เหตุผลที่คนเราต้องโกหกนั้นมีมากมาย จึงจะเป็นการดีถ้าเราจะรู้ “วิธีจับโป๊ะโกหก” โดยเรื่องนี้ ผศ.ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา อาจารย์คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีคำแนะนำไว้ ดังนี้

สัญญาณที่ 1 “จับจากพฤติกรรม อารมณ์ ความรู้สึก” เช่น กลัวถูกจับได้ สังเกตจากการพูดด้วยน้ำเสียงสูงกว่าปกติ พูดเร็วและดังกว่าปกติ พูดติดขัดหรือผิดบ่อย, ละอายใจ สังเกตจากการพูดด้วยน้ำเสียงต่ำกว่าปกติ พูดช้า มีสีหน้าเศร้า ชอบเหลือบตามองลงต่ำ,  พยายามซ่อนความรู้สึก ให้จับตาดูจากสีหน้าแวบแรกว่าขัดแย้งกับคำพูดที่แสดงออกหรือไม่ เพราะเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติที่ผู้พูดโกหกกำลังพยายามซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงไว้

สัญญาณที่ 2 “จับจากสัญญาณกระบวนการทางปัญญาและความคิด” เวลาที่คนเราโกหกจะต้องพยายามใช้ความคิดมากกว่าปกติ เพราะต้องสร้างเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ดังนั้นจึงสังเกตได้จากสัญญาณที่มักแสดงออกมาผ่านการตอบคำถามที่ช้าผิดปกติ หรือมีความลังเลในการพูด หรือใช้มือประกอบการพูดมากหรือน้อยลงกว่าปกติ

สัญญาณที่ 3 “จับจากลักษณะเรื่องราวและคำพูด” เช่น ไม่มีรายละเอียด หากผู้โกหกเตรียมตัวมาไม่ดี เรื่องที่เล่าก็มักจะไม่ราบรื่น มีแต่ข้อมูลพื้น ๆ หรือให้ข้อมูลที่ดูคลุมเครือ เพราะไม่ใช่เรื่องที่เกิดจากประสบการณ์จริง ในทางตรงกันข้ามถ้าหากเรื่องราวและคำพูดราบรื่นผิดปกติผู้ที่โกหกก็อาจเตรียมตัวมาดีเกินไป เรื่องที่เล่าจึงดูเหมือนท่องจำหรือซ้อมมาเกินไป

ผศ.ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา

นี่เป็น “วิธีจับโป๊ะเบื้องต้น” ที่ ผศ.ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา อาจารย์คณะจิตวิทยา จุฬาฯ อธิบายไว้ โดยปัจจุบันดูเหมือนว่า “ทักษะการจับโกหก” จะเป็นทักษะจำเป็นในชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สังเกตได้จากหลาย ๆ กรณีที่เป็นกระแสตอนนี้.

(ข้อมูล : รายการจิตวิทยาเพื่อคุณ คลื่นวิทยุจุฬาฯ FM 101.5 MHz)

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์