สวัสดีครับคุณหมอ ดร.โอ ที่เคารพอย่างสูง

       ปัจจุบันผมอายุ 35 ปี ปัญหาทางเพศเริ่มเมื่อราว 1-2 ปีที่ผ่านมา เกิดอาการแข็งตัวไม่เต็มที่แต่เป็นไม่มาก พอมาช่วง 2-3 เดือน อาการหนักขึ้น คืออ่อนตัวจนสอดใส่ไม่ได้เลย  รีบไปรับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ ทุกอย่างปกติหมดไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดัน หัวใจ ไขมันในเลือด ผมบุหรี่ไม่สูบ เหล้าไม่ดื่ม แต่ยอมรับว่าเคยเครียด ปวดหัวบ่อย ๆ แต่ตอนนี้อาการปวดหัวหายเป็นปกติแล้ว แต่อาการอ่อนตัวยังเป็นอยู่ จึงขอทราบเกี่ยวกับยาที่ใช้รักษา

ด้วยความเคารพอย่างสูง

ยุทธไชย 35

ตอบ ยุทธไชย 35

         วัย 35 ปี มีปัญหาอ่อนตัวแล้วโดยเริ่มผิดปกติมาตั้งแต่ 1-2 ปี ก่อนเริ่มแบบอ่อนตัวเล็กน้อยเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง ใช้เวลา 2-3 เดือนก็เป็นมากเต็มที่ จนถึงระดับสอดใส่ไม่ได้ อาการอีดีอ่อนตัวเกิดได้ในวัยหนุ่มจากเริ่มเป็นไม่มากเมื่อเทียบชายวัย 50 ปีขึ้นไป เมื่อมีอาการอ่อนตัวก็จะต้องหาสาเหตุของโรคให้ได้ แล้วรีบรักษาเสีย อย่าปล่อยให้มาทำอันตรายต่อชีวิตได้ ปกติโรคพบบ่อยคือโรคชนิดเผาผลาญอาหารไม่ได้สมดุล จากการกินมากไป เผาผลาญหรือออกกำลังน้อยก็จะสะสมพิษไว้ที่เส้นเลือด ตับ ไต และผู้ชายจะสะสมที่หน้าท้องบริเวณพุงอย่างชัดเจน ฝ่ายหญิงถ้าอ้วนจากการสะสมก็จะเริ่มที่ตะโพกก่อนตามด้วยสะสมไขมันที่แขน ท่อนบนด้านหลังสองข้าง สุดท้ายสุด ๆ ถึงมาโผล่ที่พุงเช่นเดียวกับของผู้ชาย

       สาเหตุอ่อนตัวของชายวัยทองคือ วัยเกิน 50 ปีขึ้นไป ก็ต้องตรวจเลือดหาฮอร์โมนชายที่มีโอกาสลดลงมากจนต้องรักษาคือเพิ่มให้ได้ หากไม่มีปัญหามะเร็งของต่อมลูกหมาก ที่เป็นตัวตรวจควบคู่คือเทสโทสเตอโรนและพีเอสเอ ให้ตรวจจากเลือดพร้อมกันทุกที แต่ในชายหนุ่มวัย 35 ปีเรื่องฮอร์โมนชายที่ลดลงก็มีโอกาสพบได้ ฉะนั้นถ้าจำเป็นต้องพิจารณาและตรวจเช่นกัน จากประวัติบอกว่าเคยตรวจเลือดพบว่าปกติทุกอย่างแต่เชื่อว่ายังมีเลือดเฉพาะบางอย่างบางตัวยังไม่ได้ตรวจเลือดเฉพาะอย่าง กลุ่มนี้จะใช้ตรวจในกรณีจำเป็นเท่านั้น ปัจจุบันชายทั่วโลกเวลามีปัญหาแสดงออกว่าอวัยวะเพศไม่แข็งตัวมากมีอาการเตือนล่วงหน้าแข็งบ้างอ่อนบ้างพบว่า 99% จะหายากินให้แข็งตัวอย่างเดียวคือ รีบกินปลอบใจ จึงมีอันตรายจากการสรุปและใจร้อนรักษาอาการตัวเองอย่างประมาท

       ปัจจุบันปัญหาเซลล์ผิดปกติที่เติบโตเร็วคือเติบโตแบบปูพบว่าเนื้อเยื่อโตมากผิดปกติทั้งในน้ำเลือด กล้ามเนื้อ อวัยวะภายในมักมีสาเหตุจากความเครียดและสารทำลายโมเลกุลของเซลล์เป็นตัวสำคัญ การฟื้นฟูรักษาอีดีปัจจุบันได้ขยายสโคปการดูแลกว้างออกไปอีกระดับ คือให้รักษาแบบถาวรคือให้แข็งแรงกลับสู่สภาพเดิมในวัยหนุ่มจะได้ไม่ต้องพึ่งยาตลอดเวลา จึงเป็นเป้าหมายของการรักษาอีดี ส่วนผู้สูงอายุก็ให้ใช้ยาเท่าที่จำเป็นควบคู่กับการฟื้นฟูเซลล์ไม่ให้เซลล์ชนิดร้ายเติบโตเร็วจะเป็นอันตรายแก่เซลล์ดี ๆ ที่เหลืออยู่ เป้าหมายคือใช้วิธีขยายเส้นเลือดแบบธรรมชาติและเพิ่มความแข็งแรงด้านบีบรัดของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานให้กลับคืนสู่สภาพปกติจึงเป็นวิธีรักษาสุขภาพทั้งร่างกายและสมรรถภาพทางเพศอย่างธรรมชาติที่สุดโดยไม่ต้องเสี่ยงกับยาเฉพาะกิจเพราะคุณยังหนุ่มมาก.

ดร.โอ สุขุมวิท 51

อ่านบทความทั้งหมดคลิกที่นี่