดไอดอลโชว์เกรียนกันเหลือเกิน ใครไปด่าไปแชร์พวกก็ยิ่งภูมิใจ เพิ่มยอดไลค์เอนเกจเมนท์ให้อีก ก็ต้องช่วยกันกด report ทิ้งไปบ้าง หรือใครได้รับผลกระทบก็แจ้งความ ..
อีกเรื่องหนึ่งที่มีการแสดงความเป็นห่วงในเรื่องการให้ความรู้ออนไลน์กันมาก โดยเฉพาะความรู้เรื่องการรับประทานอาหาร ยา และโภชนาการ มีกูรูเต็มไปหมด ซึ่งยังโชคดีที่แพทยสภาได้ออกกฎเข้มดักไว้แล้วว่า หมอคนไหนไปโฆษณาอาหารเสริม ระวังใบประกอบโรคศิลป์ปลิว ..ทำให้หมอไม่ค่อยออกมา
แต่พวกยูทูปเบอร์ ติ๊กต่อกเกอร์ แม่ค้าออนไลน์ หรือ “health coach” ซึ่งกำลังเกิดขึ้นมาสู้ life coach เขารู้ เพราะเขาผลิต “สินค้าอาหารเสริมสุขภาพ” ดังนั้น จะต้องตั้งข้อสังเกตเรื่องใครกินถูกต้องไม่ถูกต้อง แล้วก็แนะนำกินอาหารนี้สิพวกเธอ
ที่ฮิตอันดับต้นๆ ก็พวกอาหารเสริมทำสวย กลูต้า, คอลลาเจน, ไฟเบอร์ ต่อมาก็เป็นพวกอาหารที่อ้างว่าล้างพิษ ซึ่งไม่รู้กลไกการทำงานคืออะไร ถ้าเป็นวิตามินบี วิตามินซี กินแล้วก็ออกทางฉี่หมด แล้วพอถามหางานวิจัยรับรองบอกใช้ความรู้สึกตัวเอง ที่สอนฉอดๆ นี่อาจแค่ได้ใบเซอร์ฯ ด้านโภชนาการมาใบ แต่พูดได้อาศัยมั่นมากกว่าสมอง
เราจะทำอย่างไรกับเหน็ดไอดอลที่ไม่น่าเอาอย่าง ทำคอนเทนท์ขยะ ? เอาเร็ว ๆถ้ามันพาดพิงทำใครเสียหายก็ฟ้อง แต่ระยะยาวควรพูดถึงการใช้จริยธรรมกำกับ มีการร้องเรียนให้แพลตฟอร์มช่วยดูแล จัดการอะไรผิดๆ ได้ง่ายขึ้น แต่ก็ไม่รู้เมื่อไรที่จะมีประมวลจริยธรรม มีองค์กรดูแล ..ถ้าไม่มี แพลทฟอร์มก็ไม่อยากยุ่งเพราะได้เงินอีกทางหนึ่ง
ตอนนี้ก็คงต้องใช้วิธี “ถ้าใครอยากให้โลกจำด้วยวิธีไม่เหมาะสม โลกต้องช่วยกันประณาม” ไปก่อน.
………………………………………………………
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”
คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่



