“สุขกาย…สบายใจ” สำหรับวันพุธนี้มีเนื้อหาน่าสนใจเกี่ยวกับกิจกรรมของบรรดาองค์กรธุรกิจหลายแห่งที่ได้ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติเพื่อเป็นโอกาสในการแสดงถึง…ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร ด้วยการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักจริยธรรมและการบริหารจัดการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคตเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนยาวนาน… ด้วยความสมัครใจ เต็มใจ มิใช่ว่าเกิดจากการถูกเรียกร้อง หรือถูกบังคับขู่เข็ญจากที่ใด หากแต่มุ่งหวังที่จะดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานที่มุ่งให้เกิดประโยชน์แก่สังคมเป็นสำคัญ…

คำจำกัดความแค่ 3-4 บรรทัดที่ร่ายมานี้ จริง ๆ แล้วมีความหมายตรงกับภาษาอังกฤษที่คุ้นปาก–คุ้นหูผู้คนมานานแล้ว โดยเรียกขานกันว่า “CSR”ซึ่งย่อมาจากคำเต็มว่า “Corporate Social Responsibility”ที่หมายถึงการดำเนินกิจการโดยเปี่ยมด้วยความคิดคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการมุ่งหวังผลกำไร ดังที่ระบุไว้ในเบื้องต้นนั่นเอง

และบังเอิญว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ทีมงาน“สุขกาย…สบายใจ”ไปได้ประสบการณ์จากการจัดกิจกรรมของ “โรงพยาบาลธนบุรี”ในสังกัดของ“บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)”ซึ่งมี“นพ.ศิริพงศ์ เหลืองวารินกุล”รับหน้าที่“ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” หรือ CEO ที่มีความยินดีและเต็มใจให้การสนับสนุนโครงการ“พาน้องตาบอดพิการซ้ำซ้อนเที่ยวทะเล”ประจำปี 2568ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่“คุณหมอศิริพงศ์”ให้ความสนใจและให้น้ำหนักในการสนับสนุนโดยเป็นหนึ่งในกิจกรรม CSR เป็นทุนเดิมอยู่แล้วตั้งแต่ครั้งที่ดำรงตำแหน่ง CEO “โรงพยาบาลธนบุรี”ครั้งแรกเมื่อ 4 ปีก่อน ทั้งยังเป็นตัวตั้งตัวตีจัดโครงการ“Thonburi Run #1”ซึ่งมีชื่อไทยคือ “วิ่งการกุศลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”โดยมี “โรงพยาบาลธนบุรี”เป็นแกนนำระดมทุนด้วยการรณรงค์เชิญชวนประชาชนทั่วไปมาร่วมสมทบเพื่อ“ศิริราชมูลนิธิ”โดยสามารถระดมทุนทรัพย์นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย รวมทั้งสิ้น 5 ล้านบาท

‘เดินหน้าครั้งใหม่’ กับกองทัพเรือ-กลุ่มดีเจ. ‘เพื่อเด็กด้อยโอกาส’
ต่อมา “คุณหมอศิริพงศ์” จึงสร้างสานผลงานด้าน CSR เพิ่มเติมโดยเลือกให้การสนับสนุนโครงการ “พาน้องตาบอดพิการซ้ำซ้อนเที่ยวทะเล” เมื่อปลายปี 2566 เมื่อพิจารณาแล้วเห็นสมควรสนับสนุนด้วยเหตุผลในด้านความน่าสงสารและน่าเห็นใจในความพิการของเด็ก ๆ ซึ่งมิใช่ว่าจะมีปัญหาเรื่องการมองเห็นเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังมีปัญหาความพิกลพิการอย่างอื่นควบคู่ด้วย สมควรได้รับความเห็นอกเห็นใจจากสังคมในการร่วมอุ้มชูช่วยมอบความสุขและเติมประสบการณ์ชีวิตให้กับเด็ก ๆ กลุ่มนี้ ที่ก็ถือว่าเป็นโชคดีเพราะตั้งแต่หลายปีก่อนหน้านี้ได้รับความเมตตาจาก “กลุ่มผู้ใหญ่ใจดี” ซึ่งประกอบอาชีพผู้จัดรายการวิทยุ ที่ได้ผนึกกำลังริเริ่มสร้างสรรค์-สร้างเสริมความสุขในชีวิตและความเป็นอยู่ให้กับเด็กผู้ด้อยโอกาสกลุ่มนี้เรื่อยมาเกินกว่า 10 ปีแล้ว เริ่มจากการรณรงค์ระดมทุนจากบรรดาแฟนคลับขาประจำซึ่งมีความผูกพันกับกลุ่มผู้จัดรายการในสังกัด Top Radio 93.5 ตลอดทั้งยังได้รับความอนุเคราะห์สนับสนุนหลักจาก “กองทัพเรือ” ร่วมกับบรรดาเจ้าของ-ผู้บริหารกิจการต่าง ๆ รวมทั้งผู้ฟังขาประจำเรื่อยมา

โชคชั้นที่ 2 ของเด็ก ๆ ผู้ด้อยโอกาสกลุ่มนี้ กลุ่มที่อยู่ในความดูแลของ “โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา (บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน)”คือความอนุเคราะห์สนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นเมื่อ “คุณหมอศิริพงศ์” CEO “โรงพยาบาลธนบุรี” เลือกให้การสนับสนุนร่วมกับ “กองทัพเรือ” ในการ “เติมความสุขและประสบการณ์ในโลกกว้าง” ให้แก่ “เด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน” ซึ่งพวกเขาสามารถรับรู้ได้ถึงการได้เติมเต็ม และเกิดความปีติยินดีในน้ำใจอันยิ่งใหญ่ที่พวกเขาได้รับ

น้อง ๆ“เด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน”กลุ่มนี้ แม้จะจินตนาการไม่ได้ว่าผู้ใหญ่ใจดีมีใครและมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร…แต่พวกเขาก็รับรู้ได้ และการได้เที่ยวทะเล…พวกเขาก็รู้สึกสดใสเริงร่ากว่าวันอื่น ๆ ตั้งแต่ในขณะที่บรรดาครูพี่เลี้ยงได้พาขึ้นรถที่แล่นไปสู่จุดหมายปลายทางชายทะเล ซึ่งเด็กบางคนก็เคยมีโอกาสได้สัมผัสจากจินตนาการของตัวเองมาก่อน และก็จำได้ว่าเคยมีผู้ใหญ่มาจูงมือพาเดินท่องชายหาดลุยทะเลจนตัวเปียกปอนอย่างมีความสุขมาก่อน

แม้การได้สัมผัสทะเลนั้นน้อง ๆ “เด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน”ก็ยังต้องใช้จินตนาการ รวมถึงการได้รับความอนุเคราะห์จากกองทัพเรือที่ช่วยให้มีที่พำนักพักผ่อนอันสุโขใกล้ชิดติดชายทะเลก็ต้องใช้จินตนาการเช่นกัน แต่น้อง ๆ เด็ก ๆ ก็มีความสุขกันมาก โดยกิจกรรมโครงการนี้ในปี 2568 นี้ เมื่อคณะเด็ก ๆ ผู้ด้อยโอกาสมาถึง หาดน้ำใส สัตหีบ แล้ว บรรดา “ผู้ใหญ่ใจดี” ได้ช่วยกันต้อนรับ ซึ่ง “คุณหมอศิริพงศ์” ก็ได้เตรียมพร้อมไว้แล้วสำหรับการจูงหนูน้อยผู้ด้อยโอกาสไปเดินท่องชายหาดลุยน้ำทะเลใส ๆ โดยมี “ดีเจ.เทวี แย้มสรวล” แกนนำกลุ่มดีเจ. ผู้ริเริ่มสร้างสรรค์โครงการ มาร่วมดูแลเด็ก ๆ และร่วมพาเดินสวนคลื่นลมอย่างสนุกปลอดภัยไปสนุกกับ “เรือยางทหารเรือ” ที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือจัดมาเพิ่มเติมความสนุกให้บรรดาหนูน้อยกลุ่มนี้

นอกจากการพาหนูน้อยกลุ่มนี้ไปสนุกกับการเที่ยวทะเลแล้ว ยังมอบโอกาสให้พวกเขาได้สัมผัสใกล้ชิดอย่างสนุกสนานกับ“เครื่องบินทหารเรือ”แบบต่าง ๆ ที่กองบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ สนามบินอู่ตะเภา อีกด้วย
“คุณหมอศิริพงศ์” แห่ง “บมจ. ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป” และ “โรงพยาบาลธนบุรี” ได้แสดงความรู้สึกเกี่ยวกับกิจกรรมโครงการ“พาน้องตาบอดพิการซ้ำซ้อนเที่ยวทะเล”ประจำปี 2568 นี้ว่า…
“…เรามาสานต่อสิ่งที่ทาง โรงพยาบาลธนบุรี ได้ทำไว้ เราเห็นหน้าตาที่มีความสุขของเด็ก ๆ ที่มีโอกาสเดินลงไปในทะเล ได้นั่งเรือยาง ซึ่งน้องคนอื่นอาจจะไม่มีโอกาสเราดีใจที่ทำให้เด็กด้อยโอกาสได้มีโอกาส ได้เข้าถึงสิ่งที่คนปกติสามารถทำได้… การที่เราได้เห็นรอยยิ้มของเด็ก ๆ นั้นมันมีคุณค่าทางจิตใจของพวกเราชาว โรงพยาบาลธนบุรี จริง ๆ ครับ…

ทั้งนี้ทั้งนั้น พวกเราใคร่ขอแสดงความขอบคุณท่าน พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ท่าน พล.ร.อ.ธันยกร เสนาลักษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษพล.ร.ท.อภิชาติ วรภมรเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ และท่าน รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการตลอดทั้ง คณะเจ้าหน้าที่ประจำฐานทัพเรือสัตหีบ ทุก ๆ ท่านที่ได้มาร่วมดูแลต้อนรับอำนวยความสะดวกแก่บรรดาเด็ก ๆ ตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน ในการมารับประสบการณ์ชีวิต ณ หาดน้ำใส ในครั้งนี้ครับ…”
ภารกิจ “CSR” โดย “โรงพยาบาลธนบุรี” และ “บมจ. ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป” ที่นำมาเล่าสู่กันในวันพุธนี้ เป็นเพียงบางส่วนที่ “คุณหมอศิริพงศ์”หรือ “นพ.ศิริพงศ์ เหลืองวารินกุล” ได้ดำเนินการผ่านพ้นไปแล้วด้วยความเรียบร้อยราบรื่น… และดูเหมือนว่าก็ยังจะมี “ภารกิจดี ๆ ที่น่าชื่นชม” ที่เป็น “CSR” เพิ่มเติมอีกในเวลาไม่ช้าไม่นานนับจากนี้
เหยี่ยวทะเล



