“…เราอยู่ในสังคมก็ต้องรับฟังเสียงที่มันไม่ตรงกับหัวใจของเรา” เป็นถ้อยคำรัฐมนตรีบางคน เคยกล่าวเอาไว้แบบน่าชื่นชม แต่ไม่น่าเชื่อสิ่งที่ได้เคยพูดไว้มันย้อนมาทิ่มตัวเอง พอเจอสื่อมวลชนยิงคำถามเรื่องของ รัฐบาลบริหารจัดการสภาวะฉุกเฉิน อุทกภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา นอกจากไม่ตอบคำถาม แล้วยังลุกเดินหนี
กลายเป็นว่า ผลพวงวิกฤติน้ำท่วมหาดใหญ่ รัฐบาลอนุทิน กำลังเจอ “เรนบอมบ์” ถาโถมเข้าใส่แบบทุกทิศทุกทาง
ขนาดอยู่ในช่วงกำลังเร่งเคลียร์พื้นที่เตรียมฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ภาครัฐแทนที่จะได้ใจชาวบ้าน แค่จะจัดการพื้นผิวถนนเปิดการจราจร แต่ดันไปใช้ รถแบ๊กโฮ ไถดันรถยนต์ที่จอดเสียปิดถนนเส้นหลัก ราวกับสิ่งของไม่มีค่า หากเจ้าของรถไม่มาเห็นบันทึกภาพเอาไว้ก็คงพูดข้างเดียว ยังดี ตำรวจ บช.ภ.9 รีบออกมาขอโทษ แสดงความรับผิดชอบ
เรียกว่าตลอดสัปดาห์เต็ม ชาวหาดใหญ่ต้องเผชิญ มหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ครั้งประวัติศาสตร์ แบบไม่มีใครคาดฝัน ทั้งที่ก่อนหน้า 1 สัปดาห์ ในช่วง ฝนถล่มหนักระลอกแรก 20-21 พ.ย. ภาพจำของชาวบ้าน วันเสาร์ 22 พ.ย. นายกฯหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล อุตส่าห์นำคณะลงตรวจพื้นที่ไปโชว์ผัดข้าว นั่งรถแจกอาหารชาวบ้าน หนำซ้ำผู้นำท้องถิ่น นายกแป้น-ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ประกาศเสียงดังฟังชัด “เอาอยู่”
ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ต่างโล่งใจคิดว่ามันจบแล้ว ไม่มีใครคาดคิดว่า ช่วงค่ำ ๆ วันอาทิตย์ 23 พ.ย. หายนะพายุฝนห่าใหญ่ (แบบ Rain Bomb) ตกกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ติดต่อกันนานหลายชั่วโมงทั้งในหาดใหญ่ และอำเภอใกล้เคียง ปริมาณน้ำฝนทะลุจนเกินขีดจำกัด เม็ดฝนลูกใหญ่กระแทกบนหลังคา เสียงดังราวถูกค้อนทุบ ไม่เคยได้ยินมาก่อน
ปริมาณน้ำฝนตกถล่มในหาดใหญ่ เกินกว่า 2 คลอง จะระบายน้ำออกสู่ทะเลสาบสงขลาได้แล้ว ยังต้องมาเจอ ’มวลน้ำมหาศาล“ จากทุกทิศทุกทางอำเภอใกล้เคียง ไหลบ่าพุ่งถล่มใจกลางเมืองหาดใหญ่ สภาพภูมิประเทศเป็น ’แอ่งกระทะ“ ประชาชนอพยพไม่ทัน กลายเป็น หายนะโศกนาฏกรรมภัยธรรมชาติครั้งประวัติศาสตร์ ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย และประชาชนในพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดภาคใต้ที่ต้องประสบอุทกภัยในช่วงท้ายปี 2568
ความเสียหายที่รุนแรงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด ทั้งประชาชน ทรัพย์สิน ที่จมหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อลำดับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา 1 สัปดาห์เศษ นอกจากสะท้อนให้เห็นถึง ความล้มเหลวเชิงระบบภาครัฐ จากการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาด เมื่อเกิดเหตุแล้ว ยังประสบปัญหา ศูนย์บัญชาการเดียว ทำให้เกิดความสับสนและล่าช้า ยังดีที่ได้ความพร้อมของ บรรดาทีมอาสากู้ภัยฯ ภาคเอกชน เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน เข้าพื้นที่ไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ก่อน
ถึงเวลาแล้วหรือยัง เหตุฉุกเฉินในทุก ๆ เรื่อง ควรมีการบูรณาการ “แผนแม่บทเดียว” รับมือทุกภัยพิบัติ ต้องก้าวข้ามการโทษกันไปมา และเปลี่ยนไปสู่ การบริหารความเสี่ยงเชิงรุก เพื่อให้ประเทศ พร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติในอนาคต ปัจจุบันไทยได้ประสบภัยพิบัติมาแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น คลื่นยักษ์สึนามิ, แผ่นดินไหว, น้ำท่วม ฯลฯ
เหนือสิ่งอื่นใด ใครจะขึ้นมาเป็น “ผู้นำ” ในรัฐบาลสมัยหน้า ต้องกล้าแสดงความรับผิดชอบใน ทุกภาวะวิกฤติ เพราะประชาชนคาดหวังกับทุก ๆ รัฐบาลที่ได้เข้ามาบริหารประเทศ ต้องสร้างความเชื่อมั่นด้วยข้อเท็จจริงอย่างเป็นเอกภาพ
โศกนาฏกรรมอุทกภัยหาดใหญ่ได้เห็นผลงานของ “รัฐบาลหนู ขัดตาทัพ” ว่า มีมาตรการ “ป้องกัน-ช่วยเหลือ” ในทุกระดับเป็นเช่นไรบ้าง ? คำตอบเห็น ๆ กันอยู่ ตอนนี้ยังเหลือ “การฟื้นฟู-เยียวยา” ก็อย่าทำให้ชาวบ้านต้องขาดความเชื่อมั่นรัฐไปมากกว่านี้เลย!!.
เชิงผา



